533.jpg
หมอพูดชัด! บุคลากรฯสมควรได้รับค่าเสี่ยงภัย ลั่นตอนนี้จำนวนคนตึงมือ ต้องหยุดเคสใหม่ให้เร็ว

หมอพูดชัด! บุคลากรฯสมควรได้รับค่าเสี่ยงภัย ลั่นตอนนี้จำนวนคนตึงมือ ต้องหยุดเคสใหม่ให้เร็ว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564, 13.11 น.

รายการโหนกระแสวันที่ 28 เม.ย. 64 "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ "นพ. สุขสันต์ กิตติศุภกร" ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ "รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กับข้อสงสัย เตียงสนามเต็มหรือเปล่า เครื่องช่วยหายใจเพียงพอมั้ย

เตียงสนามเป็นยังไงบ้าง เพียงพอมั้ย?


นพ. สุขสันต์ : ตอนนี้เตียงสนามมีสองส่วน ส่วนที่หนึ่งเป้นเตียงสนามที่กทม.รับผิดชอบดูแลรวมกับภาคีบางส่วน เช่นกลาโหม หรือธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นเตียงสนามรับผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน จะมีเตียงส่วนหนึ่งเป็นเตียงสนาม ที่ภาครัฐ ภาคเอกชนเปิดในรูปฮอสพิเทล ไปทำแล็บตามรพ. ก็ต้องรัเบข้ามา มีสองส่วน ทั้งสองส่วน ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยที่เกิดไปทำแล็บตามรพ.ต่างๆ และต้องรับเข้ามา ส่วนกรุงเทพฯ เราเปิดเตียงสนาม ณ วันนี้ ตัวเลขจริงๆ อยู่ 1,900 เตียง ตรงนี้เองวันนี้เรารับอยู่พันต้นๆ ยังว่างอยู่ 600 กว่าเตียง ซึ่งเตียงสนามส่วนนี้ ท่านผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ท่านก็สั่งการว่าให้เปิดเพิ่มเติมโดยเร็ว เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน และท่านไปเยี่ยมให้กำลังใจ เดี๋ยวจะมีการเปิดอีก 2 ที่ ที่นึงเป็นโรงแรมนึงเป็นฮอสพิเทล มี 160 ห้อง รับได้ 320 คนในวันศุกร์นี้ อีกที่เปิดที่ศูนย์กีฬาบางมด เขตทุ่งครุ อันนี้จะเปิด 400 เตียง ความพิเศษตรงศูนย์กีฬาบางมดตรงนี้จะเป็นเตียงสนามที่รองรับผู้ป่วยสีเหลือง

สีเหลืองคือมีอาการรุนแรงแต่ไม่หนักมาก?

นพ. สุขสันต์ : ใช่ครับ ที่ต้องรับประทานยา

สีเหลืองนี่อาการขนาดไหน?

นพ. สุขสันต์ : เริ่มตั้งแต่มีไข้ ไอ น้ำมูก ท้องเสีย ผื่นขึ้น ที่ต้องรับประทานยา จนกระทั่งมีระดับออกซิเจนในกระแสโลหิตลดลงน้อยกว่า 56 เปอร์เซ็นต์ หรือเวลาเราออกกำลังกายแล้วออกซิเจนในกระแสโลหิตลดลงมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เองจะเป็นเหลืองถึงเหลืองกลางๆ ที่ต้องได้รับการให้ยาและให้การดูแลเรื่องระบบการวิจัยอย่างเข้มข้น

เตียงสนาม ผู้ป่วยสีเขียวที่ไปอยู่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

นพ. สุขสันต์ : สีเขียวที่ไปอยู่คือเน้นไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ไม่มีภาวะความเสี่ยง เช่น อายุมาก น้ำหนักตัวเกิน มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ วิธีการเตรียมไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ถ้าท่านมีผลแล็บว่าท่านเป็น รพ.ที่ตรวจท่านจะแจ้งท่าน และนัดหมายท่านเพื่อไปรับอยู่แล้ว อีกส่วนมาจากการค้นหาเชิงรุก ที่ไปตรวจราชรถพระราชทานบ้าง ของสำนักอนามัยไปตรวจบ้าง กลุ่มนี้จะมีการแจ้งท่าน และกลุ่มนี้เองที่ศูนย์เอราวัณจะเป็นผู้ไปรับท่าน ซึ่งปัจจุบัน ที่มีข่าวว่าศูนย์เอราวัณมีผู้ป่วยค้นหาเชิงรุกค้าง 555 เตียง ณ วันนี้ เมื่อวานนี้ เราขนจนหมดและเป็นศูนย์ ไม่เหลือที่ค้างแล้วนะครบ ถ้าค้างจะเป็นกลุ่มประเภทที่ค้างจากการทำระบบทำแล็บที่รพ. ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการให้ศูนย์เอราวัณไปรับผู้ป่วยทุกคน ถ้ามีคนแจ้งมาที่ 1669 เพียงแต่ท่านแจ้งมา 1669 1669 1330 เราเชื่อมกัน 3 ส่วนเพื่อนำผู้ป่วยตกค้างมาที่รพ.สนาม ที่กรุงเทพฯ จัดหาให้

แต่บางคนโทรแล้วโทรอีก โทรไม่ได้ ไม่มีคนไปรับ?

นพ. สุขสันต์ : ตอนนี้น่าจะปรับระบบดีขึ้น เพราะอย่าง 1669 แต่ก่อนมีระบบสายว่างแต่ไม่มีคนรับ ซึ่งจริงๆ มีคนรับนะครับ แต่ระบบถูกออกแบบดีไซน์ให้ว่างแบบไม่มีคนรับ และไม่เกิน 5 นาทีจะมีคนรับ ตอนนี้เราเพิ่มเป็น 40 คู่สาย มีเสียงรับอัตโนมัติ และรับภายใน 1 นาที รับเสร็จเดี๋ยวจะรีบไปรับ เพราะตอนนี้เราร่วมกับทางภาคกลาโหม สำนักงานเขต 50 เขต ตอนนี้ตัวเลขเรารับได้หมดเป็นศูนย์ ไม่เหลือแล้วเป็นผู้ป่วยค้นหาเชิงรุก สีเขียวครับ

ถ้าสีเหลือง สีแดง เป็นเรื่องกระทรวงสาธารณสุข?

นพ. สุขสันต์ : โดยปกติกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์ราชวิถีจะรับไป ตอนนี้ทางสัมมาแพทย์พยายามชวยรับกลุ่มนี้มาด้วย เพราะผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ให้นโยบายไว้ ว่าสีเหลือง สีแดง ต้องรับจากบ้านมาเข้าสู่กระบวนการทั้งหมด

กรณีผู้ป่วยที่ต้องไปตรวจ ไปเข้าคิว แล้วบางคนไม่ได้ตรวจ ตรงนี้มีนโยบายยังไงบ้าง?

นพ. สุขสันต์ : ประชาชนสามารถไปตรวจ ถ้าคิดว่าตัวเองมีอาการ แล้วเป็นกลุ่มเสี่ยง ไปตรวจได้ทุกรพ.อยู่แล้ว ซึ่งทางสปสช. โดยรัฐบาลให้งบประมาณในการตรวจเชื้อโควิดอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน ซึ่งสำนักนายกฯ สถาบันป้องกันควบคุมโรค มีการไปตรวจเชิงรุกทุกวันอยู่แล้ว

ล่าสุดเมื่อวานที่เป็นข่าว ไปตรวจแล้วไปรอคิว แล้วไม่ได้ตรวจ รออยู่ 2-3 วัน สุดท้ายเสียชีวิตในห้อง แค่ไปรอยังไม่ได้เลย?

นพ. สุขสันต์ : ตรงนี้อาจมีบางส่วน ถ้ามีประเด็นนี้รับเรื่องไว้แล้วกัน โทรไปที่ 1669 เดี๋ยวจะให้ศูนย์เอราวัณช่วยประสานให้

ถามอาจารย์บ้าง เตียงสนามรพ. ธรรมศาสตร์กี่เตียง?

นพ.พฤหัส : ประมาณ 330 เตียง ศักยภาพเราได้ 470 เตียง ตอนนี้ในภาพรวมก็ส่งให้กลับบ้านมากกว่า 400 คน และมีอยู่ในรพ.สนาม 330 คน อย่างที่ผอ.กล่าว รพ.สนาม น่าจะแบ่งจะต้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม เบื้องต้นรับผู้ป่วยที่เป็นสีเขียว รพ.สนาม ซึ่งมีรพ.หลักคอยดูแล ตรงนี้จะเป็นคนไข้ที่นอนอยู่ในรพ.หลักสักสองวัน หลังจากนั้นให้มานอนรพ.สนาม ทำหน้าที่หมุนเวียนช่วยผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเคสสีเหลือง สีแดง เข้ามาตรงนี้ได้ และดูแลตรงนี้ได้ ฉะนั้นในส่วนบริบทรพ.สนาม ในเคสสีเขียวน่าจะพอ อาการดีแล้วและไปอยู่รพ.สนาม ก็น่าจะเพียงพอ ตอนนี้ผมเข้าใจว่าเคสที่เป็นสีเหลืองและแดง ซึ่งต้องการรพ.หลักในการดูแลรักษา ซึ่งจะมีเรื่องของศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นไอซียู หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจ เริ่มเต็มแล้ว ก็มีการประเมิน ไม่ว่าจะกทม.เอง กระทรวงสาธารณสุข ประมาณสัก 7 วัน ถ้าอัตราการติดเชื้อยังอยู่หลัก 2 พันกว่า อาจทำให้การเต็มศักยภาพได้

ผู้ป่วยสีแดง เห็นว่าเตียงไม่พอแล้วเหรอ?

นพ.พฤหัส : จริงๆ ต้องยอมรับในระบบบริการของทุกรพ. ตอนนี้มีการลดลง ในเคสที่ไม่รุนแรงและไม่ฉุกเฉิน แต่ยังไงก็ตาม ประมาณ 50-50 ก็ยังคงมีเคสมาตรวจที่โอพีดี หรือที่ห้องผ่าตัด ก็ยังเป็นผู้ป่วยในอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ในภาระงานที่เราต้องแบกรับตรงนี้ก็จะมีเพิ่มเติมเข้ามา โควิดเองมีการหมุนพนักงานป็นสองส่วน บุคลากรจำกัดพอสมควร ในเรื่องห้องเราก็ขยายศักยภาพเท่าที่เช็กดู ประมาณสัก 100 เปอร์เซ็นต์ทุกโรงแล้ว เช่นห้องไอซียู หรือห้องความดันลบ ก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้เรามีประมาณ 200-300 ตอนนี้มีประมาณเกือบ 700 ทุกรพ.ขยายศักยภาพ โดยใช้คนเท่าเดิม และหมุนคนดูแลในภาคส่วนอื่นมาดูแลด้วย

ตอนนี้ผู้ป่วยอาการหนักเข้าไปรักษาอย่างต่ำต้องมี 14 วัน ถ้ามีผู้ป่วยรายใหม่ทยอยเข้าไป มีอาการเรื่องทางเดินหายใจ หายใจไม่ได้ เชื้อลงปอดต่างๆ นานา ถ้าไม่มีห้องเป็นไอซียู เราสามารถกระจายออกมา ทำเป็นไอซียูสนามได้มั้ย มีโอกาสเป็นขนาดนั้นได้มั้ย?

นพ.พฤหัส : ต้องเรียนว่าในส่วนตัวห้องที่จะสร้างก็คงไม่เร็ว แต่ไม่น่าเป็นประเด็นหลัก เครื่องไม้เครื่องมือน่าจะพอหาซื้อได้ แต่ส่วนบุคลากรหรือผู้ดูแลมีความซับซ้อน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญพอสมควร ดังนั้นแพทย์พยาบาลที่มาดูแล ก็จะเป็นปัญหาหลักในการขยายเข้าสู่รพ.สนาม แต่ถ้าเราจัดการกับเคสที่เป็นเขียว เหลือง ก่อนเป็นแดงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว นำเข้ามาในรพ. ให้ยาทันท่วงที ตรงนี้จะทำให้เคสมีโอกาสหายเร็วขึ้น หรือกลายเป็นแดงมีเปอร์เซ็นต์เป็นไปได้น้อยลง ทำให้เตียงที่เราเตรียมไว้มีความเพียงพอ แต่อย่างที่เรียน ปัจจุบันระดับ 2 พันคนต่อวัน ที่ได้ผลเป็นบวก เท่าที่ดูเรื่องการหมุนในรพ.สนามหรือไอซียู เราถือว่าเรายังรับไหวในศักยภาพตรงนี้ แต่ถ้าเพิ่มขึ้น 3 พัน 4 พันคนต่อวัน ก็อาจเป็นปัญหา

มีแนวโน้มเป็นอย่างนั้นมั้ย?

นพ. พฤหัส : เท่าที่ดู ช่วงนี้น่าจะดี เพราะ 4-5 วันก่อนเราเห็นที่ 2,800 รายต่อวัน วันนี้ประมาณ 2,012 ถือว่าแนวโน้ม 4-5 วันหลังพีคไป 2,800 ดูเหมือนจะดีขึ้น

นพ. สุขสันต์ : ประเด็นนี้ขอเสริมรูปแบบการให้บริการ เรามีการคุยกันในระดับการรักษาของสำนักการแพทย์ กับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย รูปแบบที่เราจะปรับเพิ่มขึ้นที่เรียกว่ารพ.สนาม เรามีการปรับรูปแบบในระดับรพ.ก่อน เราไม่สามารถเพิ่มเตียงไอซียูได้ เพราะกระบวนการสร้างต้องใช้เวลา แต่เราจะปรับหอผู้ป่วยสามัญ คือที่เห็นตามรพ. รวมอยู่ 20-30 เตียง เราจะเปลี่ยนเป็นวอร์ดดูแลผู้ป่วยสีเหลือง สีเหลืองส้ม หรือสีแสด ตรงนี้ในหอผู้ป่วยจะประกอบด้วยการดูแลผู้ป่วยที่สามารถให้ออกซิเจนความดันสูง หรือ high flow จะมีเครื่องช่วยหายใจ เหมือนเป็น SEMI ICU ไปอยู่ตรงนั้น ซึ่งทางศิริราช หลายๆ รพ.ก็ปรับเพิ่ม เช่นเดียวกับศูนย์กีฬาบางมด ที่อาจเป็นไอซียูสนาม ซึ่งตรงนี้สีเหลืองของศูนย์กีฬาบางมด 400 เตียง รับผู้ป่วยที่มีอาการและใช้เครื่องออกซิเจน high flow ส่วนหนึ่ง มีเครื่องช่วยหายใจส่วนหนึ่ง เพื่อเดตล็อกตรงนี้ เพื่อเหลืองแดงคลายออกไป เขียวก็จะได้รับการรักษาได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดมีอะไรบ้าง เช่นเครื่องช่วยหายใจ อาจารย์หมอหลายท่านอยากให้รพ.สนาม มีอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นเครื่องช่วยหายใจ ตัวเล็กก็ได้เพื่อเอาไว้ใช้ตรงนั้น แต่ตอนนี้เหมือนขาดแคลน ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?

นพ.พฤหัส : ถ้าเรามีรพ.สนามดูแลเคสที่เป็นเหลืองมากขึ้น ถ้ามีปริมาณผู้ป่วยมากขึ้น เราจำเป็นต้องเอาเคสเหลืองไปไว้ที่รพ.สนามมากขึ้น ตัวเครื่องออกซิเจน ที่เรียกว่า high flow เข้าไปมีบทบาทตรงนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ตรงนี้เรามีความขาดแคลนอยู่ แต่ถ้าเครื่องช่วยหายใจตัวเต็ม ที่มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ตรงนี้ถือว่าเพียงพอ และอยู่ในรพ.หลักได้

บุคลากรทางการแพทย์ตอนนี้เป็นไงบ้าง ?

นพ.สุขสันต์ : สู้เต็มที่ครับ แม้ว่าตอนนี้เหน็ดเหนื่อย ตอนนี้เราเปิดรพ.สนาม 2,300 เตียง เพิ่มขึ้นเท่าตัว ทั้งที่บุคลากรเท่าเดิม การรักษาโควิดซับซ้อนยุ่งยาก ต้องใช้กำลังคนรักษาต่อคนมากขึ้นด้วย อีกอย่างคือบุคลากรทางการแพทย์เราลดลง เพราะมีบางท่านก็ติดจากครอบครัว ทำให้ต้องกักตัว ทำให้เราสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ตรงนี้ไปด้วย แต่เราก็สู้จริงๆ

ตอนนี้มีหลายท่านอยากให้มีค่าเสี่ยงภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ ตรงนี้มองยังไง?

นพ.สุขสันต์ : ส่วนตัวเห็นด้วยครับ อย่างน้อยเป็นกำลังใจ อย่างน้อยเหนื่อยอย่างไรก็ตาม ยังมีรัฐบาล มีประชาชนเห็น มีคนเห็นว่าเขาเป็นนักสู้เพื่อประชาชน ตอนนี้ส่วนหนึ่งถ้าสมัยก่อนรัฐบาลมีงบประมาณให้เป็นค่าเสี่ยงภัยมา อันนั้นก็ต้องขอทราบนโยบายของรัฐบาล แต่ส่วนของทางรพ.เอง ก็เป็นค่าเสี่ยงภัยในเชิงรอยยิ้มผู้บริหาร เรื่องค่าอาหาร เรื่องอุปกรณ์ ที่จะสนับสนุนทุกอย่าง ส่วนค่าเวรค่าอัตราตอบแทนเราไม่ตัดเลย เราให้เต็มที่ตามทึ่ขึ้นเวร

ก็อยู่ที่ภาครัฐว่าจะมีการมอบให้ค่าเสี่ยงภัยหรือเปล่า แต่ผอ.เห็นควรว่าต้องให้?

นพ.พฤหัส : คิดคล้ายกัน เนื่องจากเราออกนอกระบบมหาวิทยาลัย เรามีการจัดเรื่องประกันโควิดในบุคลากรทุกท่าน 4 พันคนรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อันนี้เราได้จัดการไปเรียบร้อย ส่วนเรื่องค่าตอบแทนส่วนใหญ่เรื่องค่าล่วงเวลาหรืออะไรต่างๆ เราก็ให้เบิกได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนค่าเสี่ยงภัยเอง ระบบเราเคยเบิกได้ตอนโควิดช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเดือนมี.ค. - เม.ย. เราก็ได้ดำเนินการ ตอนนี้เก็บรวบรวมข้อมูล อันนี้เป็นสิ่งที่เราเสนอภาครัฐไปบางส่วน และเป็นนโยบายภาครัฐบางส่วน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ท่านนายกฯ หรือทุกคน คงต้องมองมาที่บุคลากรทางการแพทย์ในส่วนค่าเสี่ยงภัยตรงนี้

เตียงสนามและเตียงผู้ป่วยหนักที่ตอนนี้แทบไม่มีแล้ว เตียงสนามสำหรับสีเขียวยังมีอยู่ และปรับเปลี่ยนสำหรับวอร์ดในรพ.แต่ละที่ ให้มีการใช้งานรองรับผู้ป่วยสีเหลือง หรือสีแสดได้ และพูดคุยเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ พวกเขาต้องได้รับค่าเสี่ยงภัยมั้ย ผอ.และอาจารย์ยืนยันว่าควรได้รับแน่นอน แต่ถ้าเป็นผู้บริหารให้รอยยิ้ม คงไม่เอา?

นพ.สุขสันต์ : (หัวเราะ) ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม หมายถึงว่าคงให้กำลังใจในทุกมิติ  ยังไงค่าตอบแทนที่เบิกได้ตามระเบียบข้าราชการก็ให้เต็มที่เลย และมีเรื่องสวัสดิการอื่นๆ เราพยายามจัดสรรให้ เวลามาอยู่เวร เรามีอาหาร มีสนับสนุนทุกอย่างที่ต้องการ

เมื่อวานมีคลิปนึงหลุดออกมา มีบุคลากรทางการแพทย์ไปรับผู้ป่วยโควิด ช่วยกันเข็น ปรากฎว่ามีพนักงานขับรถคนนึงเข็นรถ เป็นผู้ชายคนเดียว รองรับน้ำหนักไม่ไหวและแดดมันร้อน จนล้มฟุบไป ตรงนั้นเอง คนไปด้วยกัน มีแพทย์หญิงท่านนึง คือ "พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร" อยู่ในที่เกิดเหตุ พยายามช่วยผู้ป่วยก่อน เข็นไปอยู่ที่ร่ม และมาช่วยพนักงานที่ใส่ชุด PPE หลายคนบอกว่าเป็นฮีโร่แต่แกบอกว่าไม่ได้มองอย่างนั้น ตอนนี้อยู่ในสาย ตกลงคนที่เป็นลมล้มฟุบไป ยืนยันว่าเป็นพนักงานขับรถ?

พญ.นิษฐา : ใช่ค่ะ เป็นน้องที่ขับรถรถแอมบูแลนซ์มาส่ง พอจอดเสร็จเขาต้องมารับคนไข้

ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง กรณีโควิดที่คุณหมออยู่?

พญ.นิษฐา : ก็อ่วม หนักหนามากอยู่ค่ะะ เป็นเคสสีส้ม สีแดง สีแสดเยอะมาก เคสนี้ต้องดูแลกันนาน ต้องใช้บุคลากรเพิ่มเยอะมาก ก็ตึงมือมากแล้วค่ะ

ไหวมั้ย เหนื่อยมั้ย?

พญ.นิษฐา : เหนื่อย บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างานตอนนี้เหนื่อยทุกคนแหละค่ะ

ในฐานะเป็นคุณหมอทางเดินหายใจ คุณหมออยู่ในพื้นที่สมุทรสาคร ช่วงนั้นส่งผู้ป่วยไปรพ.เอกชัยเยอะมาก ครั้งนั้นกับครั้งนี้ ความแตกต่างตัวเชื้อของโรค ทำไมล่าสุดคนเสียชีวิตกันเยอะมาก แล้วเชื้อลงปอดเร็วขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้น?

พญ.นิษฐา : คือความรุนแรงของโรคต่างกันมากๆ ครั้งที่แล้วเคสไม่รุนแรง ลงปอดแต่เราควบคุมได้ ให้ยาแล้วตอบสนองดี แต่ครั้งนี้พอลงปอดปุ๊บ ยามันดูไม่ตอบสนองดีเท่าที่ควร โรคยังดูรุนแรงมากขึ้นอยู่ ต้องใช้ออกซิเจนกันเยอะ ส่วนหนึ่งที่คิดว่าเป็นปัจจัยด้วย คือตัวโรคเองอย่างหนึ่ง และคนไข้ที่มาหาเรา มากันค่อนข้างช้า อาจเป็นวันที่ 7 8 ของการเจ็บป่วย มันเลยทำให้เราเหลือพื้นที่หรือเวลารักษาเขาน้อยมากๆ ก็เลยทำให้เราช่วยชีวิตเขาได้ยากขึ้น ทำให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทุกวัน

คำว่ามาถึงช้า ช้าในลักษณะที่หนึ่ง คนป่วยไม่รู้ตัวเองเป็นโควิด สองได้รับการตรวจช้า หรือสามไม่มีรถพาไปส่งทำให้ช้า?

พญ.นิษฐา : ต้องเรียนตรงๆ ว่าอาจเป็นทั้งสามส่วน เพราะหมอดูเองมีตั้่งแต่คนที่ไม่คิดว่าเขาเป็น แต่จริงๆ เขาเป็น  มาหาช้า พอเรารับมาก็เป็นเยอะแล้ว บางคนคิดว่าเขาต้องมีปัจจัยเสี่ยงชัดๆ มันถึงจะมีความเสี่ยง แต่จริงๆ ตอนนี้ความเสี่ยงมีอยู่เยอะมาก แม้แต่เขาเดินออกนอกบ้านก็คือความเสี่ยงแล้ว แต่คนไม่เข้าใจตรงนี้ เขาก็ไม่คิดว่าเขาเป็นความเสี่ยง เขาเลยไปหาการรักษา ไปตรวจช้า พอตรวจช้าก็รักษาช้า หรือตอนนี้มีคนที่ตรวจรอเตียงอยู่ที่บ้านก็มีอยู่ ก็หลายปัจจัยค่ะ

มองว่าต้องทำอย่างไร ทุกอย่างถึงไปตามรูปตามรอยของมัน?

พญ.นิษฐา : ตอนนี้ต้องหยุดเคสใหม่ให้ได้เร็วที่สุด เคสที่เกิดขึ้นแล้วก็เต็มมือมากๆ ถ้ามีเคสใหม่มาอีก เคสที่รุนแรงก็มีมากตามลำดับอยู่แล้ว สเต็ปแรกต้องหยุดการเกิดเคสใหม่ให้ได้ ออกจากบ้านให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ทุกคนต้องระวังตัว ถึงแม้อยู่ในบ้าน คนกันเอง ก็ควรอยู่กันแบบแยกๆ เพราะตอนนี้ยังเห็นกลับมาบ้านก็กินข้าวด้วยกัน เพราะคิดว่าปลอดภัย สุดท้ายก็ติดทั้งบ้าน ส่วนเคสที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็ได้แต่พยายามเพิ่มศักยภาพ สถานพยาบาล อุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามี เพื่อรองรับเคสเหล่านั้น

ตอนนี้มีประชาชนส่วนใหญ่ส่งกำลังใจบอกว่าควรมีค่าเสี่ยงภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ มองยังไงบ้าง?

พญ.นิษฐา : อาจไม่ได้เป็นตัวแทนในทุกๆ คน ในความคิดของหมอ มองว่าด้วยวิชาชีพของพวกเราที่ต้องมาทำงานกัน เรายินดีทำแหละ เรารู้ความเสี่ยงของโรคมันมีอยู่แล้ว แต่ขอความเข้าอกเข้าใจพวกเราว่าเราทำงานกันสุดๆ แล้วจริงๆ อย่าว่า อย่าด่าอะไรพวกเราเยอะ (หัวเราะ) ก็ดีใจมากแล้ว พวกเราทุกคนมองเห็นเพื่อนเหนื่อยกันเอง เราก็ย่อมอยู่เฉยกันไม่ได้ เราก็ต้องยื่นมือมาช่วยเท่าที่เราจะทำได้ อะไรฟังแล้วไม่สบายใจ ระคายหู เราก็ช่างๆ มันไป เราช่วยคนไข้ที่อยู่ตรงหน้าเรา ส่วนเม็ดเงินคงเป็นเรื่่องน้ำใจ ถ้าได้ก็คงดี เพราะมันคือได้เงิน แต่ถามว่าเป็นปัจจัยหลักมั้ย มันไม่ใช่ปัจจัยหลักของพวกเราอยู่แล้ว

ตอนนี้อยากได้อะไรมากที่สุด หรืออะไรที่ขาดแคลน?

พญ.นิษฐา : ตอนนี้อยากได้บุคลากรเพิ่มแต่คงเป็นไปไม่ได้ งั้นก็ขอเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคนไข้หนัก เพราะอุปกรณ์ออกซิเจน high flow ถือว่าหาซื้อยากมาก มันเริ่มไม่มีแล้ว

คุณหมอพูดมาคำนึง คำว่ายาไม่ตอบสนอง คืออะไร?

นพ.พฤหัส : ผมว่าคงมีหลายปัจจัยที่ทำให้ครั้งนี้อาการเมื่อได้รับยาแล้วไม่ดีขึ้นรวดเร็วเหมือนเมื่อก่อน อาจเป็นเรื่องสายพันธุ์เชื้่อที่เปลี่ยนไป สองการมารพ. ที่ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ถ้าผู้ป่วยมาเร็วตรวจเจอ เราสามารถนำมานอนในรพ.ดูแลและให้ยาเบื้องต้น ก็ค่อนข้างตอบสนองได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีบางส่วนที่อยู่ที่บ้าน ไม่ยอมมารพ.ตั้งแต่เบื้องต้น ก็ทำให้การดูแลรักษามีความยุ่งยากและซับซ้อนขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีตัวเลือกอื่นๆ ในการให้การดูแล ในช่วงโควิดนี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าในส่วนยาหลักฟาวิพิราเวียร์ ก็เริ่มมีการให้เร็วขึ้นอยู่แล้ว ปริมาณเคสน่าจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ว่าตอบสนองหรือไม่ เมื่อปริมาณเคสที่เยอะขึ้น ประกอบกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำกัด ก็ทำให้เรื่องการดูแลรักษามีความยุ่งยากและไม่ทั่วถึงได้ อันนี้ก็ต้องยอมรับ

ได้ยินข่าวว่ายาฟาวิพิราเวียร์ต้องเป็นคนมีเงินถึงจะได้ จริงมั้ย?

นพ.พฤหัส : ไม่จริง ปฏิเสธเลย เพราะทางภาครัฐเอง อย. ได้สั่งมาเมื่อวันจันทร์ประมาณ 2 ล้านเม็ด ตอนนี้ในรพ.เองก็ได้รับการจัดสรรเพียงพอ จ.ปทุมธานีเท่าที่เช็กดูไม่ว่าจะธรรมศาสตร์ หรือตัวจังหวัดปทุมธานี อำเภอต่างๆ ก็เข้าถึงยาตัวนี้ได้ ซึ่งมีผู้ป่วยบวกวันละ 50 รายก็จัดการได้อยู่ เข้าใจว่าตรงนี้ถือว่าเพียงพอ

พอจะมีบุคลากรทางการแพทย์เสริมเข้าไปมั้ย เพราะกักตัวไปเยอะเหมือนกัน?

นพ.สุขสันต์ : ต้องยอมรับว่าเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วนมีความตึงมือจริงๆ ไม่ว่าจะภาคส่วนกรุงเทพฯ กรมการแพทย์ เครือข่ายเหล่าทหาร หรือภาคสมาคมรพ.เอกชนตึงมือจริงๆ เราเคยคิดว่าจะมีบุคลากรช่วยระหว่างกัน แต่สุดท้ายต้องช่วยตัวเองก่อนเพราะตึงมือ เรามีแนวคิดจะทำเรื่องขอจิตอาสา ถือโอกาสเชิญชวนเลย สำหรับแพทย์พยาบาลที่เกษียณอายุ แต่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แล้วมีจิตอาสาก็อาจช่วยกันไปได้ทุกเครือข่าย แจ้งความจำนงค์ในการเป็นจิตอาสาดูแลผู้ป่วย ส่วนเครื่องมือทางการแพทย์ เราจะพัฒนาหอผู้ป่วยเป็น SEMI ICU รวม ตรงนี้เครื่องมือที่สำคัญจะดักเอาไว้ไม่ให้ผู้ป่วยเป็นหนักจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ คือเครื่องให้ออกซิเจน high flow ตรงนี้เริ่มขาดแคลน ถ้าเป็นไปได้จะรีบจัดสรรให้พอเพียงกับผู้ป่วยที่มากขึ้น อย่างที่อาจารย์บอกว่าถ้าเราให้ยาให้การรักษาที่เร็วขึ้น โอกาสเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดงจะช้าลง จะน้อยลง ก็ฝากไว้ตรงนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top