542.jpg
ช่องแคบฮอร์มุซยังวุ่น อิหร่าน-โอมาน ถกเครียด ปมเก็บค่าผ่านทาง

ช่องแคบฮอร์มุซยังวุ่น อิหร่าน-โอมาน ถกเครียด ปมเก็บค่าผ่านทาง

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน จะเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราว 60 วันและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับส่อแววตึงเครียดรอบใหม่ เมื่ออิหร่านประกาศชัดเจนว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปสู่สภาวะปกติเหมือนช่วงก่อนสงครามอีกต่อไป"

ล่าสุด นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านได้พยายามผลักดันการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับโอมานเพื่อศึกษาและเตรียมเรียกเก็บ "ค่าธรรมเนียมบริการทางทะเล" (Maritime Service Fees) หรือค่าผ่านทางสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่ามาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทันทีหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาเว้นการเรียกเก็บภาษี 60 วันตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ


อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวของเตหะรานต้องเผชิญกับแรงต้านทันทีจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของน่านน้ำร่วม โดย นายบัดร์ อัลบูไซดี (Badr Albusaidi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน ได้ออกมาแถลงจุดยืนอย่างเป็นทางการเพื่อสยบความตึงเครียด โดยย้ำชัดเจนว่า "โอมานขอคัดค้านอย่างถึงที่สุดต่อการเรียกเก็บภาษีหรือค่าผ่านทาง (Tolls/Transit Fees) ใดๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ" เนื่องจากขัดต่อกฎหมายน่านน้ำสากลและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานเปิดเผยว่า โอมานยังคงเปิดกว้างเฉพาะการหารือเกี่ยวกับ "ค่าบริการจัดการทางทะเล" (Maritime Service Charges) เท่านั้น ซึ่งจะต้องเป็นกรอบค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลเพื่อนำมาใช้ในการดูแลความปลอดภัยของการเดินเรือและการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเลร่วมกัน ไม่ใช่การเก็บค่าผ่านทางเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าหรือการเมือง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเตหะราน ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการ "ติดอาวุธให้ภูมิศาสตร์" (Weaponizing Geography) เพื่อใช้ช่องแคบที่ควบคุมการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 5 ของโลกเป็นข้อต่อรองทางการเมืองและเศรษฐกิจกับชาติตะวันตก ท่ามกลางคำเตือนจาก อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่า วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้กำลังจุดชนวน "มารดาแห่งวิกฤตพลังงาน" (Mother of all energy shocks) ซึ่งจะไม่ใช่แค่ปัญหาราคาน้ำมันแพงเท่านั้น แต่จะลามไปสู่ช็อกทางเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาหนี้สิน สินค้าอุปโภคบริโภค และความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องพึ่งพาพลังงานผ่านเส้นทางนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top