รวบแล้ว! โจรชิงเงินตู้ATMย่านกบินทร์บุรี กวาดเงินสดเกือบ 8 แสนหนี

รวบแล้ว! โจรชิงเงินตู้ATMย่านกบินทร์บุรี กวาดเงินสดเกือบ 8 แสนหนี

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.11 น.

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. / รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี , พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รักษาราชการแทน ผบก.บก.สส.ภาค 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 2 ชุดสืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้นำตัวผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายสมนึก จันทร์โฉม อายุ 40 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร , นายธนจิตต์ โพธิลา อายุ 19 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ และนายนพรัตน์ ทองชื่น ชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลาง เป็นรถยนต์ปิคอัพ โตโยต้า รุ่น Z-EDITION สีขาว ทะเบียน 2ฒว499กทม. , ถังแก๊สพร้อมอุปกรณ์ , เสื้อผ้าของตนร้าย , เงินสดจำนวน 700,000 บาท แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่หน้า สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี


พล.ต.ท.รอย และ พล.ต.ต.นันทวุฒิ ได้แถลงว่า เช้ามืดวันที่ 4 ก.พ.64 ได้มีคนร้าย จำนวน 3 คน ใช้รถยนต์ปิคอัพเข้ามาใช้แก๊สตัดตู้ ATM ที่บริเวณหน้าร้าน “เจ๊รัตน์เครื่องครัว” ในตลาดไทยประคอง เลขที่ 11 หมู่ 8 ต.กบินทร์บุรี ข้างถนนสาย 304 ได้เงินสดไป จำนวน 758,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 2 สืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี สืบสวน สภ.กบินทร์บุรี จึงได้ออกติดตาม จากภาพกล้องวงจรปิด บัตร ATM ของคนร้ายที่เข้าไปกดใช้ตู้ ATM ตู้ธนาคารธนชาติ จนทราบผู้ก่อเหตุ

รายแรก คือ นายสมนึก จันทร์โฉม อายุ 40 ปี หลังก่อเหตุได้นำอุปกรณ์ในการโจรกรรม ไปฝากไว้บ้านแม่ ที่ จ.สมุทรปราการ และได้หนีไปหลบซ่อนตัวใน จ.ลำปาง กับ นายธนจิตต์ โพธิลา อายุ 19 ปี พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่ 7/2564 ลงวันที่ 5 ก.พ.2564 เข้าทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมเงินสด จำนวน 758,000 บาท และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ผู้ร่วมก่อเหตุ คือ นายนพรัตน์ ทองชื่น อายุ 18 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ นายสมนึกนำไปเก็บไว้ที่บ้านแม่ใน จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจยึดอุปกรณ์ตัดตู้ ATM พร้อมนำตัวผู้ต้องหามาแถล่งข่าวที่ สภ.กบินทร์บุรี พร้อมตั้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อพาทรัพย์หลบหนี หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์”

สอบสวน นายสมนึก ให้การรับสารภาพว่า ที่ก่อเหตุครั้งนี้เนื่องจากมีอาชีพรับเหมางานติดตั้งเครื่องทำความเย็นตามร้านค้ามินิมาร์ท ก่อนเกิดเหตุได้มารับเหมาติดตั้งระบบทำความเย็น และเครื่องทำความเย็น ที่ร้านซีเจ ซุปเปอร์มาเก็ต ที่อยู่บริเวณใกล้กับตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ตนได้โจรกรรม และในช่วงนี้เกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไม่มีงานจ้างเข้ามา เป็นหนี้นอกระบบ และไม่เงินจ่ายค่าแรงลูกน้องเป็นเงินหลายแสนบาท จึงได้ยื่นกู้เงินจากธนาคาร แต่ธนาคารไม่อนุมัติ ตนจึงคิดหาเงินโดยเข้าทำการโจรกรรมเงินจากตู้ ATM ดังกล่าว

ส่วน นายธนจิตต์ กล่าวว่า ตนเองไม่รู้ว่านายสมนึกจะมาก่อเหตุ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายสมนึกก็บังคับให้ยกถังแก๊ส และดูต้นทาง หลังจากนั้นนายสมนึกก็ลงมือตัดตู้เอทีเอ็ม จนได้เงินและนำใส่ถุงขึ้นรถและหลบหนีไป จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เดินทาง ไปยังจุดเกิดเหตุ หน้าร้าน “เจ๊รัตน์เครื่องครัว” ในตลาดไทยประคอง เลขที่ 11 หมู่ 8 ต.กบินทร์บุรี จุดแรก นายสมนึกเป็นคนขับลงจากรถไปทำทีบัตรเสียบในตู้ ATM ของธนาคารธนชาต หน้าร้านซีเจ ซุปเปอร์มาเก็ต โดยให้ลูกน้องทั้ง 2 คน เตรียมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือในการติดตั้งแก๊สเสร็จ นายสมนึกจึงได้ลงมือใช้แก๊สตัดที่บริเวณประตูตู้นิรภัย เมื่อไม่สามารถตัดประตูได้ จึงเปลี่ยนไปใช้แก็สตัดที่บริเวณหลังตู้ ก่อนที่จะหยิบเงินออกจากตู้ได้ไป จำนวน 758,000 บาท หลบหนีไปและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับได้ในเวลาต่อมา

ในการจัดทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงแล้วเสร็จ โดยมีประชาชนในพื้นที่ที่ทราบข่าวได้เดินทางไปมุงดูการจัดทำแผนของคนร้ายเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนทางด้าน พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวว่าสำหรับตู้ ATM แบบ stand alone มาตั้งในจุดต่างๆ ก็ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากด้านหลังเจาะง่ายถ้าเราจะเอาไปติดไว้ที่ตามมินิมาร์ท ควรหาที่ที่มีกำแพงให้มิดชิดกว่านี้ หรือเพิ่มกล้องวงจรปิดให้นิดนึง พวกเราตำรวจเต็มที่อยู่แล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top