จับ‘ร่างทรง’หื่น อ้างมีเคราะห์ต้องแก้กรรม ลวงสาวบังคับเสพยา-อนาจาร
เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 25 มีนาคม 2564 ร.ต.อ.สมปะสงค์ สมร่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง แสดงตัวเข้าขอตรวจค้นภายในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านคู่ขวัญ หมู่ที่ 2 ต.หนองซ้ำซาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อทำการจับกุม นายปิยะวัฒน์ เพิ่มยิ่งยง อายุ 43 ปี ร่างทรง ไปสอบสวน ภายหลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งประกาศตามหาตัว น.ส.บี (นามสมมุติ) น้องสาวที่หายไป พร้อมรถยนต์เก๋งนั่งส่วนบุคคล ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 มีสัญญาณติดต่อได้อยู่บริเวณพื้นที่ ต.หนองซ้ำซาก
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้มีนางสุภินิ เพิ่มยิ่งยง อายุ 44 ปี ภรรยานายปิยะวัฒน์ ออกมารับหน้าแทน ไม่ยอมให้เข้าไป อ้างว่าต้องมีหมายตรวจค้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการแสดงถึงเหตุผลซึ่งหน้า และทำการจู่โจมใช้อุปกรณ์งัดประตูเข้าไป และได้ทำการควบคุมตัว นายปิยะวัฒน์ ไปสอบปากคำที่ สภ.บ้านบึง จนได้ยอมรับว่าตนเองเสพยาบ้า และรับว่า น.ส.บี บุคคลที่ถูกตามหา รู้จักกับตนเองจริง แต่ไม่ได้ลวงไปทำอนาจาร ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นภรรยาของร่างทรง ไปทำการสอบสวน และมีการตรวจปัสสาวะ พบว่า ผู้ต้องหาและภรรยา มีสารเสพติดภายในร่างกาย
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) พี่สาว ได้พา น.ส.บี ที่ยังอยู่ในอาการเบลอ พูดจาไม่รู้เรื่อง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พร้อมเผยว่า ตนได้รับการแชทจากร่างทรงจอมปลอมว่าให้ไปทำพิธีแก้กรรม แต่ได้ปฏิเสธ ต่อมาทราบร่างทรง ได้โทร.หาน้องสาวให้ขับรถมารับไปทำธุระ มารู้ข่าวน้องสาวหาย ก็โพสต์ตามหา และรู้ว่าถูกร่างทรงล่อลวงพาตัวเข้าโรงแรม และบังคับให้เสพยา ทำอนาจาร ซึ่งพฤติกรรมของร่างทรง พูดจาหว่านล้อมให้หลงเชื่อในทำนองว่ามีเคราะห์ ต้องแก้กรรม ทำพิธียกบายศรีเสริมความเป็นมงคล แล้วชีวิตจะราบรื่น สุดท้ายเป็นการหลอกลวง เพื่อต้องการพาไปร่วมเสพยาและทำอนาจาร คาดว่ามีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย
ล่าสุดวันนี้ (26 มีนาคม 2564) น.ส.เอ เปิดเผยอีกว่า ได้นำน้องสาว มาตรวจร่างกายเพิ่มเติม ว่ายังมีสารเสพติดหลงเหลือหรือไม่ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้องสาวได้ถูกล่อลวง อ้างมีกรรมต้องทำการล้างกรรม โดยให้มาหาตอน 04.00 น.ของวันที่ 25 มีนาคม 2564 หลอกให้ขับรถยนต์เก๋งไปส่งที่บางละมุง แล้วไปซื้อไอซ์ ก่อนพาเข้าโรงแรม และกระทำดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ตนคงต้องเตือนน้องสาว อย่าไว้ใจใครง่าย ส่วนในเรื่องคดีคงต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พร้อมฝากถึงคนทรงที่ชอบหลอกลวง ให้เลิกเสียมิเช่นนั้นอาจพบกับจุดจบแบบนี้
ด้าน พ.ต.ท.วิโรจน์ แจ่มจำรัส หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เปิดเผยว่า หลังจากมีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุม และพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งจะทำการส่งตัวไปบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด จำนวน 45 วัน ในส่วนว่าจะเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นยังไม่มีใครมาแจ้งความ แต่ถ้ามีเจ้าทุกข์ก็สามารถเข้ามาแจ้งความได้ เพื่อที่จะได้เอาผิดเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนของคดีทำอนาจาร คงต้องให้เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ คือ สภ.บางละมุง เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย อยากฝากถึงผู้ที่ชื่นชอบและมีความเชื่อของร่างทรง ควรตั้งสติ อย่าให้ถูกหลอกได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี