วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569
‘เบนซ์ เรซซิ่ง’อ่วม
ศาลอุทธรณ์จำคุก36ปี8เดือน
สมคบ-ฟอกเงินค้ายาเสพติด
ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้เพิ่มโทษจำคุก “เบนซ์ เรซซิ่ง” รวม 36 ปี 8 เดือน ฐานสมคบ-ฟอกเงินยาเสพติด ส่วนจำเลยที่ 2-3 โดนคุกคนละ 22 ปี 6 เดือน
เจ้าตัวสวมกอดแม่ บอกยังเหลือสู้คดีได้อีก 1 ศาล
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีฟอกเงินและคดียาเสพติด ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด10 เป็นโจทก์ ฟ้องนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดชหรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 34ปี อดีตสามี แพท ณปภา นักแสดงและพิธีกรหญิงชื่อดัง นายสรรเสริญหรือเน็ต รสานนท์ อายุ 39 ปี ชาว จ.นนทบุรีและน.ส.อังสุพรหรืออุ้ม อินา อายุ 33ปี ชาว จ.น่าน สามีภรรยาเป็นจำเลยที่1-3 ในความผิดฐานฐานฟอกเงินและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,9,60และสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3,4,6,10,14 และ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522
คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 26พ.ค.2560 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่าเมื่อต้นเดือน พ.ย.2559 -2 ก.พ.2560 จำเลยทั้งสาม กับนายณัฐพลหรือบอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อย.2187/2560 , อย.1883/2560,อย.1257/2560 ของศาลอาญา , นายชัยวัฒน์หรือแป๊ะ ชูสาย จำเลยคดียาเสพติดซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วคดีหมายเลขแดง อย.1679/2560 กับนายนพ หรือบาส รัตนวิสุทธิ์ จำเลยคดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.838/2560 ของศาลอาญา กับพวกที่หลบหนีร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดคดียาเสพติดโดยมียาไอซ์และยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้าและเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดที่นายณัฐพลหรือบอย กับพวกเป็นผู้จัดหาและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง ซึ่งวันที่ 26 พ.ย.59 เจ้าพนักงานได้จับกุม นายนพหรือบาส กับพวกได้พร้อมของกลางยาบ้า 140,000 เม็ด และยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว น้ำหนัก 19 กก.เศษ โดยนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ได้โอนเงินที่กระทำเกี่ยวกับยาเสพติดผ่านบัญชีธนาคารบุคคลอื่น
ส่วน นายอัครกิตติ์,นายสรรเสริญและน.ส.อังสุพร จำเลยที่ 1-3 ได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด โดยโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารนายอู๋ปังโอฬารภาวะกุล , นายสุวัฒน์ พวงมาลี ที่เป็นเครือข่ายของนายณัฐพลหรือบอย เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้นายณัฐพลหรือบอยกับพวก ไม่ต้องรับโทษระหว่างโดยวันที่ 29 ธ.ค.57 – 1 ก.พ.60 มีการโอนและรับโอนเงินตามคำสั่งของนายณัฐพล รวม 53ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547บาท ซึ่ง นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากนายณัฐพลไปซื้อรถลัมโบกินีและรถจยย.ราคาแพงด้วย เหตุเกิดที่แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม , แขวงจอมทอง เขตจตุจักร , แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ , เขตจตุจักร , แขวง-เขตดินแดง กทม. และที่อื่นๆเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา “นายอัครกิตติ์” จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอด ส่วนนายสรรเสริญหรือเน็ตและน.ส.อังสุพรจำเลยที่2-3 ให้การรับสารภาพฐานฟอกเงิน และถูกคุมขังในเรือนจพ ส่วน “นายอัครกิตติ์”หรือเบนซ์ ได้รับการประกันตัว
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2561 ให้จำคุก “นายอัครกิตติ์” จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.5 , 60 และให้ยกฟ้องข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และ พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปรามยาเสพติดฯส่วน นายสรรเสริญ และน.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 ให้จำคุกฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด และฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก คนละ 8 ปี ,ซึ่งทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 4 ปี และฐานสมคบกันทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้จำคุกอีกคนละ 20 ปี กับปรับคนละ 400,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่2-3 คนละ 24ปี ปรับคนละ 400,000บาท อัยการโจทก์ - นายอัครกิตติ์ กับพวก ยื่นอุทธรณ์ ในวันนี้ นายอัครกิตติ์ ซึ่งได้รับประกันตัว วงเงิน 1ล้านบาท และสวมกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า เดินทางมาศาล ส่วนนายสรรเสริญ , น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 ถูกเบิกตัวจากเรือนจำโดยมีญาติและเพื่อนสนิทมาให้กำลังใจ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และพ.ร.บ. การฟอกเงิน การกระทำของจำเลยที่1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 5,000,000บาท ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันจำคุก 5ปีทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงรวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 36ปี 8เดือนและปรับ 3.33 ล้านบาท สำหรับจำเลยที่ 2-3 ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันจำคุกคนละ 5ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุกคนละ 2ปี 6เดือนเมื่อรวมกับโทษฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ 2-3คนละ22 ปี 6เดือนและปรับคนละ400,000บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29,30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยทั้งสามคนละเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี