546.jpg

โล่งใจ! 12เมียนมาไม่ติดโควิด โดนนายจ้างเบี้ยวค่าแรง ปล่อยทิ้งศาลาริมทาง (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.43 น.

29 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีช่วงเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 28 ม.ค.64 ที่ผ่านมา สื่อโซเชียลในโลกออนไลน์ มีการแพร่ภาพ แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 12 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 4 คน ถูกนายจ้างนำขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีบรอนซ์เทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาทิ้งเอาไว้ที่ศาลาพักริมทาง ถนนสาย ลาดหญ้า-บ่อพลอย ทางหลวงหมายเลข 3086 หน้าตลาดค่ายสุรสีห์ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 17 (มทบ.17) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนั้นได้นำตัวแรงงานทั้งหมดส่งไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ผลการตรวจหาเชื้อ ได้รับการยืนยันจากสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีว่า ผลตรวจเป็นลบ ไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด-19 สำหรับแรงงานทั้ง 12 ราย มีเอกสารทำงานเป็นใบพาสปอร์ตที่ถูกต้องตามกฎหมาย


ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ 29 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวทราบว่า แรงงานทั้ง 12 ราย ได้เดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.ลาดหญ้า จึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบแรงงาน จำนวน 8 ราย นั่งรออยู่ที่สนามหญ้า เพื่อรอให้ปากคำ ส่วนแรงงานอีก 4 รายอยู่ระหว่างให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนภายใน สภ.ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.บัญชา ศรีรุจิเมธากร ผกก.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ต.สุรัตน์ ว่องมหาชัยกุล สว.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ตม.กาญจนบุรี

ได้ติดต่อนายจ้างของแรงงานทั้ง 12 คน ผ่านทางโทรศัพท์เพื่อให้เดินทางมาให้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า ซึ่งทางนายจ้างรับปากว่าจะเดินทางมาพบเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ครั้งมี พ.อ.ศตายุ จันตาศาลา รองเสธ มทบ.17 พ.อ.เชาว์ ธีระชาติ หัวหน้ากองข่าว มทบ.17 เจ้าหน้าที่  สห.สังกัดมณฑลทหารบกที่ 17 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ ปคม.เดินทางมาสังเกตการณ์

สำหรับการสอบปากคำแรงงานทั้ง 12 ราย ต้องสอบปากคำผ่านล่าม เนื่องจากทุกคนไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ ดังนั้น พ.ต.ท.สำเริง ศิลปะสำราญ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ลาดหญ้า จึงประสาน พ.อ.อภิสิทธิ์ เกียรติโสภณ  นายทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ มาช่วยเป็นล่ามแปล

ทั้งนี้จากการสอบปากคำนายแทะอู อายุ 19 ปี 1 ใน 12 แรงงาน ให้การว่า ตนเป็นชาว อ.เย จ.ทวาย ประเทศเมียนมา เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 โดยใช้ช่องทาง จ.ระนอง โดยเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในโครงการ เอ็มโอยู โดยมีเอกสารการทำงานเป็นใบพาสปอร์ต และเข้ามาทำงานตามใบอนุญาตที่กระทรวงแรงงานเป็นผู้ออกให้ สำหรับสถานที่ทำงานครั้งแรกอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างมาโดยตลอด

จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนกับภรรยาได้ย้ายมาทำงานก่อสร้างกับบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สระกระเทียม อ.เมือง จ.นครปฐม แต่ทางบริษัทได้ส่งตนมาทำงานก่อสร้างในพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยเงินค่าแรงจะออกทุก 15 วัน โดยหัวหน้าคนงานก่อสร้างจะนำเงินมาจ่ายให้ทุกครั้ง

แต่มาภายหลังพวกตนทั้ง 12 คน ทำงานผ่านไป 3 วิก ปรากฏว่าหัวหน้าคนงานนำเงินค่าแรงมาจ่ายให้ไม่ครบจำนวน 15 วัน พวกตนจึงสอบถามหัวหน้าคนงานจึงทราบว่า ทางบริษัทจ่ายเงินมาให้ไม่ครบ พวกตนได้พยายามทวงถามเงินจากหัวหน้าคนงานหลายครั้ง จนบางครั้งต้องมีปากเสียงกัน

จากนั้นตนจึงโทรศัพท์ไปหาเพื่อนแรงงานชาวเมียนมาด้วยกันที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ อ.บ่อพลอย เพื่อหางานทำ ซึ่งเพื่อนก็แจ้งว่ามีงานให้ทำ จากนั้นวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนคนงานทั้ง 12 คน จึงแจ้งให้หัวหน้าคนงานทราบว่า พวกตนจะขอออกจากงานเพื่อไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ ที่อำเภอบ่อพลอย จากนั้นจึงได้ว่าจ้างรถยนต์โดยสารให้ไปส่ง ตามที่อยู่ที่เพื่อนส่งมาให้ เมื่อไปถึงพบว่างานที่จะต้องทำเป็นงานเกี่ยวกับการเกษตร

โดยพวกตนพักอยู่ภายในห้องที่เพื่อนจัดเอาไว้ให้จำนวน 2 ห้องโดยที่ยังไม่ได้ไปสมัครงาน จนกระทั่งวันที่ 28 ม.ค.เพื่อนได้มาแจ้งให้พวกตนทราบว่า นายจ้างคนเก่าได้โทรศัพท์มาหานายจ้างคนใหม่เพื่อตามให้กลับไปทำงาน หากไม่ยอมกลับ จะแจ้งความดำเนินคดีต่อนายจ้างให้ถึงที่สุด

 ดังนั้นนายจ้างคนใหม่จึงให้คนขับรถยนต์กระบะพาพวกตนมาส่งให้กับนายจ้างคนเก่า โดยเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 28 ม.ค.คนขับได้จอดให้พวกตนลงจากรถที่ศาลาพักผู้โดยสารใกล้กับตลาดสดค่ายสุรสีห์ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารมาพบ และได้เข้ามาสอบถาม พร้อมกับนำตัวพวกตนไปตรวจหาเชื้อโควิด-19  ที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำแรงงานแต่ยังไม่แล้วเสร็จ และนอกจากสอบปากคำแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 12 รายแล้ว จะทำการสอบปากคำนายจ้างทั้งรายเก่าและนายจ้างรายใหม่ เพื่อเก็บข้อมูลของทั้งสองฝ่ายเอาไว้เป็นหลักฐาน  ส่วนจะดำเนินคดีกับใครหรือไม่อย่างไรนั้น จะรายงานให้ทราบต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top