เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 4 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางยังจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์ห่วงใยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่สนามกีฬาจังหวัด และพื้นที่วัดโกรกราก รวมทั้ง Cohort ward ที่โรงพยาบาลท่าฉลอม เพื่อรับทราบสถานการณ์ ปัญหาข้อติดขัดต่างๆ โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลสถานการณ์ ซึ่งคณะของ รมช.สาธารณสุข ได้ตรวจเยี่ยมสนามกีฬาจังหวัดเป็นที่แรก ซึ่งปัจจุบันมีการนำผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามากักตัวแล้วจำนวน 100 คน จากจำนวนเตียงที่มีอยู่ 700 เตียง จากนั้น คณะฯ จึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสนาม วัดโกรกกราก และ Cohort ward ที่โรงพยาบาลท่าฉลอม ตามลำดับ

ดร.สาธิต เปิดเผยว่า การเดินทางมาตรวจโรงพยาบาลสนามที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งนี้ เนื่องจากมีความกังวลกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงมากขึ้น จึงอยากลงมาดูความพร้อมของโรงพยาบาลสนามว่ามีเพียงพอหรือไม่ สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้มากน้อยขนาดไหน เพราะหลังจากนี้ต้องมีการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และจัดการกับผู้ติดเชื้อโดยการนำตัวเข้าระบบ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ส่วนการจัดการในภาคเอกชนจำเป็นต้องมีแนวทางเพิ่มมากขึ้น ในการช่วยกันใช้ศักยภาพของโรงงานต่างๆ ในการกักตัวและดูแลแรงงานที่อยู่ในโรงงานของคนเหล่านั้นเองได้ เนื่องจากต้องมีการตรวจเชิงรุกภายในโรงงานด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป
ดร.สาธิต เผยอีกว่า วันนี้ในที่ประชุม ศบค.ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครและในภาคตะวันออก โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเสนอให้ปิดกั้นการเดินทางยกเว้นที่มีความจำเป็น ซึ่งที่ประชุม ศบค.ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และหลังจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมมือกับทางจังหวัด รวมทั้งทุกภาคส่วน เพื่อจัดการสอบสวนโรคและลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลงให้ได้ ภายในระยะเวลา 28 วัน

ด้านการสนับสนุนความช่วยเหลือมายังจังหวัดสมุทรสาคร ดร.สาธิต กล่าวว่า ตอนนี้หลายหน่วยงานได้ช่วยกันสนับสนุนการแก้ไขปัญหา โดยเรื่องนี้ได้ให้ผู้ตรวจราชการคอยดูแล และหากคนทำงานต้องการสิ่งใดก็สามารถแจ้งขึ้นมาได้ ซึ่งในส่วนกลางเองจะพยายามสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ให้คนที่ทำงานต้องมีความกังวล ยืนยันเรื่องเหล่าจะไม่ให้มีเด็ดขาด
ในส่วนของการพบผู้ที่ติดเชื้อในวงที่ 2 และ 3 ซึ่งถือเป็นการแพรร่ระบาดที่เพิ่มมากขึ้น ดร.สาธิต ได้ชี้แจงว่า ในส่วนของแนวทางการดูแลรักษา ทางกระทรวงได้ส่งรองอธิบดีกรมการแพทย์มาประจำที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยจะมีบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เนื่องจากทุกฝ่ายมีประสบการณ์ในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรก และการแก้ปัญหาครั้งนี้จังหวัดสมุมทรสาครได้เดินหน้าอย่างเต็มตัว เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพราะปัญหาที่พบคือ มีการพบผู้ติดเชื้อในวงที่ 2 และวงที่ 3 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้วิธีการปิดกั้นพื้นที่เพื่อค้นหาและต่อสู้กับเชื้อโควิด-19
สำหรับการจัดหาโรงพยาบาลสนามรองรับให้เพียงกับจำนวนผู้ป่วย ดร.สาธิต เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาคร มีการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับจำนวน 2,000 เตียง รวมทั้งได้มีการประสานขอจัดตั้งโรงพยาบาลสนามจำนวน 1,000 เตียง ที่ค่ายภาณุรังสี จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้เร่งดำเนินการให้สามารถใช้งานได้ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อรองรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่เป็นแรงงานต่างด้าวจากจังหวัดสมุทรสาคร นอกจากนี้ทางกระทรวงยังมีข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี ให้ทุกจังหวัดต้องดำเนินการประเมินแผนรับมือและจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อเตรียมความพร้อมเอาไว้

ด้าน นายสุรศักดิ์ เปิดเผยถึง จำนวนผู้ติดเชื้อที่ส่งต่อมายังโรงพยาบาลสนาม ว่า ตามแผนที่วางไว้จะมีการนำผู้ติดเชื้อเข้ามาที่สนามกีฬา จำนวน 200 คน แต่ดำเนินการไปได้ประมาณ 100 คน เนื่องจากมีความล่าช้าติดขัดกับปัญหาบางประการ ส่วนที่วัดโกรกกรากได้นำผู้ติดเชื้อเข้าไปแล้ว 87 คน แต่ต้องนำตัวส่งต่อไปโรงพยาบาลจำนวน 2 คน เนื่องจากแพทย์วินิจฉัยอาการและเห็นควรที่จะส่งต่อเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี่ทางจังหวัดยังขาดที่นอนและผ้าห่ม เนื่องจากมีการเพิ่มโรงพยาบาลสนามอีก 1,000 เตียง ประกอบกับช่วงนี้กำลังเข้าสู่สภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมทั้งยังขาดแคลนห้องน้ำ ห้องสุขา และสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม ซึ่งหากหน่วยงานหรือบุคคลใดมีความสามารถ และพร้อมเข้ามาสนับสนุนทางจังหวัดสมุทรสาคร ก็พร้อมและยินดี ซึ่งสถานที่ทางจังหวัดต้องการนั้น ขอให้เป็น โดมหรือมีหลังคา เพราะทางจังหวัดไม่สามารถหาเช่าเต็นท์ขนาดใหญ่ได้แล้ว
สุดท้าย ดร.สาธิต ได้ฝากถึงประชาชนคนไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ และติดตามข่าวสารต่างๆ รวมทั้งขอให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นหมอชนะ เพราะเรื่องของโรคระบาดไม่ใช้เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยกัน ซึ่งเชื่อว่าหากทุกคนช่วยกับปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ ภายใน 28 วันนี้ ต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี