วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564
วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงการเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ว่า ภายหลังจากที่ ศธ. ประกาศเลื่อนการเปิดเทอม จากวันที่ 17 พ.ค. ออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564 ศธ.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เตรียมความพร้อมรับเปิดเทอมไว้เป็น 2 ช่วง โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 มิ.ย. เป็นช่วงเวลาที่เด็กยังไม่ได้ไปโรงเรียน ศธ.มีความเป็นห่วงผู้ปกครองที่อาจจะกังวลว่าในช่วงนั้นลูกหลานอาจจะต้องมีกิจกรรมอะไรทำ ประกอบกับศธ.คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ๆ เนื่องจากช่วงนี้สถานการณ์ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังไม่ปกติ ดังนั้น ขบวนการเรียนรู้จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในวันนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าในช่วง 11 วัน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 มิ.ย. จะมีกิจกรรมให้กับนักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ๆแรก เป็นกลุ่มออนไลน์ สำหรับเด็กที่มีความพร้อมและสามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ ส่วนกลุ่ม 2 ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้(ออฟไลน์) ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารองค์กรหลัก ได้รวมตัวกันที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ โดยทุกหน่วยงานจะจัดส่งข้อมูลกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและช่วงชั้นของนักเรียนมาไว้ในเวบกลาง เพื่อเป็นข้อมูลสื่อสารหรือแหล่งองค์ความรู้และทักษะชีวิตให้กับผู้เรียน
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ ก็ให้ผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษาธิการจังหวัด สอบถามกับทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.)จังหวัด พิจารณาว่ากิจกรรมใดที่เด็กๆสามารถทำได้บ้าง ก็ให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมทางเลือกที่เหมาะสมให้กับนักเรียน ซึ่งขณะนี้ ศธ.ก็ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ที่จะนำติวเตอร์ที่มีชื่อเสียง และผู้ที่มีชื่อเสียงทางการสอนศิลปะเข้ามาช่วยให้ความรู้กับเยาวชน ส่วนทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็จะมาช่วยส่งเสริมความรู้ด้านอาชีพให้กับผู้ปกครองและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทั้งนี้ กิจกรรมที่จะจัดขึ้นให้เด็กทั้งกลุ่มออนไลน์และกลุ่มออฟไลน์ ศธ.ไม่ได้บังคับว่าทุกโรงเรียนจะต้องทำ เพราะศธ.คำนึงถึงความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่และการเข้าถึงเป็นสำคัญ
“อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ จะแถลงรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆนี้อีกครั้ง และในวันที่ 12 พ.ค. จะประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับครูทุกสังกัดทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางรองรับการเปิดเทอมด้วย” รมว.ศธ. กล่าว
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเชื้อโควิดจะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน แต่เราต้องเตรียมความพร้อมโดยเป้าหมายคือผู้เรียนที่จะต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ แต่เราจะทำอย่างไรให้เรียนอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจ และสังคมเกิดความเชื่อมั่นว่า ทางโรงเรียนจะสามรรถดูแลลูกหลานได้ โดย สพฐ.ได้เตรียมคุณครูให้สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องมือ และมีการสำรวจความพร้อมของนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดความเคลียด เนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมาสพฐ.ได้รับบทเรียนว่าทางโรงเรียนจัดเรียนออนไลน์เหมือนกันทุกโรงเรียน แต่บางพื้นที่เด็กไม่พร้อมได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ ดังนั้นในปีนี้ รมว.ศธ. ให้ สพฐ.จะสำรวจความพร้อมของนักเรียนเป็นที่ตั้งก่อนว่า เด็กแต่ละพื้นที่มีความพร้อมจะเรียนแบบใดบ้างใน 5 ช่องทาง ถ้าเรียนออนไซต์ได้ ก็ให้มาเรียนที่โรงเรียน ถ้าพร้อมเรียนออนไลน์ก็จะจัดให้เรียนออนไลน์ และจากข้อมูลการสำรวจ พบว่า 50% มีความต้องการเรียนที่โรงเรียน และเป็นพื้นที่สีขาว ส่วนพื้นที่ที่เรียนออนไซต์(เรียนที่โรงเรียน)ไม่ได้ ก็ดูว่าใครเรียนออนไลน์ได้ และใครเรียนออนแอร์ หรือถ้าใครเรียนออนไลน์ และออนแอร์ไม่ได้ก็ให้เรียนออนดีมานด์ หรือเรียนออนแฮนด์ ดังนั้นในแต่ละรูปแบบคุณครูก็จะจัดการเรียนให้ตามความเหมาะสม และวิธีการที่คุณครูเข้าถึงกับนักเรียน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นที่ตั้ง
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นกระแสความห่วงใยของผู้ปกครองของนักเรียนในช่วง 11 วันก่อนเปิดเทอม สพฐ.ก็จะเน้นให้นักเรียนได้มีกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ทั้งผ่านทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นทางเลือก โดยเน้นปลอดโรค ปลอดภัย เป็นหลัก นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าในวันที่ 1 มิ.ย.เป็นวันเปิดเทอม นักเรียนทุกคนจะมีที่เรียน ดังนั้น ภายหลังประกาศการรับนักเรียนแล้ว หากเด็กคนใดสอบไม่ได้ และยังไม่มีที่เรียน สพฐ.จึงเตรียมร้องรับโดยมอบให้เขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางเพื่อจัดหาที่เรียนให้กับนักเรียนทุกคนให้มีที่เรียน
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.)กล่าวว่า รมว.ศธ.ก็ได้มอบนโยบายให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ดำเนินการทั้งกลุ่มออนไลน์และกลุ่มออฟไลน์ ให้กับผู้เรียน และมอบหมายให้ สอศ. ไปดำเนินการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยทาง สอศ. จะดำเนินการในเรื่องการอบรมเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ซึ่งในการประชุมวันที่ 11 พ.ค. นี้ ตนจะนำเสนอในรายละเอียดต่อไป
วันที่ 9 มิถุนายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (
“ตรีนุช” เผยวันนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดศธ.เข้าฉีดวัคซีนวันนี้ 5,352 วันถัดไปตั้งเป้าให้ฉีดวันละ5,000 คน
วันที่ 4 มิถุนายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนาม คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่สป 389/2564 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกกระทรวงศึ
วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) และคณะ เดินทางยื่นหนังสือ
วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้า
คณะรัฐมนตรี รับทราบปรับร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ใน 3 ประเด็น นายกฯ หนุนวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง “ตรีนุช” เดินหน้าทำกฎหมายลู
วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือกับเครือข่ายองค์กรครูไทย (ค.อ.ท.) และตัวแทนองค์กรครูท
“ตรีนุช” ปลื้มปิติ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” พระราชทานอนุญาตให้เผยแพร่สื่อ 65 พรรษาฯ ชั้น ม.1-ม.3 ในคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สพฐ. พร้อ
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี