546.jpg
อุทธรณ์ยืนจำคุก  สมาชิก‘สหพันธรัฐไท’  ร่วมปลุกระดมช่วงคสช.

อุทธรณ์ยืนจำคุก สมาชิก‘สหพันธรัฐไท’ ร่วมปลุกระดมช่วงคสช.

วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

อุทธรณ์ยืนจำคุก

สมาชิก‘สหพันธรัฐไท’

ร่วมปลุกระดมช่วงคสช.

 

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุกกลุ่มสหพันธรัฐไท ฐานอั้งยี่ปลุกปั่น คนละ 2-3 ปี หลังแจกใบปลิวปลุกระดมในช่วงรัฐบาล คสช. ด้านราชทัณฑ์จ่อดำเนินคดีเพจวีโว่มั่วปล่อยข่าว “โตโต้” ป่วย


เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีสหพันธรัฐไทย ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ฟ้อง นายกฤษณะ อาษาสู้, นายเทอดศักดิ์ เถียรพุดซา, นางประพันธ์ พิพัธนัมพร, น.ส.วรรณภา คำพิพจน์ และ น.ส.จินดา อัจฉริยะศิลป์ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ และอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 209

กรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. -12ก.ย. 2561 จำเลยทั้งห้ากับพวก ซึ่งหลบหนี ได้ร่วมกันเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ ในคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการ ชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท มีความมุ่งหมายเพื่อต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปสู่ระบอบการปกครองในระบอบสหพันธรัฐ ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข อันเป็นการร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ โดยได้เคลื่อนไหวปลุกระดมสมาชิกกลุ่มและประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ ยูทูบ และการแจกเอกสารแผ่นปลิว ชักชวนให้สมาชิกกลุ่มและประชาชนทั่วไปต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านรัฐบาลและ คสช. ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร โดยจำเลยที่ 1-4 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 5 หลบหนี ศาลออกหมายจับไว้ และจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว

ต่อมาศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-4 กระทำผิดฐานเป็นอั้งยี่ มาตรา 209 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2-3รับสารภาพในชั้นสอบสวน และให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 2 ปี ทั้งหมด โดยไม่รอลงอาญา และให้ยกฟ้องฐานยุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 116 อัยการโจทก์ และพวกจำเลย ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว กรณีจำเลยที่ 1-4 มีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา ม.116 หรือไม่ พยานโจทก์มีหลักฐานบ่งชี้สนับสนุนให้เชื่อว่าจำเลยที่ 1-4 เกี่ยวข้องกับกลุ่มสหพันธรัฐไทจริง แต่เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมประกอบข้อความในแผ่นใบปลิวและสติกเกอร์ ไม่มีลักษณะเป็นการยุยงปลุกปั่นฯ ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องความผิดฐานนี้มานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยจำเลยที่1-4 กระทำผิดฐานเป็นอั้งยี่หรือไม่ การที่จำเลยที่ 1-4 ตัดสินใจเข้าร่วมอุดมการณ์ด้วยการช่วยเหลือให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยนำใบปลิว สติกเกอร์ และเสื้อที่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มไปเผยแพร่แจกจ่าย ตลอดจนใช้สื่อสังคมออนไลน์ชี้นำชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเป็นสมาชิก ย่อมบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 1-4 มีเจตนาเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไท เมื่อกลุ่มสหพันธรัฐไทมีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นับเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงมีความผิดเป็นอั้งยี่

ส่วนที่จำเลยที่ 1-4 อุทธรณ์ว่า การเป็นสมาชิกหมายถึงการร่วมจัดตั้งองค์กร มีตำแหน่งหน้าที่ มีการประชุมปรึกษาหารือกันระหว่างสมาชิก จำเลยจึงไม่มีความผิดนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 คำว่าสมาชิกหมายความว่า ผู้มีสิทธิและมีส่วนร่วมในสมาคม องค์การ หรือกิจกรรมใดๆ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1-4 ร่วมกระทำกิจกรรมกับกลุ่มสหพันธรัฐไท ถือได้ว่าจำเลยที่ 1-4 แสดงเจตนาเข้ามีส่วนร่วมเป็นสมาชิกแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่1-4 กระทำผิดฐานเป็นอั้งยี่นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนจำคุกจำเลยที่1, 4 คนละ3ปี จำเลยที่ 2-3 คนละ 2ปี ขณะเดียวกัน ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทรณ์อีกสำนวนหนึ่ง ในคดีหมายเลขดำ อ.2534/2563 โดยยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกพ้อง ฟ้องนายเทอดศักดิ์ เถียรพุดซาและนายประพันธ์ พิพัธนัมพร เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรและเป็นอั้งยี่ จากการเคลื่อนไหวเมื่อ 4-5ธันวาคม2561 เนื่องจากหลักฐานอ่อนจึงยกประโยชน์ให้จำเลย

อีกประเด็น ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับเฟซบุ๊กของกลุ่มWevo โพสต์ข้อความระบุว่า นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มWevo เกิดอาการปวดหัว มีไข้สูงถึง 38องศาเชลเชียสและตั้งแต่มีอาการยังไม่ได้รับยาหรือการรักษาจากทางเรือนจำกาฬสินธุ์ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงเพราะนายปิยรัฐ ไม่ได้ป่วยไข้ แต่ประการใด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top