546.jpg
มติท่วมท้น! คกก.วัตถุอันตราย 17 เสียง ยืนกรานแบน 2 สารเคมี 1 มิ.ย.นี้

มติท่วมท้น! คกก.วัตถุอันตราย 17 เสียง ยืนกรานแบน 2 สารเคมี 1 มิ.ย.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563, 16.33 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ /2-1 /2563 วันนี้ (30 เม.ย.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย หลังใช้เวลาพิจารณาและมีการอภิปรายข้อมูลต่าง ๆ อย่างกว้างขวางนานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุดคณะกรรมการฯ ลงมติยืนตามมติเดิม คือ กำหนดให้สารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน  2563 หรือ "แบน"  2 สารดังกล่าว

โดยที่ประชุมวันนี้มีกรรมการเข้าร่วมประชุม 24 คน จากทั้งหมด 28  คน จึงมีองค์ประชุมครบ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่สำคัญหลายเรื่อง และในที่สุดคณะกรรมการฯ ได้มีการลงมติโดยเปิดเผย ซึ่งปรากฎว่า มีคณะกรรมการผู้เห็นด้วย 17 คน ไม่เห็นด้วย 6 คน งดออกเสียง จำนวน 1 คน


ทั้งนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า ได้ขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหาข้อมูลว่า ประเทศอื่นที่แบนสารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสมีการใช้สารทดแทนอะไรบ้าง และให้กลับมานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ไป

สำหรับประเด็นการรับรองรายงานการประชุมและการรับรองมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เกี่ยวกับการพิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรนั้น ที่ประชุมยืนยันว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่มีการรับรองโดยที่ประชุมถูกต้องแล้ว แต่สำหรับการรับรองรายงานการประชุมนั้น วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานอีกครั้งหนึ่ง และมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานการประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางคนแจ้งขอสงวนสิทธิ์ไม่รับรองรายงาน

นอกจากการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยังได้มีการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ดังนี้ มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างระเบียบ/ประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ  ซึ่งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้แก่ การกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านวัตถุอันตราย การผ่อนผันการปฏิบัติสำหรับการนำกลับเข้ามาหรือการส่งกลับออกไป หลังจากนี้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะนำไปเสนอรัฐมนตรี หรือ อธิบดีของแต่ละหน่วยงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป

ด้านนางอุมาพร พิมลบุตร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับสตอกของสารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เดิมมีประมาณ 10,000 ตันในภาพรวมทั้งผู้นำเข้า ร้านค้าต่าง ๆ แต่เชื่อว่าขณะนี้มีการซื้อขายและเกษตรกรนำมาใช้บ้าง จะทราบสตอกคงเหลือชัดเจนในการตรวจสตอกวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ผู้ที่มีจะต้องส่งให้กรมวิชาการเกษตรนำไปทำลายอย่างถูกวิธีต่อไป

"เกษตรกรที่เคยรู้สึกว่าพาราควอตเป็นสารยาสาระพัดนึก ราคาไม่แพง จากนี้ไปจะต้องเลือกใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เจาะจงมากขึ้นตามชนิดของพืช จะต้องมีการปรับตัว" นางอุมาพร กล่าว

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top