Logo วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
'ณัฏฐพล'ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาให้เข้มแข็ง

'ณัฏฐพล'ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาให้เข้มแข็ง

วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.20 น.
Tag : ณัฏฐพล วิทยาลัยอาชีวะ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

'ณัฏฐพล' ชี้วิทยาลัยอาชีวะต้องกล้ายุบบางสาขา เพื่อมุ่งพัฒนาสาขาที่ตนเองถนัดให้เข้มแข็ง อย่าหว่งเงินอุดหนุนรายหัวลด ด้าน “เลขาธิการ กอศ.” มั่นใจวิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพพัฒนาคนรองรับความต้องการแรงงานในจังหวัดได้อย่างหลากหลาย

2 พ.ย.63 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการมอบนโยบายการจัดการศึกษาอาชีวศึกษายกกำลังสอง แก่ผู้บริหารสถานศึกษา  ครู บุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน  


โดยนายณัฏฐพล กล่าวตอนหนึ่ง ว่า เรื่องสำคัญของประเทศขณะนี้คือการขับเคลื่อนอาชีวศึกษา เพราะประเทศจะขับเคลื่อนต่อไปได้ต้องผลักดันให้อาชีวะเข้มแข็ง ในขณะเดียวการเรียนในสายสามัญก็ทิ้งไม่ได้ ต้องพัฒนาควบคู่กันไปด้วย เราต้องการยกระดับรายได้ของจังหวัด ยกระดับอาชีพ ด้วยการจัดการศึกษา เพราะถ้าไม่ทำ ไม่เตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียน ก็จะไม่สามารถยกระดับรายได้ของจังหวัดได้ ซึ่ง จ.ภูเก็ต พบว่า 97% ของรายได้ในจังหวัดผูกพันกับการท่องเที่ยว ดังนั้น ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ต้องเข้าใจและร่วมกันยกระดับการศึกษาให้ได้ จึงขอฝากทุกคนที่มีส่วนร่วม ช่วยกันพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับรายได้ของจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ ถือเป็นภาคที่มีอนาคต สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ ซึ่งทุกจังหวัดในภาคใต้อาจจะยกโมเดลในการจัดการของ จ.ภูเก็ต เป็นต้นแบบในการพัฒนาได้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นโยบายการศึกษายกกำลังสอง ที่ตนผลักดันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำกับเรื่องนี้ว่าอยากให้การศึกษายกกำลังสองเป็นนกกำลังสิบไปเลย เพื่อให้ทันกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งท่านนายกฯให้ความหวังกับการศึกษาอย่างมาก วันนี้เราเห็นปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศได้ อย่างในปัจจุบัน เด็กเราขาดความพร้อม ไม่กล้าแสดงออก ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องค่อยๆปรับและสอนให้เด็กมีความมั่นใจในการแสดงออก สร้างพื้นฐานจิตใจให้เด็ก เพื่อให้เด็กมีความพร้อมกล้าแสดงออกและมีความพร้อมในด้านภาษาต่างประเทศ

"วันนี้ผมลงไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนในเกาะมา 3 แห่ง พบว่าอาชีพในอนาคตที่เด็กๆทุกคนอยากทำคือการเข้าสู่สายอาชีพแทบทั้งสิ้น  ซึ่งผมมองว่าประเทศเรามีศักยภาพในการผักดันสายอาชีพเป็นอันดับต้นๆของโลกได้ แต่เราต้องผักดันด้านภาษาต่างประเทศที่สามารถใช้สื่อสารได้ เพื่อให้เด็กมีความกล้าและมั่นใจไม่ใช้ภาษาเพื่อสอบ และทุกวิทยาลัยอาชีวะต้องหาจุดเด่นของตนให้เจอ และต้องกล้าที่จะตัดบางสาขาออกการศึกษาจึงจะเปลี่ยน แล้วนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทน  ผมเข้าใจว่าแต่ละวิทยาลัยต้องการให้มีผู้เรียนบางสาขาในจำนวนมาก ๆเพราะต้องการรับเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งผมยืนยันว่าหากทุกจังหวัดมีโจทย์ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาตนเองไปในทิศทางใด ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ศธ.ต้องหางบประมาณมาช่วยสร้างความเป็นเลิศให้ทุกวิทยาลัย โดยไม่ต้องคำนึงงบอุดหนุนรายหัวอีกต่อไป ดังนั้น ทุกแห่งต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ต้องร่วมกันคิด หากลงมือทำจริง ภายใน 1-2 เดือน ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าเราจะพัฒนาวิทยาลัยในพื้นที่อย่างไร” รมว.ศธ. กล่าว    

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ขอฝากให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) เข้ามาช่วยดูแลในการจัดการศึกษา ตามหาจุดเด่น และความถนัดของแต่ละวิทยาลัยด้วย ทั้งนี้วิทยาลัยอาชีวะไม่จำเป็นต้องเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี เพราะบางแห่งอาจไม่มีความถนัด และไม่มีความพร้อมด้านครูผู้สอน ควรปล่อยให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดระดับอุดมศึกษาไปเพราะมีความถนัดกว่า  ส่วนหลักสูตรที่เหมาะสมก็ให้ทุกส่วนมาพูดคุยกันว่าในจังหวัดของตนมีจุดแข็งอะไร แล้วพัฒนาหลักสูตรของตนเอง เพราะการศึกษาไทยสามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในประเทศของเรา แต่ต้องหาจุดเด่นของตนให้เจอ แต่เราต้องร่วมกันทำ และตนอยากให้สายสามัญ และสายอาชีพมาร่วมกันจัดการศึกษา แต่ต้องเน้นสายอาชีวะมากขึ้น โดยการลงทุนด้านเครื่องมือเพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความชอบและอยากเข้ามาเรียนอาชีวะมากขึ้น ส่วนสายสามัญเราก็ไม่ทิ้ง ต้องพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ ให้เป็นโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง หากทุกจังหวัดสามารถทำได้เช่นนี้ จะเป็นการพัฒนาการศึกษาได้ทั้งระบบ ส่วนการพัฒนาภาษาอังกฤษให้เด็กอาชีวะนั้น อาจจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งตนดูการสอนภาษาอังฤษในภาพรวมของประเทศ พบว่าจะต้องเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัย ภาษาอังกฤษจะต้องเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ หาก สพฐ.สามารถควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้ จะสามารถนำงบมาจัดสรรครูภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนต่างๆเพี่มขึ้นได้ด้วย

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เน้นธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก ตนพบว่าวิทยาลัยอาชีวะใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพที่จะพัฒนาคนเพื่อรองรับความต้องการแรงงานในจังหวัดได้อย่างหลากหลายและแตกต่างกัน เช่น วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต เน้นพัฒนาคนในด้านการซ่อมบำรุงเรือยอร์ช  วิทยาลัยเทคนิคถลาง ที่เน้นสอนธุรกิจการบิน วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เน้นการท่องเที่ยว การโรงแรม และธุรกิจการบิน และวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต จะเน้นพัฒนาทักษะอาชีพ เช่น การนวดแผนไทย ช่างเสริมสวย การทำอาหาร เป็นต้น พร้อมกับพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ที่อยู่ในสถานประกอบการให้มีความรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงโลกในยุคปัจจุบันด้วย จะเห็นว่าวิทยาลัยแต่ละแห่งมีศักยภาพในการพัฒนาคนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะนำจุดเด่นของแต่ละวิทยาลัยลัย พัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคล เพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center: HCEC) ในด้านต่าง ๆต่อไป ถือเป็นการนำฐานเดิมที่มีอยู่มาต่อยอดขับเคลื่อนตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ

"วิทยาลัยใน จ.ภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง เราไม่แย่งนักศึกษากัน เพราะแต่ละแห่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งในภาพรวมทั่วประเทศผมก็มอบนโยบายให้วิทยาลัยทุกแห่งหาจุดเด่นของตนให้พบ เพราะ สอศ. ไม่ต้องการให้สถานศึกษาอาชีวะในแต่ละจังหวัดแย่งเด็กกันเอง ดังนั้น ทุกวิทยาลัยจะต้องหาจุดเด่นของตนเองให้เจอ แล้วเน้นพัฒนาเรื่องที่ตนเองถนัด เมื่อทุกวิทยาลัยสามารถพัฒนาจุดเด่นได้ จะเป็นเรื่องง่ายที่ สอศ.จะใช้งบพัฒนาวิทยาลัยแต่ละแห่งด้วย" นายสุเทพ กล่าว 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนวางแผนตั้งศูนย์ประสานดูแลนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ที่มาฝึกงานในรูปแบบทวิภาคีใน จ.ภูเก็ต เนื่องจาวิทยาลัยอาชีวะจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้ามาฝึกงานใน จ.ภูเก็ตมีจำนวนมาก ซึ่งการดูแลจัดการอาจจะไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ถ้าสามารถตั้งศูยน์ประสานดูแลได้ เมื่อนักเรียน นักศึกษาเกิดปัญหาก็จะสามารถเข้าไปจัดการดูแลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตนจะนำนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ เรื่องการ ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง คือ การปลดล็อกโดยการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนในการจัดการศึกษาของ สอศ. ขณะนี้ ตนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาวิเคราะห์เรื่องนี้แล้ว และจะดำเนินการแก้ไขหลักสูตรให้เร็วขึ้น ปัจจุบันตัวโครงสร้างหลักสูตรถูกล็อกด้วยเงื่อนไขของเวลา ซึ่งการกำหนดระยะเวลาในการพัฒนาหลักสูตร ควรปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ถ้าเราไม่ปรับก็จะมีผลกับผู้เรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘ดอยคำ’เร่งรับซื้อ‘มะม่วงกวน’ แก้ปัญหา‘มะม่วง’ราคาตก เพิ่มรายได้เกษตรกรอ่างทอง

โอละพ่อผีหน้าโรงเรียน! ที่แท้เด็ก 13 ปีนเสาป้ายตะโกนหลอกคนใช้รถกลางดึก

‘บางจาก’แจงเรือขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง มีลูกค้าร่วมที่สิงคโปร์ แวะส่งตามลำดับ

เปิดปูม อาร์ท วีระพงษ์ ประภา จับตา ข้ามห้วยจากปชป. นั่งที่ปรึกษา ศุภจี

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved