533.jpg
เอกชนติงถ้าปิด‘ด่านแม่สาย’ทุบค้าชายแดน ‘ผวจ.เชียงราย’ถกด่วนหาทางออก

เอกชนติงถ้าปิด‘ด่านแม่สาย’ทุบค้าชายแดน ‘ผวจ.เชียงราย’ถกด่วนหาทางออก

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 09.44 น.

พังยับหมื่นล.! เอกชนติงถ้าปิด‘ด่านแม่สาย’ทุบค้าชายแดน ‘ผวจ.เชียงราย’ถกด่วนหาทางออก

29 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย ว่า จากกรณีมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยพบผู้ป่วยมากประมาณ 15 คนแล้ว และล่าสุดพบมีผู้ป่วยที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีประวัติเดินทางลักลอบข้ามแดนไปจากทาง อ.แม่สาย เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาด้วยนั้น


ล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (ผวจ.เชียงราย) ได้นัดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ณ ศาลากลาง จ.เชียงราย ในเวลา 10.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เพื่อสรุปข้อมูลและพิจารณาดำเนินมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งได้ทำให้เกิดข่าวลือเรื่องการปิดด่านพรมแดนตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อย่างขนานใหญ่ และทำให้ผู้คนทั้ง 2 ฝั่งประเทศเกิดความหวั่นเกรงว่าจะเป็นเรื่องจริง ส่งผลทำให้มีการขนสินค้าจากฝั่งไทยไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก อย่างขนานใหญ่ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ชายแดนต่างเข้มงวดป้องกันการลักลอบเข้ามาของชาวต่างด้าว รวมทั้งรอฟังคำสั่งจาก จ.เชียงราย ตามมติการประชุมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ด้านแหล่งข่าวจากฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก แจ้งว่า ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ต่างมีความหวั่นเกรงว่าจะมีการปิดด่านพรมแดน ซึ่งเป็นจุดเดียวที่ใช้เชื่อมต่อกันระหว่างไทย-เมียนมา ด้าน จ.เชียงราย เนื่องจากจุดอื่นมีการปิดพรมแดนทั้งหมด และทางการท้องถิ่นของเมียนมาไม่ได้มีนโยบายในการจะให้ปิดด่านพรมแดนเพียงจุดเดียวที่เหลือแต่อย่างใด เนื่องจากจะเกิดผลกระทบอย่างหนัก

ส่วนการพบผู้ติดเชื้อใน จ.ท่าขี้เหล็ก ทางการเมียนมาอยู่ระหว่างดำเนินการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าจะจัดการได้ โดยได้ควบคุมกลุ่มผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ขณะที่การพบเชื้อไม่ได้เกิดจากพื้นที่โดยตรง แต่เป็นการเข้ามาของคนนอกพื้นที่ จึงอยากให้ฝ่ายไทยได้มีการหารือทั้งจากทางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารผ่านคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี ก่อนจะตัดสินใจใดๆ ด้วย

ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และประธานหอการค้า อ.แม่สายกล่าวว่า หลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการค้าชายแดนได้พากันส่งออกสินค้าจากฝั่งไทยไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นจำนวนมากกว่าเดิม เพราะหวั่นเกรงว่าจะมีการปิดด่านพรมแดนที่เหลือเพียงจุดเดียว ซึ่งตนเห็นว่าหากเป็นเรื่องจริงก็จะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจการค้าชายแดนนับ 10,000 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงแค่หลักสิบ หรือหลักพันล้านบาท เพราะจะส่งผลในระยะยาว

ส่วนสถานการณ์ในท่าขี้เหล็กนั้นได้สอบถามข้อมูลทราบว่าเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการควบคุมอย่างเต็มความสามารถ โดยมีมาตรการต่างๆออกมามากมาย ทั้งการรักษา การกักดูอาการของกลุ่มเสี่ยง การปิดสถานบันเทิง การปิดร้านค้าต่างๆ หรือแม้แต่การปิดตลาดเช้าที่เป็นหัวใจของการบริโภคของชาวท่าขี้เหล็กตั้งแต่ 10.00 น.เป็นต้นไปด้วย จึงอยากให้ทางการไทยได้พยายามพิจารณาเรื่องนี้ให้ละเอียด และหากจะมีการดำเนินการใดๆ ขอให้หารือกับทางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารของ จ.ท่าขี้เหล็ก ด้วย เพราะเห็นว่าปัจจุบันทางท้องถิ่นของทั้ง 2 ฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายไทยได้เข้มงวดกวดขันตลอดแนวชายแดน แต่กรณีที่ จ.เชียงใหม่ การลักอบข้ามฝั่งสามารถเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงตามแนวชายแดนที่กว้างไกล ทำให้อาจเกิดขึ้นได้ และสามารถกำหนดมาตรการที่เข้มงวดขึ้นกว่าเดิมแทนการปิดด่านที่เหลือได้เช่นกัน

“เมียนมา ไม่ต้องการปิดด่าน และหอการค้า จ.เชียงราย และ หอการค้า อ.แม่สาย ก็ไม่ต้องการปิดด่าน แต่หากมีเหตุสุดวิสัยให้มาคุยกัน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะช่องทางสะพาน 2 อ.แม่สาย เป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐฉานตะวันออกของเมียนมา ความเสียหายมหาศาลนับหมื่นล้านบาทต่อปีหากมีการปิดด่าน เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาช้านาน โดยใช้ช่องทางหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา (TBC) พื้นที่ 1 กับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 3 กกล.ผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 และฝ่ายปกครอง ต้องคุยกันก่อน เพื่อหาทางออก กรณีโควิด-19 ในขณะนี้ที่ทุกฝ่ายกำลังหาทางแก้ไขอยู่” น.ส.ผกายมาศ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top