วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันที่ 28 สิงหาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกลุ่มภาคีเครือข่ายนักเรียนแห่งประเทศไทย ที่มาเดินทางมาพบที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อติดตามผลการออกมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียนจากการแสดงความคิดเห็น โดยใช้เวลาพุดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตัวแทนนักเรียนได้ส่งข้อมูลโรงเรียนที่มีปัญหาคุกตามเด็กเพิ่มให้เป็น 170 โรงเรียน จากเดิม 109 โรงเรียน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงเรียนทั้ง 109 โรงเรียนที่มีข้อมูลว่าคุกคามนักเรียน เบื้องต้นพบว่า มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจริง หลายแห่งได้มีการหาทางออกโดยการพูดคุยทำความเข้าใจแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสม เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ซึ่งครู นักเรียน ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยและรับมือกับเรื่องนี้ คิดว่าหลายแห่งเริ่มเข้าใจ ในขณะที่อีกหลายแห่งต้องใช้เวลา
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ภาคีนักเรียนฯ ได้เสนอให้เปิดเวลารับฟังความคิดเห็นนักเรียน เป็นเวทีที่รับฟังโดยไม่จำกัด ซึ่งตนไม่ขัดข้อง เพียงแต่แสดงความห่วงใยว่าการพูดคุยโดยไม่มีข้อจำกัดนี้ จะสร้างความแตกแยกในโรงเรียนหรือไม่ ส่วนตัวขอชื่นชมแนวคิดแต่เรืองตัวเอง แต่คิดถึงปัญหาของคนอื่น เช่น เพื่อนนักเรียนห่างไกล ที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาภาระงานของครูที่มีมากเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่ในศธ. ได้รับข้อมูลที่แท้จริง นำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนกรณีที่กลุ่มนักเรียนจำนวน 25 โรงเรียนนัดหมายจะมาชุมนุมที่ศธ. ในวันที่ 5 กันยายน นี้นั้น ตนก็พร้อมต้อนรับและจะลงมารับฟังข้อเสนอด้วยตนเอง และในวันดังกล่าวจะใช้โอกาสชี้แจงถึงสิ่งที่ศธ.ได้แก้ไขปัญหาการศึกษาให้ หรือมีปัญหาติดขัดเรื่องใด อาทิ กรณีที่นักเรียนเรียกร้องให้ครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้มากขึ้นนั้น ศธ.ได้เสนอของบประมาณจ้างครูต่างชาติ มาแล้ว 1 หมื่นคน แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้
“ผมขอยืนยันว่าโรงเรียนยังเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง และที่ศธ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น จะเน้นไปในเรื่องการศึกษาทั้งนี้ นักเรียนยังสามารถพูดเรื่องการเมืองได้ แต่ในการนำข้อสรุปมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ต้องแยกการศึกษาออกจากการเมือง” นายณัฏฐพล กล่าว
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในส่วนของตนได้เตรียมการเปิดช่องทางให้นักเรียนสื่อสารได้โดยตรง เป็นเว็บไซต์กลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาวิธีปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลที่นักเรียนส่งมา ซี่งตนต้องมั่นใจก่อนว่า นักเรียนที่ให้ข้อมูลต้องปลอดภัย100% จึงจะสามารถเปิดช่องทางได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยกับนักเรียน นายณัฏฐพล ได้เล่าถึงประสบการณ์การเป็นแกนนำในการชุมนุม ซึ่งต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น ในส่วนตัวตนและภรรยาเคยถูกดำเนินคดี ก็ต้องทำความเข้าใจกับครอบครัว และทำความเข้าใจกับภรรยา ว่า เราทั้งคู่ต้องยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ระหว่างการพูดคุย ทางภาคีนักเรียนฯ ได้ต่อโทรศัพท์ให้ผู้ปกครองร้องเรียนกรณีลูกถูกครูทำร้ายร่างการจากการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งนายณัฏฐพล ก็รับไปตรวจสอบ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้านนายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร ประธานสูงสุดประจำ Uncommon International Group, ฝ่ายพัฒนาระบบ แผน และกลยุทธ์ และโฆษก ประจำภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การมาติดตามมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียน ครั้งนี้ก็ได้เสนอข้อมูลการคุกคามนักเรียนเพิ่มเป็น 170 แห่ง ซึ่งภาพรวมการพูดคุยวันนี้รู้สึกพอใจ เพราะรัฐมนตรีว่าการศธ.ได้เข้ามาพูดคุยและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น หลายเรื่อง นายณัฏฐพล รับปากจะลงไปแก้ไขปัญหาให้ อาทิ นักเรียนถูกตัดทุนและถูกไล่ออก เพราะไปแสดงออกทางการเมือง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี