546.jpg
'ตำรวจ'หงายเงิบ! 'หมอฟัน'จำได้แม่น ไม่เคยใช้'โคเคน'รักษา'บอส อยู่วิทยา'

'ตำรวจ'หงายเงิบ! 'หมอฟัน'จำได้แม่น ไม่เคยใช้'โคเคน'รักษา'บอส อยู่วิทยา'

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.38 น.

กรณีมีการตรวจพบสารเสพติดโคเคนในเลือดของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา  โดยตำรวจให้ข้อมูลว่าสารดังกล่าว เกิดจากการรักษาฟัน ทำให้ตำรวจไม่สั่งฟ้องคดียาเสพติดนั้น

เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2563 ทพ.เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภาคนที่หนึ่ง และกรรมการทันตแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ทันตแพทย์คนที่รักษานายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ได้ติดต่อมาเป็นการส่วนตัวกับทางกรรมการทันตแพทยสภาท่านหนึ่ง ซึ่งเขายืนยันว่า ไม่ได้มีการใช้โคเคนในการรักษาฟันแต่อย่างใด เพราะคลินิกทันตกรรม หรือในวงการทันตกรรมไม่มีการใช้สารโคเคนอยู่แล้ว เพราะเป็นยาเสพติด จะมีการใช้เพียงยาชาที่อนุญาตทางทันตกรรมเท่านั้น


ส่วนจะมีการเชิญทันตแพทย์รายดังกล่าวมาที่ทันตแพทยสภาหรือไม่ ทพ.เผด็จ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้เขาพร้อม และเตรียมข้อมูลการรักษาเนื่องจากผ่านมา 7 ปีกว่า แต่ที่เขาจำได้คือ เขายืนยันว่า ไม่ได้ใช้โคเคน ซึ่งเขาก็สงสัยว่า เพราะเหตุใดจึงมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนบอกว่ามีการใช้สารโคเคน

"ทันตแพทยสภาขอรอเวลาสักระยะเพื่อติดต่อและประสานในการให้ข้อมูล เนื่องจากปัจจุบันก็ยังมีคณะกรรมการอีกชุดที่ทางนายกรัฐมนตรีตั้ง ดังนั้นคงต้องมีหลายฝ่ายอยู่ในการดำเนินการเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันว่า ไม่มีการใช้โคเคนในวงการทันตกรรมแน่นอน"ทพ.เผด็จ กล่าว

ขณะที่ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย สธ.กล่าวว่า การใช้โคเคนในทางทันตกรรมมีการใช้ในอดีตเป็น 100 กว่าปี เพราะขณะนั้นไม่มียาชา แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้า และพัฒนาไปไกลมาก จึงไม่มีการนำสารโคเคน ที่ถูกระบุว่าเป็นสารเสพติด เข้ามาใช้เกี่ยวกับทางทันตกรรม ปัจจุบันที่ใช้กันในทางทันตกรรมเพื่อเป็นยาชา จะเรียกว่า ลิโดเคน (Lidocaine) โดยปริมาณการใชน้อยมาก ตัวยาออกฤทธิ์และหายไปในเวลาไม่นาน ประมาณ 6 ชั่วโมงเท่านั้น

ด้านภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีสารโคเคนที่กำลังเป็นกระแสว่า มีการนำมาใช้ทางทันตกรรมหรือไม่ ว่า ปัจจุบันมีการใช้สารเสพติดทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และ 4 โดยสารออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 มีอยู่ 20 ตัว อาทิ มอร์ฟีน โคเคน โดยกลุ่มนี้จะเป็นยาที่ อย.เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนมากจะพบว่ามีการใช้ในห้องผ่าตัดเฉพาะจุด โดยเฉพาะจมูกและคอ ซึ่งที่ผ่านมา อย.จัดส่งให้สถานพยาบาล ตามการร้องขอและทำรายละเอียดว่ามีการใช้จำนวนมากเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละปีจะมีการใช้ปริมาณ 1กิโลกรัม โดยข้อมูลปี 2562 ครึ่งกิโลกรัม ปี 2561 มีการใช้ 0.75 กิโลกรัม และปี 2560 มีการใช้ 1.2 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันมียาชาตัวอื่นมีประสิทธิภาพกว่า

เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบการใช้ย้อนหลัง10 ปีหรือไม่ ภญ.สุภัทรา กล่าวว่ามี แต่ปริมาณการใช้อยู่ที่เฉลี่ย1 กิโลกรัมต่อปี สำหรับฤทธิ์โคเคนจะออกฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง ทำให้เคลิ้ม มีผลต่อการเต้นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะและช็อกได้ หากใช้เยอะไปนานๆจะทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า หากครอบครองโคเคนโดยไม่มีใบอนุญาตจะเข้าข่ายมาตรา 69 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ระบุว่า ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ใดจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top