วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 9,432 จุด ทลายกว่า 1,580 เครือข่าย ยึดยาบ้า 104 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 5 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 308 ล้านบาท
31 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 10/2569 และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 13 เพื่อติดตามสถานการณ์ เร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 9,432 จุด สามารถทลาย 1,580 เครือข่าย จับกุม 20,683 คดี ผู้ต้องหา 20,114 ราย ยึดยาบ้ากว่า 104,319,516 เม็ด, ไอซ์ 5,305.15 กิโลกรัม, คีตามีน 310.10 กิโลกรัม, เฮโรอีน 39.74 กิโลกรัม, ยาอี 102,225 เม็ด และอาวุธปืน 235 กระบอก พร้อมตรวจยึดเงินสด 4,720,193 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 308 ล้านบาท พร้อมสั่งทวีความเข้มข้นมาตรการเชิงรุก เพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรเครือข่ายผู้ค้าอย่างเด็ดขาด
ผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศเฉพาะวันนี้ ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 2,883 จุด ครอบคลุม 543 เครือข่าย โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติด 2,005 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 2,032 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 103 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 4,927,884 เม็ด, ไอซ์ 9.88 กิโลกรัม, คีตามีน 4.72 กิโลกรัม, เฮโรอีน 0.55 กิโลกรัม, ยาอี 45 เม็ด และอาวุธปืน 44 กระบอก พร้อมตรวจยึดเงินสด 303,120 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยทั่วประเทศที่ปฏิบัติอย่างเต็มที่ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ด้วยตระหนักว่าปัญหายาเสพติดเป็นสารตั้งต้นของอาชญากรรมประเภทอื่น ๆ จึงขอเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เข้มงวดในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และให้ผู้บังคับบัญชาไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในทุกรูปแบบอย่างเคร่งครัด
พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.สำราญ ได้สั่งการทุกหน่วยสืบสวนจับกุมการจำหน่ายยาเสพติดทางออนไลน์ให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สืบสวนหาข่าวการแพร่ระบาดยาเสพติดในสถานบริการ ปิดล้อมตรวจค้นสถานบริการกลุ่มเสี่ยง และกำหนดมาตรการป้องกัน ไม่ปล่อยปละละเลยให้สถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบเป็นแหล่งมั่วสุมและแพร่ระบาดยาเสพติด รวมทั้งสืบสวนปราบปรามผู้ค้ารายย่อยในชุมชน โดยให้ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานีตำรวจ ให้ความสำคัญต่อการปราบปรามผู้ค้ารายย่อยในชุมชน มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนจัดทำบัญชีเป้าหมายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งได้จากสืบสวนตามข้อร้องเรียน หรือการแจ้งเบาะแสของประชาชน และการขยายผลคดียาเสพติดทุกคดี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ แล้วดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าดังกล่าว พร้อมติดตามผลการดำเนินการต่อข้อร้องเรียนของประชาชน, การขยายผลคดียาเสพติด, การดำเนินการปราบปรามผู้ค้าตามบัญชีเป้าหมาย และประเมินสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของแต่ละชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขเป็นประจำทุกเดือน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ สั่งการให้ดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดกับผู้เสพที่มีพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรง เช่น ทำให้เสียทรัพย์ วางเพลิง ทำร้ายร่างกาย ซึ่งไม่มีสิทธิ์ตามมาตรการสมัครใจเข้ารับการบำบัด และหากเป็นกรณีก่อเหตุภายในครอบครัว ให้บุคคลในครอบครัวเป็นผู้เสียหายร้องทุกข์ดำเนินคดี เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำเดิมที่อาจเกิดขึ้นอีก และลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี