546.jpg
เครือข่ายฯ 3 จว.ตะวันออก ฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนแผนผังใช้ประโยชน์ที่ดินอีอีซี

เครือข่ายฯ 3 จว.ตะวันออก ฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนแผนผังใช้ประโยชน์ที่ดินอีอีซี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.57 น.

เครือข่ายฯ 3 จว.ตะวันออก ฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนแผนผังใช้ประโยชน์ที่ดินอีอีซี

16 กรกฎาคม 2563 เครือข่ายชุมชนและประชาชนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เข้ายื่นคำคำฟ้องคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่องแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2562 


นายสุทธิเกียรติ คชโส ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ กล่าวว่า จากการประกาศใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 261 ทำให้พื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าวที่เดิมเป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่ชนบท ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเหลืองอ่อน และสีม่วง คือ เป็นพื้นที่ให้รองรับอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ เช่น โรงงานกำจัดขยะของเสียอันตราย โรงไฟฟ้า ซึ่งกระบวนการจัดทำร่างแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และร่างแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคนั้นไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักวิชาการผังเมือง ไม่มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์

“จึงเห็นว่าประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนและกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยให้ประชาชน ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างมีความหมายก่อนจะมีการจัดทำแผนผังใหม่” นายสุทธิเกียรติ กล่าว

ด้านนางนันทวัน หาญดี ตัวแทนสมาคมเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สมาคมได้ร่วมฟ้องในคดีนี้ด้วย เนื่องจากในแผนผังอีอีซีได้มีการขยายพื้นที่สีม่วงเพิ่มขึ้นในเขตพื้นที่ต้นน้ำ อ.เขาหินซ้อน อ.สนามชัยเขต และ อ.ท่าตะเกียบ ซึ่งอยู่ในโซนพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ต้นน้ำเดิมของจังหวัด เพราะจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั้งพื้นที่เกษตรกรรม และเกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ คนที่อยู่กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้องเผชิญกับการปนเปื้อน โดยเฉพาะเกษตรกรรมทางเลือกที่ปัจจุบันเราส่งผลผลิตประเภทข้าวอินทรีย์ พืช ผักผลไม้ไปต่างประเทศกว่า 200 รายการ และกระจายอยู่ในค้าปลีกภายในประเทศด้วย เมื่อขยายพื้นที่สีม่วงก็ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ดำเนินการอยู่

ส่วนนายอมรทรัพย์ ปัญญาเจริญศรี ตัวแทนประมงพื้นบ้าน อ.ศรีราชา และ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้รับผลกระทบจากโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 1 , 2 รัฐยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา ถ้าแผนผังอีอีซีขยายพื้นที่สีม่วงเพิ่มขึ้นอีกก็ทำให้อาชีพประมงพื้นบ้านสูญพันธุ์ไปเลย แหล่งอาหารทะเลที่ปัจจุบันส่งออกต่างประเทศ ก็จะได้รับผลกระทบ

ส่วนนายกัญจน์ ทัตติยกุล ตัวแทนเครือข่ายเพื่อนตะวันออก กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเครือข่ายเสนอสำนักงานอีอีซี ให้ทำการประเมินผลประทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะพัฒนาไปทางไหนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนกับพี่น้องประชาชน แต่ได้รับการปฏิเสธ เมื่อมีการทำแผนผัง เครือข่ายก็มีการจัดเวที เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับรู้ข้อมูล ข้อคิดเห็นของชาวบ้าน ขณะที่เวทีรับฟังความคิดเห็นที่ทางสำนักงานอีอีซีมีการจัดขึ้นประชาชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงมีโอกาสน้อยที่จะได้เข้าร่วม ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับรู้ แต่สุดท้ายผังอีอีซีที่ออกมาก็พบว่ามีพื้นที่สีม่วงหรืออุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึง 1.6 แสนไร่ จากของเดิมที่มีอยู่แล้ว 2แสนกว่าไร่ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 64 เปอร์เซ็นต์ โดย 2 แสนกว่าไร่เดิมนั้นปัจจุบันปัญหามลพิษรัฐยังจัดการแก้ไขปัญหาไม่ได้

“ผังอีอีซีที่ประกาศใช้พื้นที่มันเพิ่มขึ้นมาก ที่น่ากลัวคือพื้นที่ที่กำหนดเป็นสีเหลืองอ่อน เขาเรียกว่าสีชุมชนชนบท สีนี้ห้ามโรงงานอุตสาหกรรมไว้แค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ อีก 95 เปอร์เซ็นต์ ที่มีประเภทโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยบัญญัติไว้สามารถตั้งได้ คือ ซื้อที่ได้ คุณตั้งโรงงานได้เลยถ้าโรงงานนั้นไม่เข้าข่ายอีไอเอ สีเหลืองอ่อนนี้กินพื้นที่ 1 ใน 4 ของ 3 จังหวัด คือ 2.08 ล้านไร่ อย่าง อ.เขาชะเมา จ.ระยอง จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่สีเขียวในผังเมืองรวม ก็กลายเป็นพื้นที่สีเหลืองอ่อนในผังอีอีซี ฉะนั้นความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินน้อยลงมาก เรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อมวันใดวันหนึ่งก็อาจจะมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อผลกระทบมาสู่พวกเขา” นายกัญจน์ กล่าว

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top