18 สิงหาคม 2563 บริเวณท่าเทียบเรือประมงปัตตานี น.อ.ธีรนันท์ มาแดงรองผู้อำนวยการ ศรชล. จังหวัดปัตตานี ผบ.รล.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงปัตตานี เจ้าหน้าที่ ด่านศุลกากร สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานีั ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปัตตานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปัตตานีและกองกำกับการตำรวจน้ำปัตตานี ร่วมแถลงการจับกุมเรือประมงต่างชาติ 4 ลำ มีลูกเรือ 36 คน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563
ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีเรือประมงต่างชาติ เข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย
พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 และ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้สั่งการให้เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ออกเรือลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ โดยในวันที่ 17 สิงหาคม 2563 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้ตรวจพบเรือประมงต่างชาติ 4 ลำ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ บริเวณแบริ่ง 180 ระยะทาง 92 ไมล์ จากปลายแหลมตาชี จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเรือประมงสัญชาติเวียดนาม ประเภทเรืออวนล้อม จำนวน 2 ลำ และเรือปั่นไฟ จำนวน 2 ลำ ลูกเรือ จำนวน 36 คน จึงได้ควบคุมเรือดังกล่าว มาทำการสอบสวนที่ท่าเทียบเรือหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินคดีกับเรือประมงสัญชาติเวียดนาม เนื่องจากเป็นการจับกุมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดไว้ 5 ข้อหา ดังนี้
1. ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง (ตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 129 วรรคสอง)
2. ทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือ โดยไม่ได้รับอนุญาต (ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 11 วรรคหนึ่ง)
3. เป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต (ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 5 ทวิ มาตรา 11 ทวิ)
4. ไม่เข้า - ออก ตามช่องด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานีหรือท้องที่ที่กำหนด ไม่เข้า - ออก ตามเวลาที่กำหนด
5. เข้ามาหรือออกไปโดยยื่นรายการและไม่ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเส้นทางนั้น

สำหรับการจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นที่ ศรชล.ภาค 2 ในปีงบประมาณ 2563 ได้จับกุมมาแล้ว 12 ครั้ง รวม 22 ลำ ในการจับกุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 รวมทั้งหมด 26 ลำ ลูกเรือ จำนวน 165 คน ศรชล.ภาค 2 ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมง ในความร่วมมือที่ได้แจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิด และขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและชาวประมงไทยว่า “ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค 2 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 113;275 ตารางกิโลเมตร นั้น เราจะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างเต็มความสามารถ จะมิยอมให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรในการทำการประมงเป็นอันขาด ทั้งนี้ เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี