Logo วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
537.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
'ณัฏฐพล'ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาให้เข้มแข็ง

'ณัฏฐพล'ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาให้เข้มแข็ง

วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.20 น.
Tag : ณัฏฐพล วิทยาลัยอาชีวะ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

'ณัฏฐพล' ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาสาขาที่ตนเองถนัดให้เข้มแข็ง อย่าหว่งเงินอุดหนุนรายหัวลด ด้าน “เลขาธิการ กอศ.” มั่นใจวิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพพัฒนาคนรองรับความต้องการแรงงานในจังหวัดได้อย่างหลากหลาย

2 พ.ย.63 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการมอบนโยบายการจัดการศึกษาอาชีวศึกษายกกำลังสอง แก่ผู้บริหารสถานศึกษา  ครู บุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน  


โดยนายณัฏฐพล กล่าวตอนหนึ่ง ว่า เรื่องสำคัญของประเทศขณะนี้คือการขับเคลื่อนอาชีวศึกษา เพราะประเทศจะขับเคลื่อนต่อไปได้ต้องผลักดันให้อาชีวะเข้มแข็ง ในขณะเดียวการเรียนในสายสามัญก็ทิ้งไม่ได้ ต้องพัฒนาควบคู่กันไปด้วย เราต้องการยกระดับรายได้ของจังหวัด ยกระดับอาชีพ ด้วยการจัดการศึกษา เพราะถ้าไม่ทำ ไม่เตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียน ก็จะไม่สามารถยกระดับรายได้ของจังหวัดได้ ซึ่ง จ.ภูเก็ต พบว่า 97% ของรายได้ในจังหวัดผูกพันกับการท่องเที่ยว ดังนั้น ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ต้องเข้าใจและร่วมกันยกระดับการศึกษาให้ได้ จึงขอฝากทุกคนที่มีส่วนร่วม ช่วยกันพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับรายได้ของจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ ถือเป็นภาคที่มีอนาคต สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ ซึ่งทุกจังหวัดในภาคใต้อาจจะยกโมเดลในการจัดการของ จ.ภูเก็ต เป็นต้นแบบในการพัฒนาได้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นโยบายการศึกษายกกำลังสอง ที่ตนผลักดันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำกับเรื่องนี้ว่าอยากให้การศึกษายกกำลังสองเป็นนกกำลังสิบไปเลย เพื่อให้ทันกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งท่านนายกฯให้ความหวังกับการศึกษาอย่างมาก วันนี้เราเห็นปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศได้ อย่างในปัจจุบัน เด็กเราขาดความพร้อม ไม่กล้าแสดงออก ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องค่อยๆปรับและสอนให้เด็กมีความมั่นใจในการแสดงออก สร้างพื้นฐานจิตใจให้เด็ก เพื่อให้เด็กมีความพร้อมกล้าแสดงออกและมีความพร้อมในด้านภาษาต่างประเทศ

"วันนี้ผมลงไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนในเกาะมา 3 แห่ง พบว่าอาชีพในอนาคตที่เด็กๆทุกคนอยากทำคือการเข้าสู่สายอาชีพแทบทั้งสิ้น  ซึ่งผมมองว่าประเทศเรามีศักยภาพในการผักดันสายอาชีพเป็นอันดับต้นๆของโลกได้ แต่เราต้องผักดันด้านภาษาต่างประเทศที่สามารถใช้สื่อสารได้ เพื่อให้เด็กมีความกล้าและมั่นใจไม่ใช้ภาษาเพื่อสอบ และทุกวิทยาลัยอาชีวะต้องหาจุดเด่นของตนให้เจอ และต้องกล้าที่จะตัดบางสาขาออกการศึกษาจึงจะเปลี่ยน แล้วนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทน  ผมเข้าใจว่าแต่ละวิทยาลัยต้องการให้มีผู้เรียนบางสาขาในจำนวนมาก ๆเพราะต้องการรับเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งผมยืนยันว่าหากทุกจังหวัดมีโจทย์ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาตนเองไปในทิศทางใด ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ศธ.ต้องหางบประมาณมาช่วยสร้างความเป็นเลิศให้ทุกวิทยาลัย โดยไม่ต้องคำนึงงบอุดหนุนรายหัวอีกต่อไป ดังนั้น ทุกแห่งต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ต้องร่วมกันคิด หากลงมือทำจริง ภายใน 1-2 เดือน ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าเราจะพัฒนาวิทยาลัยในพื้นที่อย่างไร” รมว.ศธ. กล่าว    

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ขอฝากให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) เข้ามาช่วยดูแลในการจัดการศึกษา ตามหาจุดเด่น และความถนัดของแต่ละวิทยาลัยด้วย ทั้งนี้วิทยาลัยอาชีวะไม่จำเป็นต้องเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี เพราะบางแห่งอาจไม่มีความถนัด และไม่มีความพร้อมด้านครูผู้สอน ควรปล่อยให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดระดับอุดมศึกษาไปเพราะมีความถนัดกว่า  ส่วนหลักสูตรที่เหมาะสมก็ให้ทุกส่วนมาพูดคุยกันว่าในจังหวัดของตนมีจุดแข็งอะไร แล้วพัฒนาหลักสูตรของตนเอง เพราะการศึกษาไทยสามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในประเทศของเรา แต่ต้องหาจุดเด่นของตนให้เจอ แต่เราต้องร่วมกันทำ และตนอยากให้สายสามัญ และสายอาชีพมาร่วมกันจัดการศึกษา แต่ต้องเน้นสายอาชีวะมากขึ้น โดยการลงทุนด้านเครื่องมือเพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความชอบและอยากเข้ามาเรียนอาชีวะมากขึ้น ส่วนสายสามัญเราก็ไม่ทิ้ง ต้องพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ ให้เป็นโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง หากทุกจังหวัดสามารถทำได้เช่นนี้ จะเป็นการพัฒนาการศึกษาได้ทั้งระบบ ส่วนการพัฒนาภาษาอังกฤษให้เด็กอาชีวะนั้น อาจจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งตนดูการสอนภาษาอังฤษในภาพรวมของประเทศ พบว่าจะต้องเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัย ภาษาอังกฤษจะต้องเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ หาก สพฐ.สามารถควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้ จะสามารถนำงบมาจัดสรรครูภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนต่างๆเพี่มขึ้นได้ด้วย

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เน้นธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก ตนพบว่าวิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพที่จะพัฒนาคนเพื่อรองรับความต้องการแรงงานในจังหวัดได้อย่างหลากหลายและแตกต่างกัน เช่น วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต เน้นพัฒนาคนในด้านการซ่อมบำรุงเรือยอร์ช  วิทยาลัยเทคนิคถลาง ที่เน้นสอนธุรกิจการบิน วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เน้นการท่องเที่ยว การโรงแรม และธุรกิจการบิน และวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต จะเน้นพัฒนาทักษะอาชีพ เช่น การนวดแผนไทย ช่างเสริมสวย การทำอาหาร เป็นต้น พร้อมกับพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ที่อยู่ในสถานประกอบการให้มีความรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงโลกในยุคปัจจุบันด้วย จะเห็นว่าวิทยาลัยแต่ละแห่งมีศักยภาพในการพัฒนาคนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะนำจุดเด่นของแต่ละวิทยาลัยลัย พัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคล เพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center: HCEC) ในด้านต่าง ๆต่อไป ถือเป็นการนำฐานเดิมที่มีอยู่มาต่อยอดขับเคลื่อนตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ

"วิทยาลัยใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง เราไม่แย่งนักศึกษากัน เพราะแต่ละแห่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งในภาพรวมทั่วประเทศผมก็มอบนโยบายให้วิทยาลัยทุกแห่งหาจุดเด่นของตนให้พบ เพราะ สอศ. ไม่ต้องการให้สถานศึกษาอาชีวะในแต่ละจังหวัดแย่งเด็กกันเอง ดังนั้น ทุกวิทยาลัยจะต้องหาจุดเด่นของตนเองให้เจอ แล้วเน้นพัฒนาเรื่องที่ตนเองถนัด เมื่อทุกวิทยาลัยสามารถพัฒนาจุดเด่นได้ จะเป็นเรื่องง่ายที่ สอศ.จะใช้งบพัฒนาวิทยาลัยแต่ละแห่งด้วย" นายสุเทพ กล่าว 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนวางแผนตั้งศูนย์ประสานดูแลนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ที่มาฝึกงานในรูปแบบทวิภาคีใน จ.ภูเก็ต เนื่องจาวิทยาลัยอาชีวะจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้ามาฝึกงานใน จ.ภูเก็ตมีจำนวนมาก ซึ่งการดูแลจัดการอาจจะไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ถ้าสามารถตั้งศูยน์ประสานดูแลได้ เมื่อนักเรียน นักศึกษาเกิดปัญหาก็จะสามารถเข้าไปจัดการดูแลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตนจะนำนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ เรื่องการ ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง คือ การปลดล็อกโดยการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนในการจัดการศึกษาของ สอศ. ขณะนี้ ตนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาวิเคราะห์เรื่องนี้แล้ว และจะดำเนินการแก้ไขหลักสูตรให้เร็วขึ้น ปัจจุบันตัวโครงสร้างหลักสูตรถูกล็อกด้วยเงื่อนไขของเวลา ซึ่งการกำหนดระยะเวลาในการพัฒนาหลักสูตร ควรปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ถ้าเราไม่ปรับก็จะมีผลกับผู้เรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่าง 7-13 มิถุนายน พ.ศ.2569

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?

‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved