รวมใจเป็นหนึ่ง!ระดมกู้‘แม่โขงเดลต้า’ล่ม ตั้งลำได้แล้ว เล็งใช้เครนยกพ้นน้ำ

รวมใจเป็นหนึ่ง!ระดมกู้‘แม่โขงเดลต้า’ล่ม ตั้งลำได้แล้ว เล็งใช้เครนยกพ้นน้ำ

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 19.17 น.

ระดมกำลังกู้ ‘แม่โขงเดลต้า’ เรือท่องเที่ยวจมแม่น้ำโขง ตั้งลำได้แล้ว เล็งใช้เครนยกขึ้นพ้นน้ำ มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

10 สิงหาคม 2563 ความคืบหน้ากรณีเรือแม่โขงเดลต้า ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวแม่น้ำโขง สัญชาติไทยลำแรกในแม่น้ำโขง ขนาด 107 ตันกรอส ยาว 40 เมตร กว้าง 5.50 เมตร บรรทุกผู้โดยสารได้120 ที่นั่ง ล่มและจมลงในแม่น้ำโขง ชายแดนไทย - สปป.ลาว บริเวณหมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ถอดบทเรียนช่วย‘หมูป่า’! เชียงรายระดมกำลังกู้เรือล่ม ลุ้นวันนี้ดึงขึ้นฝั่งได้)


พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง , พ.อ.ชาตินักรบ พรศิริรัตน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 นำกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์ ร่วมระดมกำลังทุกฝ่าย ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงราย , ฝ่ายปกครอง , ตำรวจน้ำ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ,  สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขา เชียงราย , ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน , การท่าเรือแห่งประเทศไทย , กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 32 และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติ ปฏิบัติภารกิจช่วยกู้ซากเรือท่องเที่ยวที่ล่มอยู่ในแม่น้ำโขง ในปฏิบัติการ “รวมใจเป็นหนึ่ง”

ทั้งนี้ เข้าสู่วันที่ 2 ของปฏิบัติการในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาขึงเชือกกับฝั่ง เพื่อไม่ให้เรือลอยไปกับกระแสน้ำ และพยายามดึงให้เรือเข้ามาใกล้ฝั่งมากที่สุด เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่จะมายกเรือขึ้น แต่เรือมีน้ำหนักถึง 107 ตัน และยังมีน้ำและตะกอนทรายอยู่ในเรือเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถกู้เรือได้ โดยเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยกว่า 100 คน เริ่มปฏิบัติภารกิจกู้ซากเรือกันอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ประสานความร่วมมือพยายามชักลากขึ้นฝั่ง แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแม่น้ำโขงไหลเชี่ยว และเรือมีน้ำหนักมาก ทำได้เพียงลากเรือมาเกยตื้นริมฝั่งให้มากที่สุด และเตรียมใช้รถยกเครนยกเรือมาไว้ริมฝั่ง โดยตลอดทั้งวันหน่วยทหารในพื้นที่ได้ระดมกำลังทุกหน่วย ทั้งหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 , กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย , หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย  (นรข.) และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ร่วมกับ หน่วยงาน , ส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสาทุกภาคส่วน ทำการชักลากทั้งกำลังพลและเรือทั้งบนฝั่งและในน้ำ โดยต่อจากนี้แผนการปฏิบัติ คือ จะดึงเรือเข้ามาใกล้ฝั่ง รอให้น้ำลดจนถึงระดับ หรืออีกแผนอาจใช้ปั๊มน้ำแก้ไขอุทกภัยหัวสูบขนาด 3 ตัน มีสายระยะ 60 เมตร กำลังสูบขนาด 50,000 ลิตรต่อนาที สูบน้ำออก หากเรือลอยแล้วถึงลากเรือให้เข้าที่ จึงยังรอดูวิธีการที่ดีที่สุดก่อน แต่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังเพิ่มสูงขึ้น หลังจากเขื่อนจิ่งหง ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งอยู่ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร ได้ระบายน้ำจากเขื่อนลงมาตั้งแต่ 8 สิงหาคม 2563 ในอัตรา 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนที่จะลดลงในวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่มวลน้ำที่ปล่อยมาก่อนได้ไหลลงถึง อำเภอเชียงแสน ภายใน 2 - 3 วัน ทำให้ล่าสุดเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ระดับน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนมีความลึกประมาณ 4.44 เมตร ถือว่าลึกที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนลดระดับลงมา 2 เมตรในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

นายปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้วางแผนจะใช้เครนดึงเรือขึ้นมาให้พ้นน้ำก่อน จากนั้นจะทำการสูบน้ำออก เพื่อลดน้ำหนักเรือให้เบาลงและชักลากไปไว้ตรงจุดที่จัดเตรียมเอาไว้ คาดว่าเย็นวันนี้จะกู้เรือได้สำเร็จ เพราะได้ระดมกำลังทุกฝ่ายเข้าปฏิบัติการเต็มกำลัง

ส่วนนายกรชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาดูแลอำนวยการกู้เรือ กล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ประชุมแนวทางกู้เรือต่อ โดยมีแนวทางจากทางกรมเจ้าท่าเชียงราย ว่า อาจจะรอให้น้ำลงแล้วค่อยหาทางชักลากเรือเข้าท่า หรือศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเชียงรายเขต 15 ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำกำลังสูง จะได้สูบน้ำออกจากเรือ ให้เรือลอยตัวขึ้น ซึ่งจะมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นความสำเร็จ ที่หลายฝ่ายได้ระดมกำลังมาช่วยเหลือกัน ใช้รูปแบบโมเดลกู้ภัยถ้ำหลวง ที่ใช้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกว่า 100 คน

ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และกรรมการผู้จัดการบริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด เจ้าของเรือ กล่าวว่า ซื้อเรือลำนี้มาตั้งแต่ 9 ปีก่อน มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท และได้นำมาปรับเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและตกแต่งภายใน รวมทั้งหมดเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งความเสียหายที่ได้รับยังประเมินไม่ได้เพราะเรือยังจมน้ำอยู่ต้องนำขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

“ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องที่ได้ระดมกำลังกันเข้าไปช่วยเหลือเรือสัญชาติไทยที่จมแม่น้ำโขง เนื่องจากเรือมีน้ำหนักมากทำให้ต้องซักซ้อมกัน กระทั่งสามารถทำงานเข้ากันได้ดีแล้ว และล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้อนุเคราะห์อนุมัติให้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สนับสนุน คาดว่าจะนำเรือขึ้นมาตรวจสอบได้ในวันเดียวกันนี้ และหากไม่ได้ผลก็มีแผนการถัดไป คือ จะใช้เรือกาสะลอง 1 และเรือกาสะลอง 2 ที่มีขนาด 2 เครื่องยนต์ ความแรงกว่า 670 แรงม้า ทำการดันร่วมกับใช้เครนและกำลังพลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆต่อไป” น.ส.ผกายมาศ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top