546.jpg
คืนยศพระเถระ! 'อนุชา'ชี้กลับห่มผ้าเหลืองใหม่ ต้องบรรพชาอุปสมบท

คืนยศพระเถระ! 'อนุชา'ชี้กลับห่มผ้าเหลืองใหม่ ต้องบรรพชาอุปสมบท

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 15.06 น.

"อนุชา"เผยพระที่ผิดพระธรรมวินัย ที่ถูกจับต้องลาสิกขาบท ถ้าจะมาห่มผ้าเหลืองใหม่ ต้องผ่านกระบวนการบรรพชาอุปสมบท

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็นการอภิปรายกรณี นายนิยม เวชกามา ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของพระพุทธศาสนา ระบุว่า มีพระเถระ จำนวน 7 รูป ถูกดำเนินคดี แล้วศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด มีการคืนยศให้พระเถระดังกล่าวนั้น ว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามทุจริตเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งศาลว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ให้จำคุก 36 เดือน และปรับ 27,000 บาท แต่ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ไม่เคยกระทำความผิดทางวินัย จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษกำหนด 2 ปี ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าพระเถระผู้ใหญ่ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกแต่ให้รอลงอาญา


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อถูกตัดสินลงโทษแล้ว จะกลับมาห่มผ้าเหลืองอีกนั้น จะต้องผ่านกระบวนการบรรพชาอุปสมบท ถึงจะมีสิทธิ์ห่มผ้าเหลืองได้ ถ้าหากห่มผ้าเหลืองโดยไม่ได้อุปสมบทจะมีความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบพระ ตามมาตรา 208 ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับศาสนา พร้อมกับกล่าวย้ำว่า พระที่ผิดพระธรรมวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระที่ถูกจับแล้วต้องลาสิกขาบท มีพระธรรมวินัยระบุไว้ชัดเจนว่าต้องบรรพชาใหม่ ไม่สามารถกลับมาห่มผ้าเหลืองได้ และไม่ได้อยู่ที่จิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการสึกโดยเต็มหรือไม่เต็มใจก็ตาม ซึ่งจากที่ นายนิยม เวชกามา ระบุว่า มีพระจำนวน 3 แสนรูป หายไปจำนวน 8 หมื่นรูป เหลือเพียง 220,000 รูปนั้น ไม่ตรงกับข้อมูลความเป็นจริง ปัจจุบันประเทศไทยมีวัดอยู่ทั้งหมดประมาณ 42,000 กว่าวัด ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนพระไม่เกิน 250,000 รูป ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นว่าในคำอภิปรายหรือคำเสนอแนะในการอภิปรายนายกรัฐมนตรีนั้น บางครั้งอาจจะฟังได้ บางครั้งอาจจะฟังไม่ได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top