542.jpg
ปิดคดีสยอง 24 ชม.! โจ๋สารภาพแทงแฟนสาวดับ-เผยใช้ซาเล้งขนร่างหมกถังขยะ

ปิดคดีสยอง 24 ชม.! โจ๋สารภาพแทงแฟนสาวดับ-เผยใช้ซาเล้งขนร่างหมกถังขยะ

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.55 น.

ปิดคดีสยองระยองใน 24 ชม.! โจ๋ 16 จำนนต่อหลักฐาน สารภาพแทงแฟนสาว 17 ดับโหด ใช้ซาเล้งขนร่างหมกถังขยะ หวิดวุ่นน้าชายโวย ตร.แอบพามือมีดออกประตูหลังส่งศาลเยาวชน

วันที่ 19 มิ.ย. 69 ความคืบหน้ากรณีเกิดคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หลังพนักงานขับรถเก็บขยะได้ผงะพบศพหญิงสาวหน้าตาดี มีรอยสักตามร่างกาย ถูกฆาตกรรมนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ภายในถังขยะริมทาง


ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง ได้เข้าตรวจสอบพร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดระยอง และชุดสืบสวนภูธรภาค 2 ร่วมกันลงพื้นที่แกะรอยคลี่คลายคดี จนทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ชลธิชา (สงวนนามสกุล) หรือน้องฝน อายุ 17 ปี ซึ่งได้หายตัวออกจากบ้านไปนานกว่าหนึ่งอาทิตย์ โดยมี น.ส.อารีรัตน์ อายุ 40 ปี มารดา และนายวินัย อายุ 47 ปี บิดา เดินทางมาดูศพที่โรงพยาบาลแกลงและร่ำไห้ยืนยันว่าเป็นลูกสาวของตนจริง

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน คดีมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ คือ เยาวชนชายอายุเพียง 16 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของผู้ตาย โดยในตอนแรกเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบปากคำ แต่สุดท้ายผู้ต้องหาเยาวชนรายนี้ต้านทานไม่ไหว ยอมจำนนต่อพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาที่ตำรวจรวบรวมมาได้ ทั้งรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) ที่ใช้ในการขนย้ายศพ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และวัตถุพยานอื่นๆ จนยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงแฟนสาวจนเสียชีวิตจริง ก่อนจะนำร่างใส่ซาเล้งมาทิ้งอำพรางในถังขยะเพื่อหนีความผิด

ล่าสุดวันนี้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รอง ผบช.ภ.2) ได้เดินออกมาจากห้องสืบสวน สภ.แกลง พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆ ยืนยันว่าคดีนี้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่จนสามารถจับกุมเยาวชนชายอายุ 16 ปีผู้ก่อเหตุได้พร้อมหลักฐานทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

โดยในระหว่างที่รองผู้บัญชาการกำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ได้เกิดเหตุชุลมุนย่อยๆขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แกลง ได้คุมตัวเยาวชนชายผู้ก่อเหตุเดินผ่านด้านหลังของ พล.ต.ต.โชคชัย เพื่อเร่งนำตัวไปยังห้องสอบสวนพบร้อยเวรพนักงานสอบสวน ทำให้กลุ่มผู้สื่อข่าวพากันหันกล้องและวิ่งติดตามไปจนถึงหน้าห้องสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูทันทีโดยไม่มีการให้สัมภาษณ์หรือเปิดเผยใบหน้าใดๆทั้งสิ้น ขณะเดียวกันทางตำรวจได้ยกเลิกการตั้งโต๊ะแถลงข่าวและนำของกลางออกจากพื้นที่จัดแถลง เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาเป็นเยาวชนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีข้อกฎหมายคุ้มครองอย่างเคร่งครัด

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ครอบครัวและญาติของน้องฝน น.ส.ชลธิชา ได้เดินทางมายัง สภ.แกลง เพื่อรอทำเรื่องเอกสารขอรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดบ้านเกิดในจังหวัดนครราชสีมา ในขณะที่ภายในห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม พิมพ์ลายนิ้วมือ และให้ผู้ต้องหาเซ็นเอกสารคำรับสารภาพ ก่อนจะเตรียมควบคุมตัวไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อกลุ่มญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่ยืนเฝ้ารออยู่หน้าห้องสอบสวน พยายามส่องกระจกเข้าไปเพื่อขอดูหน้าผู้ก่อเหตุให้ชัดๆ ทว่าทางเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าคลุมศีรษะและปิดบังใบหน้าของผู้ต้องหาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะตัดสินใจควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์ตู้ของทางราชการผ่านทางประตูหลังอาคารทันทีเพื่อนำส่งศาล เมื่อทางกลุ่มญาติทราบข่าวว่าผู้ต้องหาถูกส่งตัวออกไปทางประตูหลังโดยที่พวกตนไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเลย จึงเกิดความพึงพอใจและได้เดินเข้าโวยวายสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

โดย นายณรงค์ อายุ 44 ปี น้าชายของน้องฝน ได้ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยความอัดอั้นใจว่า ‘จะปิดบังข้อมูลทำไม แล้วญาติจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นผู้ต้องหาตัวจริง สิ่งที่เกิดขึ้นญาติๆ แค่อยากเห็นหน้าเพื่อต้องการความเป็นธรรมให้หลานสาวเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเข้าไปรุมสกรัมหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ทำไมตำรวจต้องปิดบังขนาดนี้ หลานสาวตายไปทั้งคน ไม่เห็นใจหัวอกคนเป็นญาติกันเลยหรือ’

ขณะที่ นายวินัย พ่อน้องฝน เปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าถึงเหตุการณ์ที่ลูกสาวถูกฆาตกรรมทารุณว่า ‘ในใจยอมรับว่าโกรธแค้นมาก อยากจะกระโดดถีบผู้ก่อเหตุให้สาสมกับที่ทำกับลูกสาว แต่ก็รู้ดีว่าไม่สามารถทำได้’

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง ได้เข้าพูดคุยและอธิบายข้อกฎหมายอย่างใจเย็นให้กับทางกลุ่มญาติเข้าใจ โดยระบุว่า ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว เมื่อเกิดคดีความที่มีเด็กหรือเยาวชนเป็นผู้ต้องหา กฎหมายบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและนำตัวส่งศาลเยาวชนให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงมีข้อกำหนดในการห้ามเปิดเผยใบหน้า ข้อมูล หรือภาพถ่ายที่ระบุตัวตนของเยาวชนต่อสาธารณชนเด็ดขาด ยืนยันว่าทางตำรวจปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ได้จงใจปิดบังข้อมูล พยายามช่วยเหลือผู้ต้องหา หรือเบี่ยงเบนประเด็นคดีแต่อย่างใด

ซึ่งภายหลังการเข้ารับฟังคำชี้แจงอย่างละเอียดจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางครอบครัวและญาติของน้องฝนต่างเข้าใจในระเบียบข้อบังคับและน้อมรับฟังเหตุผลทางกฎหมาย โดยไม่ได้มีการติดใจหรือเอาความแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการเรื่องเอกสารรับศพหลานสาวกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาที่จังหวัดนครราชสีมาต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top