วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงโครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ GDCC (Government Data Center and Cloud Service) ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทมาก โดยเฉพาะจากเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
“ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เตรียมพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อก้าวสู่สังคมดิจิทัล ทำให้มีความพร้อมมากขึ้นโดยเฉพาะด้านคลาวด์ โครงการ GDCC เป็นสิ่งที่ทุกคนพูดมานานแล้ว และจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีฐานข้อมูลกลางของเราเอง วันนี้
เข้าใกล้สิ่งที่ตั้งเป้าไว้แล้วเป็นก้าวแรกที่พูดได้เป็นรูปธรรมว่ารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เกิดได้ แต่มีความต้องการใช้สูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้เดิม โดยเฉพาะช่วงโควิดทำให้ต้องมีพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
สำหรับโครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ GDCC เกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 พ.ค. 2562 มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลฯ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Cloud Infrastructure) โดยภาครัฐจะเป็น
ผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้มีระบบกลางในการให้บริการ Cloud สำหรับหน่วยงานภาครัฐที่มีมาตรฐานและปลอดภัย
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล (Government Transformation) รวมถึงการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) ศูนย์ข้อมูลภาครัฐ (Government Data Center) และคลาวด์คอมพิ้วติ้ง (Cloud Computing) โดยระบบคลาวด์กลางภาครัฐจะทำให้สามารถประหยัดงบประมาณในส่วนของการที่แต่ละหน่วยงานจะนำไปใช้ในการเช่าระบบ Cloud และบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center)
อีกทั้งยังทำให้ระบบสารสนเทศของประเทศมีความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลและระบบงานของหน่วยงานภาครัฐจะถูกจัดเก็บอยู่ในระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่มีมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยและตั้งอยู่ภายในประเทศ ซึ่งกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมดำเนินการโดยปัจจุบัน โครงการ GDCC มีหน่วยงานส่งคำขอใช้บริการเข้ามาแล้ว 472 หน่วยงาน 1,570 ระบบ (ประมาณ 24,118 VM)
ทั้งนี้ ตามแผนปี 2563 กำหนดให้บริการหน่วยประมวลผลรวม32,000 vCPU จะช่วยประหยัดงบประมาณทางด้านไอทีของภาครัฐได้ร้อยละ 30-70 ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่สำคัญของประเทศ จะถูกจัดเก็บอยู่ภายในประเทศไทย และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐให้กลายเป็น Big Data ภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนหรือภาคธุรกิจได้รับทราบข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นระบบ และมีความต่อเนื่องในการให้บริการยิ่งขึ้น การรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในฐานข้อมูลภาครัฐจะต้องเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 ส่วนปี 2564 จะมีการโอนถ่ายข้อมูลมาในคลาวด์กลางประมาณร้อยละ 40-50
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี