วันที่ 31 ธ.ค.63 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินปราบปรามการกระทำผิดกับนายทุนลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาด และให้เพิ่มการป้องกันและปราบปราม เป็น 2 เท่า ตามนโยบาย ทส.ยกกำลังสองบวกสี่ ในปี พ.ศ. 2564
ล่าสุดนายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี รายงานเข้ามาว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั้งทางบกและทางเรือในการดูแลและตักเตือนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนตามแพต่างๆที่อยู่ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
จนกระทั้งเวลาประมาณ 14.30 น.คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ที่ออกลาดตระเวนทางเรือ พบทุ่นแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ลอยลำอยู่กลางอ่างเก็บน้ำห่างจากฝั่งประมาณ 30 เมตร ที่พิกัด 47P 0506125 E1621328 N ท้องที่หมู่ 6 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์
.jpg)
จากลักษณะของทุ่นแพขนานยนต์พบมีเพียงเพิงกันแดดที่ทำจากผ้าใบ และมีกลุ่มชายฉกรรจ์อยู่จำนวนหลายคน เจ้าหน้าที่เกิดเอะใจจึงรีบเข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนถึงกับต้องตกใจ เนื่องจากปรากฏพบไม้กะยาเลยท่อนขนาดใหญ่กว่า 10 ท่อน ถูกชักลากขนาบข้างมากับทุ่นแพขนานยนต์ ด้วยการใช้ลวดสลิงผูกยึด นอกจากนี้ยังพบชุดอุปกรณ์ประดาใต้น้ำอีกจำนวน 6 ชุด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ ทั้ง 6 คนเอาไว้ จากนั้นจึงสั่งให้นำแพขนานยนต์มายังขอบอ่าง เพื่อตรวจสอบชนิดและปริมาตรของไม้
การตรวจสอบเป็นไปด้วยความยากและลำบาก เนื่องจากไม้ทั้งหมดถูกผูกยึดอยู่ใต้ทุ่นแพ เจ้าหน้าที่ต้องนำรถไถมาชักลากขึ้นมาบนฝั่ง จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนจึงแล้วเสร็จ โดยไม้ทั้งหมด มีจำนวน 12 ท่อน แต่ละท่อนยาวระหว่าง 6-8 เมตร ปริมาตรรวมกัน 8.47 ลบ.ม.ส่วนค่าภาคหลวงที่รัฐเสียหาย จะต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ เพราะไม้กะยาเลยท่อนทั้งหมด ยังไม่สามารถจำแนกชนิดของไม้ได้ เนื่องจากถูกแช่อยู่ใต้ท้องน้ำมาเป็นเวลานานหลายสิบปี จนกลายเป็นสีดำ แต่คาดว่าน่าจะเป็นไม้มะค่า หรือไม้ประดู่ ซึ่งไม้ทั้ง 2 ชนิดเป็นไม้ที่มีค่าในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์
.jpg)
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง 6 คนประกอบด้วย 1.นายชง อร่ามเรือง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211 หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน 2.นายวีรชัย ติณราช อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 3.นายธนากร อร่ามเรือง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9809/1 หมู่ที่ 6 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 4.นายสมคิด ลายพิกุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 5.นายบุญมี อุดหนุน อายุปี 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ 21 ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ 6.นายศักรินทร์ อร่ามเรือง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.อยุธยา
จากการสอบถาม นายชง อร่ามเรือง หัวหน้าผู้ควบคุมงาน ได้ให้ในเบื้องต้นว่า ตนกับลูกน้อง ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวกรุงเทพมหานคร ให้มาทำการฉุดชักลากไม้ที่จมอยู่ใต้ท้องน้ำขึ้นมา โดยได้รับค่าตามจำนวนปริมาตรลูกบาศก์เมตรละ 1,000 บาท ซึ่งตนมีอุปกรณ์และเป็นควบคุมงาน โดยมีนายวีรชัย ติณราช ทำหน้าที่เป็นนักประดาน้ำค้นหาไม้ที่จมอยู่ใต้ท้องน้ำ เมื่อพบก็จะผูกด้วยลวดสลิงแล้วให้คนงานที่อยู่บนทุ่นแพขนานยนต์ชักลากขึ้นมา โดยการค้นหาไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำทำมาแล้วเป็นเวลา 3 วัน แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน
.jpg)
หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงตีตราประทับเอาไว้ทุกท่อน จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมกับจดทำบันทึกเรื่องราว แล้วคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านนายฐิติ โสมภีร์ เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการจับกุมครั้งแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนี้เป็นต้นไปตนจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั้งทางบกและทางน้ำ ให้เข้มข้นในการลาดตระเวนเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี