546.jpg
หนุ่มไม่กลัวบาปทุบตู้บริจาควัดฉกเงิน อ้างหน้าด้านๆพระพุทธรูปพยักหน้าอนุญาตแล้ว

หนุ่มไม่กลัวบาปทุบตู้บริจาควัดฉกเงิน อ้างหน้าด้านๆพระพุทธรูปพยักหน้าอนุญาตแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 13.58 น.

วันที่ 19 พ.ย.63 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจ ภูธรเมืองอุทัยธานี นำโดย พ.ต.ท.สามารถ สุคง สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอกจรัญ ศรีทับทิม ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี พร้อมพระครูอาทรจริยวัตร พระวินยาธิการประจำจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวน นายน้อย ทับทิม อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลหนองไผ่แบน อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี หลังได้รับแจ้งจากคณะกรรมการวัดหลวงราชาวาส เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี ว่าเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 15.00 น. วานนี้ มีคนร้ายเข้าไปทุบตู้บริจาคและขโมยเงินจากไม้เสียบกองผ้าป่า ที่ตั้งอยู่ภายในศาลาวัดโดยไม่ทราบจำนวน ซึ่งในช่วงนั้นที่วัดกำลังมีการจัดงานบวชอยู่ จึงทำให้ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ภายในศาลาของวัดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ ทางวัดจึงนำภาพดังกล่าวมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น สามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน และมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับนายน้อยฯเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี จึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนพบตัวนายน้อยฯได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นนายน้อยกำลังเดินอยู่บริเวณถนนแถวหน้าบ้านตัวเอง โดยเมื่อนายน้อยฯเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายน้อยฯพยายามจะขับรถจักรยานยนต์ เพื่อเลี่ยงการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเชิญตัวนายน้อยมาที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน พร้อมกับให้ทางกรรมการวัดดูตัวเพื่อชี้ชัดว่าบุคคลในกล้องวงจรปิดนั้นคือนายน้อยจริงหรือไม่


จนสุดท้ายนายน้อยฯนั้นให้การรับสารภาพว่า คือคนที่อยู่ในภาพกล้องวงจรปิดและขโมยเงินจากวัดออกไปจริง ซึ่งหลังจากที่ขอค้นตัวนายน้อยฯพบว่ามีเงินสดอยู่ในตัวทั้งสิ้น 420 บาท โดยนายน้อยฯนั้นอ้างว่าเป็นเงินที่ขโมยมาจากวัดทั้งหมด  และยังไม่ได้ใช้ ซึ่งจากการสอบสวนของร้อยเวรนั้น นายน้อยฯ ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ตนลงมือก่อเหตุนั้น เกิดจากอาการมึนเมา โดยในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองได้ดื่มเบียร์ พอเกิดอาการเมาไม่ได้สติ จึงเข้าไปลักเงินในตู้บริจาคและดึงเงินจากไม้ผ้าป่าที่เสียบไว้ แต่ก่อนที่จะหยิบเงินมานั้น ตนเองก็ได้ขออนุญาตพระพุทธรูปปั่นทีอยู่ด้านหน้าแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสอบถามกลับไปว่า ขออนุญาตจากพระรูปไหน ทางนายน้อยฯนั้นได้บอกว่า ของกับหลวงพ่อ ซึ่งก็คือพระพุทธรูปปั่นที่อยู่ด้านหน้าภายในศาลา พอยกมือไหว้ขอเงินแล้ว นายน้อยฯกล่าวว่า พระพุทธรูปปั่นนั้นพยักหน้าอนุญาตให้  ตนเองจึงได้หยิบเงินบริจาคออกมาดังกล่าว โดยเมื่อหลายปีที่ผ่านมานั้น นายน้อยฯเคยถูกดำเนินคดีจำคุกในข้อหาคดียาเสพติดและลักทรัพย์มาแบบนี้อีกหลายวัดในเขตจังหวัดอุทัยธานี โดยบ้างวัดก็ไม่แจ้งความอะไรเนื่องจากไม่มีหลักฐาน และตอนหลังมาทางวัดหลวงราชาวาสได้มีของหายอยู่เป็นประจำ ทางวัดจึงได้ติดกล้องวงจรปิดจนสามารถจับคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีดังกล่าว

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพื่อทำการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับนายน้อยฯ ในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถานหลังจากนั้นเจ้าอาวาสวัดหลวงราชาวาส  พร้อมคณะกรรมการวัดได้เข้าให้ปากคำกับร้อยตำรวจเอกจรัญ ศรีทับทิม ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top