วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
'ครูเหน่ง'เข้าศธ.วันแรกประกาศสานต่อนโยบาย'ครูตั้น' เปิด 4 วาระเร่งด่วน ร.ร.คุณภาพ เร่งแก้ปัญหาความปลอดภัยใน ร.ร. เพิ่มทักษะดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนอาชีวะสร้างชาติ ด้าน น.ร.เลว หอบเค้กเซอร์ไพรซ์ ต้อนรับด้วย
วันที่ 29 มีนาคม เวลา 07.40 น. 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เดินทางเข้าศธ.วันแรก โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับระดับสูง และบุคลากร ศธ. ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ในส่วนของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ไม่มาร่วมต้อนรับเนื่องจากติดภารกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.05 น. กลุ่มนักเรียนเลว จำนวน 5 คน นำกล่องของขวัญสีขาว ภายในเป็นขนมเค้ก รูปอาคารราชวัลลภ มาเซอร์ไพรส์ รอต้อนรับน.ส.ตรีนุช ในโอกาสรับเข้าตำแหน่งด้วย
จากนั้น เวลา 08.09 น. น.ส. ตรีนุช เดินไปสักการะพระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ พระพุทธรูปประจำกระทรวง สักการะศาลพระภูมิ ประจำกระทรวง สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ก่อนเดินทางกลับมาพบ กลุ่มนักเรียนเลว บริเวณหน้าอาคารราชวัลลภ โดยกลุ่มนักเรียนเลวได้ถามว่า ในฐานะที่ท่านได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว อันดับแรกที่ท่านจะทำเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยคืออะไร ซึ่ง นส.ตรีนุช ก็บอกว่าตนกำลังจะแถลงนโยบายกับสื่อมวลชน ก็จะได้ทราบไปพร้อม ๆกัน หนู ๆก็เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานมีอะไรก็คุยกันได้ เราได้เจอกันอีกแน่นอน พร้อมกับได้เขิญกลุ่มนักเรียนเลวมาร่วมรับฟังนโยบายที่จะแถลงด้วย
ต่อมาเวลา 8.30 น. ที่ห้องพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย น.ส.ตรีนุช รมว.ศธ.ได้แถลงนโบายการทำงานแก่สื่อมวลชน ว่า ถือเป็นวันเริ่มต้นการทำงานวันแรกทั้งนี้ ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ โครงการดี ๆ ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ. ทำไว้ก็ยินดีสานต่อ โดยเฉพาะเรื่องโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนดีสี่มุมเมือง และเรื่องเร่งด่วนและสำคัญมาก คือเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร จะมีมาตรการป้องกันดูแลให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยได้อย่างไร ขณะเดียวกันในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ที่ผ่านทำให้การศึกษาไทยต้องปรับตัวเป็นการเรียนดิจิทีลออนไลน์ ดังนั้น เราต้องทำให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบการเรียนอย่างเหมาะสมให้มากที่สุด ที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมทักษะการเข้าสู่ทศวรรษที่21 ซึ่งต้องพัฒนาให้ผู้เรียนมห้มีทักษะ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง กระบวนการคิด การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราไม่รู้เลยว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด เราจึงต้องให้ลูกหลานเราเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง
น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า และอีกเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ อาชีวศึกษา โดยเฉพาะอาชีวะสร้างชาติ เราจะต้องสร้างความเข้าใจผู้ปกครองและสังคม ว่าการเรียนอาชีวะเป็นการต่อยอดการศึกษาที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นทางเลือกหนึ่ง ในการสร้างคนสร้างอาชะ ซึ่งอาชีวะจะเข้มแข็ง จะต้องร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อสร้าวบุคลากรให้ตรงกับความต้องการเพื่อพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจของประเทศ
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ. เป็นกระทรวงที่มีหลายมิติ ดังนั้น จึงขอทำงานในรูปแบบ “TRUST” หรือการทำงานที่มี “ความเชื่อใจ ไว้วางใจ” โดยจะขอผลักดัน 4 วาระเร่งด่วน ได้แก่ 1.การผลักดันโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นการสานต่อนโยบายเดิมของนายณัฏฐพล ที่ต้องการขับเคลื่อนให้แต่ละชุมชนได้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพอย่างน้อย 1โรงเรียนขึ้นไป ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษา ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโรงเรียนที่ดีใกล้บ้าน โดยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ “สวัสดิการครู” 2. ความปลอดภัยของสถานศึกษา โรงเรียนทุกแห่งในประเทศไทยถือเป็น พื้นที่ปลอดภัย ทั้งจากการบูลลี่ และการทารุณกรรมเด็กในระยะแรกจึงต้องมีการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน ต่อมา คือ การสร้างความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่ายในการวางตัวและการปฏิบัติต่อกัน 3.. ความรู้เรื่องดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความพร้อมของโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้มีความทั่วถึง รองรับการใช้งานของผู้เรียนทุกระดับ และ 4. การขับเคลื่อนภาพลักษณ์ที่ดีของการอาชีวศึกษาให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง
“ดิฉันก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจ กระแสสังคมวิจารณ์ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษาที่จบไม่ตรงกับด้านการศึกษา เพราะเข้าใจบริบทของตัวเอง ถือเป็นความท้าทาย และสามารถทำงานได้ และมั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ทั้งสองท่านได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมีบุคลากรที่มีความสามรถและเชี่ยวชาญด้านการศึกษาช่วยดูแล ส่วนตัวดิฉันเอง เข้ามามีหน้าที่ผลักดันวางระบบเพื่อให้เรื่องที่จำเป็นเดินไปอย่าวรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ อาจไม่สามารถทำได้รวดเร็ว เพราะศธ. เป็นกระทรวงใหญ่ และมีหลายมิติ ดังนั้น การรับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จึงเป็นช่องทางหนึ่ง ซึ่งมีทั้งผ่านทางศธ. ที่ต้องทำให้รวดเร็วขึ้น และดิฉันเองจะเปิดเพจ ส่วนตัว “ตรีนุช เทียนทอง” เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากงานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า นายกฯ ฝากให้เร่งดำเนินการสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงให้กำลังใจในการทำงาน ขอให้ตั้งใจ รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ในการทำงาน ส่วนการถูกประเมินผลงานทุก 3 เดือน ก็ไม่หนักใจ เพราะการทำงานไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ก็ต้องมีคำตอบ ขณะเดียวกัน ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายณัฏฐพล อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้ว ได้ทำความเข้าใจและจะสานต่อโครงการดี ๆที่นายณัฏฐพลได้ทำไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กลุ่มนักเรียนเลว นำเค้กมามอบเป็นการต้อนรับ จะรับมือไหวหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า อยากให้มองมุมบวก ในช่วงวัยรุ่นการแสดงออกเป็นเรื่องธรรมดา ตนมีหน้าที่รับฟัง อะไรเป็นข้อแนะนำที่จะสามารถทำได้ ก็จะดำเนินการแต่ต้องอยู่ในกรอบที่สามารถทำได้ในวงกว้าง ดูประโยชน์ส่วนรวม เพราะศธ.ดูภาพรวมทั้งประเทศ
ต่อจากนั้น ที่ห้องประชุมประชุมราชวัลลภ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ได้พบผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการ ศธ. โดยมี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. และผู้บริหาร ข้าราชการให้การต้อนรับ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต้อนรับ จากนั้น ปลัด ศธ.และเลขาธิการองค์กรหลัก ศธ. ร่วมมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมนำเสนอบทบาทและภารกิจในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ได้มอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงาน แก่ผู้บริหารระดับสูง ในเรื่องสำคัญๆและเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำโดยเร็ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี