546.jpg
‘ศรีสุวรรณ’บุกขยี้‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’เร่งแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอุทยานเขาแหลม

‘ศรีสุวรรณ’บุกขยี้‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’เร่งแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอุทยานเขาแหลม

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.05 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น.ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้าพบหารือกับนายธัญญา นติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเข้าร้องเรียนและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ กรณีปัญหาการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับพื้นที่นิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิ


ทั้งนี้ สืบเนื่องจากความเดือดร้อนและเสียหาย อันเนื่องมาจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกประกาศให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับที่ดินของนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิและสังขละบุรีกว่า 367,000 ไร่ โดยชาวบ้านได้ยึดถือ ครอบครองและทำกินพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่มี พรฎ.จัดตั้งนิคมสหกรณ์ท้องที่อำเภอทองภาภูมิและอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ.2518

ต่อมาเมื่อมี การประกาศตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ที่มีพื้นที่กว่า 935,625 ไร่ ซึ่งบางส่วนของพื้นที่ดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่ของนิคมสหกรณ์ฯ ทำให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเริ่มเข้ามาคุกคามอ้างสิทธิ์การครอบครองทับซ้อนที่ดินดังกล่าวของชาวบ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายราย โดยถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุม ดำเนินคดีไปเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ชาวบ้านยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนการประกาศเป็นอุทยานฯ

สำหรับ การทับซ้อนของพื้นที่ดังกล่าว เป็นปัญหาหมักหมมมานาน โดยประชาชนในพื้นที่ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งอ้างสิทธิเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงทางนิคมสหกรณ์ฯ ได้จัดตั้ง และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี 2518 หลังจากนั้นทางอุทยานฯ จึงได้มาประกาศทับในปี 2534 ซึ่งมาประกาศภายหลัง ทับซ้อนแนวเขตของนิคมสหกรณ์ฯ จึงต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหา และหาทางออกร่วมกัน

ข้อสรุปในการหารือในวันนี้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ยืนยันตกลงร่วมกันว่า 1)จะสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมชลอการจับกุม ดำเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่ทับซ้อนออกไปก่อน จนกว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาเสร็จ แต่ต้องไม่มีการบุกรุกแผ้วถางเพิ่มนอกพื้นที่ทับซ้อน 2)จะแต่งตั้งคณะทำงานที่มีตัวแทนอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่และตัวแทนชาวบ้าน เขามาเป็นคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและลงพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง ตามบัญชีรายชื่อชาวบ้านที่สมาคมฯมอบให้อธิบดีเพื่อสั่งการต่อไป ซึ่งการหารือจนได้ข้อสรุปดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ยืดเยื่อมาเกือบ 30 ปี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top