546.jpg
'ผบ.พล.ร.9'ลงด่านเจดีย์สามองค์วางมาตรการเข้มป้องกันโควิดหลังเมียนมาระบาดรอบ 2

'ผบ.พล.ร.9'ลงด่านเจดีย์สามองค์วางมาตรการเข้มป้องกันโควิดหลังเมียนมาระบาดรอบ 2

วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.59 น.

จากกรณีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา เพื่อให้คุมเข้มการลักลอบเดินทางเข้ามาของบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมายทุกช่องทาง เนื่องจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 2 

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค.63 ที่ผ่านมานายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กจ 0017.2/ว 14937 เรื่อง เน้นย้ำการดำเนินการป้องกันบุคคลต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แจ้งให้ส่วนราชการและอำเภอบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านของพื้นที่ที่ติดต่อกับชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีช่องทางผ่านแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติให้ระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเดินทางเข้ามาของบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่มีแนวเขตติดกับประเทศเมียนมา เป็นระยะทาง 371 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออกมากถึง 43 ช่องทาง 


ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 ส.ค.63  ที่ห้องประชุมอาคารชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองกำลังสุรสีห์ ที่ 104 บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เป็นประธานการประชุมเพื่อวางมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  รอบ 2 ที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่เมืองชิตตะเว รัฐยะไข่ และเริ่มมีการตรวจพบผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัย ในเมืองมะละแหม่ง (เมาะลำเลิง) ที่อยู่ห่างจากชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ ออกไปเพียงแค่ประมาณ 270 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

 

สำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้มีนายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี นายศุภกร สุขประสิทธิ์ สาธารณสุขอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่กองร้อย ตชด.ที่ 134 ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 ได้กล่าวเน้นย้ำให้มีการปิดเส้นทางเข้าออกตามแนวชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรีในทุกช่องทาง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยของแรงงานชาวเมียนมา สำหรับพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีแนวเขตติดกับประเทศเมียนมา รวม 5 อำเภอ จาก 13 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เมือง อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี ระยะทาง 371 กิโลเมตร รวม 43 ช่องทาง 

โดยให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ อส. ตม.ตชด.กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ร่วมกันในการวางกำลังตามช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่บริเวณ บ้านน้ำเกิ๊ก จนถึงบริเวณ ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งมีช่องทางธรรมชาติที่ชาวบ้านทั้งไทยและเมียนมา ใช้เดินทางข้ามแดนมากกว่า 20 ช่องทาง โดยให้ทหารเป็นหลักในการเฝ้าระวัง รวมทั้งให้มีการออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันการหลบหนีเข้ามาในช่วงกลางคืนอย่างเข้มข้น

สำหรับสินค้าด้านการเกษตรที่มีความจำเป็นในช่วงนี้ยังให้ผู้ประกอบการนำสินค้าเข้าออกได้ตามปกติ โดยกำหนดให้มีจุดรับส่งสินค้าบริเวณชายแดน โดยไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการชาวเมียนมาข้ามเข้ามาส่งสินค้าในไทยได้ ส่วนผู้ประกอบการชาวไทยก็ยังไม่อนุญาตให้ข้ามไปส่งสินค้ายังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น หรืออาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งตามสถานการณ์ข้างหน้า

สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณด่านพรมแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ วันนี้พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกกันอย่างอย่างต่อเนื่อง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือร้านจำหน่ายสินค้าประเภท บุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปลอดภาษีที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ NO MAN LAND รวมทั้งร้านจำหน่ายสินค้าประเภทกล้วยไม้ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวเมียนมาทั้งสิ้น จุดนี้เองอาจจะเป็นช่องโหว่ของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็เป็นไปได้  

แต่อย่างไรก็ตาม พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9  ได้สั่งการให้มีการจัดเวรยามและประชาสัมพันธ์ นักท่องเที่ยวไม่ให้ซื้อสินค้าในบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งจะทำการปิดกั้นช่องทางเข้าออกบริเวณดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.) อีกทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฎิบัติหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากยังพบว่ามีชาวเมียนมาลักลอบเข้ามาในพื้นที่ จะได้มีการดำเนินการลงโทษทางวินัยและอาญาต่อเจ้าหน้าที่ เนื่องจากหากมีการแพร่ระบาดในพื้นที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างใหญ่หลวง เพราะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top