บุกทลายโกดัง
กักตุนหน้ากากลอตใหญ่
รวม‘เจล-ชุดป้องกันโควิด’
ยึดของกลาง113ล้านบ.
จุรินทร์ฟ้องหมิ่นอัจฉริยะ
ตำรวจ ปคบ.-อย.แถลงจับผู้กักตุน“หน้ากากอนามัย-เจลเเอลกอฮอล์-เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ-ชุดตรวจหาเชื้อโรค-ชุด PPE เเละอื่นๆอีกกว่า 10 รายการ สินค้าควบคุมมูลค่า 113 ล้านบาท ในโกดังย่านแสมดำ ด้าน “จุรินทร์” ดำเนินคดีหมิ่นประมาท “อัจฉริยะ” แล้ว
เมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลา11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ.พร้อม เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุมหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ชุดตรวจไวรัสโควิด-19 ชุดตรวจป้องกัน PPE เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรด และ เจลแอลกอฮอล์ รวมมูลค่าของกลางกว่า 113,990,000 บาท
ยึดของกลางกักตุน113ล้าน
โดย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปคบ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และสายด่วน ปคบ.1135 ว่ามีการลักลอบนำเข้าสินค้าควบคุม (หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์) มาเพื่อจำหน่าย จึงได้สืบสวนจนทราบว่าโกดังเลขที่ 60/10-11 ซ.บางกระดี่ 16 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เป็นแหล่งเก็บสินค้าควบคุม(หน้ากากอนามัย) ต่อมาวันที่ 8 เมษายน 2563 ได้ขออนุมัติหมายค้น ตามหมายค้นศาลแขวงธนบุรี ที่ 10/2563 ลงวันที่ 8 เมษายน 2563 เข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าวพบนายมานะ ถาวร เป็นผู้ดูแลสถานที่ ผลการตรวจค้นพบของกลาง 10 รายการ ประกอบด้วย 1.หน้ากากอนามัย 160,000 ชิ้น 2.หน้ากากผ้า(PITTA MASK) 81,600 ชิ้น 3.เจลแอลกอฮอล์ 473,974 ขวด 4.เครื่องวัดอุณหภูมิแบบยิงอินฟาเรด 1,280 ชิ้น 5.ชุดตรวจหาเชื้อโรค 4,500 กล่อง 6.ชุดป้องกันโรค PPE 4,000 ชุด 7.ถังบรรจุเจลล้างมือขนาด 40 ลิตร จำนวน 88 ถัง 3,520 ลิตร 8.เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เกี่ยวข้องที่ใช้กับแหล่งจ่ายไฟฟ้าประธาน สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย (ลำโพง) จำนวน 190 หน่วย 9.ของเล่นไม่แสดงเครื่องหมายมอก. จำนวน 48 หน่วย 10.เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เกี่ยวข้องที่ใช้กับแหล่งจ่ายไฟฟ้าประธาน สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย (กล่องรับสัญญาณ) จำนวน 280 หน่วย มูลค่าของกลางที่ตรวจยึด 113,990,000 บาท
พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อมากที่สุด เพราะต้องเผชิญใกล้ชิดกับผู้ป่วยซึ่งหน้ากากอนามัยชุดป้องกันเชื้อโรค PPE เปรียบเสมือนเป็นเสื้อเกราะให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรคระบาดรัฐบาล ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคควบคุมกำกับดูแลและป้องกันการกำหนดราคาซื้อราคาจำหน่ายหรือการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรม รวมทั้งสร้างความมั่นใจในมาตรฐานของสินค้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ตรวจสอบก่อนซื้อสินค้า
ด้าน เภสัชกรหญิงสุภัทรา กล่าวว่า ขอเตือนผู้ประกอบการอย่าซ้ำเติมสถานการณ์โควิด-19 ลักลอบนำเข้าอุปกรณ์ชุดตรวจไวรัสโควิด-19 เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด สำหรับผู้ผลิตเครื่องสำอางควรนำเข้าหรือเลือกวัตถุดิบแอลกอฮอล์สำหรับผลิตเจสแอลกอฮอล์ให้ดีก่อนซื้อ ห้ามใช้เมทิลแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายกับผู้บริโภค แนะให้ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือและขอเอกสารระบุรายละเอียดของวัตถุดิบ (CoA) เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ นอกจากนี้ยังพบแป้งเปียกผสมสีบรรจุขวดติดฉลากว่าเป็นเจลแอลกอฮอล์จัดเป็นเครื่องสำอางปลอม อย. พร้อมเอาผิดกับผู้ประกอบการที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคทุกกรณี
เตือนต้องมีการรับรองจาก อย.
เภสัชกรหญิง สุภัทรา กล่าวย้ำว่า ส่วนเจลแอลกอฮอล์ ทางอย.ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของผลิตรายใหญ่รายหนึ่งว่ามีการผลิตเจลแอลกอฮอล์เลียนแบบ จากโรงงานเถื่อน ซึ่งไม่ได้คุณภาพและนำเลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดง จึงฝากเตือนประชาชนที่จะซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆไปบริจาค จะต้องตรวจสอบว่ามีคุณภาพหรือไม่ ผ่านการรองรับจากอย.หรือไม่ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบเลขจดทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของอย. เนื่องจากหากเป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ จะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ โดยการจับกุมครั้งนี้ยังมีลักษณะพิเศษ คือ พบชุดPPE ที่บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องใช้ เวลาเข้าไปตรวจผู้ที่เข้าข่ายติดเชื้อและรักษาผู้ติดเชื้อ หากไม่ได้คุณภาพจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับอันตรายได้เช่นกัน
สำหรับผู้บริโภคอย่าซื้ออุปกรณ์ชุดตรวจโรคโควิด 19 ทางเว็บเพจหรือสื่อออนไลน์มาใช้โดยเด็ดขาด เพราะในการตรวจวิเคราะห์จะต้องกระทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีความชำนาญในการอ่านและแปลผล หากมีการตรวจด้วยตนเองแล้วเกิดข้อผิดพลาดอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าตนเองไม่ติดเชื้อ จะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อมากขึ้น และอย่าหลงเชื่อโฆษณาขายยาต้านไวรัสทางเว็บเพจอ้างช่วยรักษาโรคไวรัสโคโรนา เพราะการใช้ยาดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ การซื้อมาใช้เองอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ที่สำคัญกฎหมายไม่อนุญาตให้ขายยาผ่านทางอินเทอร์เน็ต เสี่ยงได้รับยาไม่มีคุณภาพหรือยาปลอมและการเลือกซื้อเครื่องสำอางเจลแอลกอฮอล์ขอให้ตรวจสอบเลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อทุกครั้งโดยสามารถตรวจสอบได้ที่ Oryor Smart Application หรืออย. ตรวจเลขหรือ Line @ Fdathai เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
และขอเตือนไปยังร้านจำหน่ายทั่วประเทศให้ระมัดระวังในการเลือกสินค้าเข้ามาจำหน่ายต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ อีกทั้งฝากถึงประชาชนผู้บริโภคช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบการลักลอบผลิตนำเข้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556 ทั้งนี้ มีความผิดตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพ.ศ.2511 และพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542
พันธ์ยศยื่นลาออกพ้น’ภราดรภาพ’
ด้านนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคภราดรภาพ และสมาชิกทุกท่านเพื่อขอลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพและสมาชิกของพรรค หลังมีส่วนพัวพันเกี่ยวกับเรื่องการ กักตุนหน้ากากอนามัย และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.บคบ.)ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้เป็เเป็นบรรทัดฐานและธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี รวมทั้งต่อความสง่างามของตำแหน่ง “ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ” ที่หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบให้แก่ข้าพเจ้าในปัจจุบัน ข้าพเจ้ามีความประสงค์ที่จะขอลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพและสมาชิกของพรรค ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
‘จุรินทร์’ดำเนินคดี‘อัจฉริยะ’
เมื่อ เวลา 10.30น.ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้ นายสุริยะ อรุณรุ่ง พร้อมทีมทนาย เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาการกระทำความผิดต่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2)ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ด้วยการกระจายภาพ กระจายเสียง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ มีพฤติกรรมในการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านเฟซบุ๊ก (facebook) ของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และเผยแพร่ข้อความดังกล่าวให้แพร่หลายสู่ประชาชน ซึ่งข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น ใส่ความ ฉวยโอกาส สร้างกระแสด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยมีเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อันเป็นการนำเอาความเท็จมาใส่ความนายจุรินทร์ต่อสาธารณะ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งส่วนตัวและการบริหารราชการแผ่นดิน การกระทำดังกล่าว จึงเข้าข่ายความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา และโดยทีมกฎหมายได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ รวมทั้งสิ้น 5 กรรม ต่างวาระกัน เพราะนายอัจฉริยะได้ใส่ความนายจุรินทร์ด้วยการไลฟ์สดใส่ร้ายนายจุรินทร์ถึง 5 ครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี