546.jpg
ระงับ3ชาติเข้าไทย  ปากีสถาน -บังกลาเทศ-เนปาล ป้องกันเชื้อโควิดอินเดีย

ระงับ3ชาติเข้าไทย ปากีสถาน -บังกลาเทศ-เนปาล ป้องกันเชื้อโควิดอินเดีย

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ระงับ3ชาติเข้าไทย

ปากีสถาน -บังกลาเทศ-เนปาล

ป้องกันเชื้อโควิดอินเดีย

คาดมะกันดับเกิน9แสน

กระทรวงการต่างประเทศ สั่งระงับ 3 ประเทศเข้าไทย สกัดโควิดอินเดียกลายพันธุ์ลามเข้าประเทศ แพทย์สหรัฐฯชี้ยอดตายจากโควิดชาวอเมริกันสูงกว่ารายงานของภาครัฐ คาดมากกว่า 9 แสนคนแล้ว ด้านศรีลังกา สุดสะพรึง พบโควิดระบาด 6 สายพันธุ์ ส่วนชาวบังคลาเทศ แห่กลับบ้านฉลอง‘อีดิลฟิตรี’ ไม่กลัวไวรัสร้าย ขณะที่อียิปต์ เตรียมผลิตวัคซีนซิโนแวคของจีน 2 ล้านโดสภายในเดือนมิถุนายนนี้

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 (ศปก.ศบค.) ได้มีการหารือเกี่ยวกับการพบโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.617.1 ซึ่งถูกพบครั้งแรกที่ประเทศอินเดียในผู้เดินทางจากประเทศปากีสถาน ที่ประชุมขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาระงับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (ซีโออี) ให้ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศที่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียจำนวนมาก ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ แจ้งว่าจะระงับการออกซีโออีให้ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศปากีสถาน บังกลาเทศ และเนปาล ตั้งแต่วันนี้


“มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงที่ต้องระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียเข้าประเทศ และเป็นมาตรการสำหรับชาวต่างชาติทุกสัญชาติที่มาจาก 3 ประเทศดังกล่าว แต่ไม่ได้ห้ามคนไทย ดังนั้น คนไทยยังสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้”นายธานี กล่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และสถานกงสุลใหญ่ในอินเดีย ระงับการออกเอกสาร COE ให้กับชาวอินเดียชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.

มาตรดังกล่าวถือเป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงที่ต้องระวังเชื้อกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกที่อินเดียเข้าประเทศ หลังจาก ศบค. ได้แสดงความเป็นห่วงหลังพบสายพันธุ์ Indian various ครั้งแรกในประเทศไทยจากหญิงไทย อายุ 42 ตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์มีภูมิลำเนาก่อนหน้านี้อยู่ที่ปากีสถาน เดินทางมาถึงไทยตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2554 โดยมีการแวะพักเครื่องที่มุมไบ อินเดีย เดินทางมาพร้อมบุตรชาย 3 คนอายุ 4 ปี 6 ปีและ 8 ปี เมื่อเดินทางมาตามระบบก็ถูกจัดสรรให้อยู่ใน state quarantine โดยอาศัยร่มกับบุตรชายอายุ 4 ขวบ พบว่า 26 เมษายนมีการตรวจภูมิประเทศที่ 1 และบุตรอายุ 4 ปียืนยันติดเชื้อ และลูกชายอีก 2 คนเป็นผลลบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นพ.แอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาระดับสูงด้านโรคระบาดของสหรัฐอเมริกา กล่าวยอมรับว่า สหรัฐฯ ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งการนับจำนวนการเสียชีวิตต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ เอเอฟพีรายงานว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสSARS-CoV-2 มีมากกว่า 581,000 คน แต่ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตันเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเมินยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ว่ามีมากกว่า 900,000 คน

อย่างไรก็ดี นพ.เฟาซี ให้สัมภาษณ์กับรายการ ‘Meet The Press’ สถานีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ตัวเลขประเมินนี้มากกว่าตัวเลขที่นับต่ำกว่าความจริงที่เขาคิด ถึงกระนั้นก็ยอมรับว่าสหรัฐฯ นับยอดต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

จากตัวเลขที่รายงานอย่างเป็นทางการถึงขณะนี้สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 32.6 ล้านคน สหรัฐฯ ต่อสู้กับจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปลายปีที่แล้ว นับจากเดือนมกราคม จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นมาก

ด้าน เจฟฟรีย์ ไซเอนต์ส ผู้ประสานงานด้านโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวกับรายการ ‘State of the Union’ของสถานีซีเอ็นเอ็นว่าสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อโดยมีชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 58% ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1โดส และชาวอเมริกันมากกว่า 110 ล้านคนที่ได้ฉีดวัคซีนครบแล้ว

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจไบเดน ต้องการให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ 70% ในสหรัฐฯ ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1โดสก่อนเทศกาลวันหยุดยาวฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคมนี้ แต่อัตราการฉีดวัคซีนที่พุ่งสูงสุดในเดือนเมษายนชะลอตัวลงแล้ว ซึ่งทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของประชากรชะลอตามไปด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง, มลรัฐ และระดับท้องถิ่น ได้ร่วมกับบริษัทยา, ร้านอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต และทีมกีฬาต่างๆ หาวิธีจูงใจให้ผู้คนฉีดวัคซีน เช่นรัฐนิวเจอร์ซีย์ ทำโครงการ ‘ฉีดแลกเบียร์’ ส่วนรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประกาศว่า รัฐจะให้พันธบัตรออมทรัพย์ 100 ดอลลาร์ แก่คนอายุ 16-35 ปีที่มาฉีดวัคซีน

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของศรีลังกาว่าศรีลังกาตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น 6 สายพันธุ์แล้ว รวมถึงสายพันธุ์บี.1.617 ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกในอินเดียโดยภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยาและอณูเวชศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีชยวรรธนปุระ

สำหรับจดหมายที่ลงนามโดย ศาสตราจารย์นีลิกา มาลาวิก และ ดร.จันทิมา จีวรรณดารา หัวหน้าภาควิชาภูมิคุ้มกันฯ ระบุว่าเชื้อไวรัสทั้ง 6 สายพันธุ์ ถูกตรวจพบในตัวอย่างสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยหลายรายที่รวบรวมได้ถึงวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ส่วนคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ชี้ว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์บี.1.617 ถูกตรวจพบในผู้ที่เดินทางกลับจากอินเดียและอยู่ในศูนย์กักกันในกรุงโคลัมโบ

ขณะที่ น.ส.พ.ซันเดีย์มอร์นิ่ง อ้างอิงคำพูดของ ดร.จีวรรณดารา ว่ามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์บี.1.351 ซึ่งพบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร รวมทั้งสิ้น 65คน รวมถึงผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์บี.1.1.7 ซึ่งพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ 1คน อย่างไรก็ดี ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ระบุว่าศรีลังกาตรวจพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั้งสิ้น 123,000 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 786 คน

ส่วนที่ ประเทศบังคลาเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวบังคลาเทศต่างแห่ขึ้นเรือรับส่งในเขตมุนสีคัญชะ ชานกรุงธากา เมืองหลวงของบังคลาเทศ ซึ่งฝูงชนพากันเดินทางอย่างแน่นขนัดเพื่อกลับไปยังภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรี แม้ว่ารัฐบาลจะเรียกร้องให้ระงับการเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ตาม

ด้านนายฮาลา ซาเยด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอียิปต์ เปิดเผยว่าอียิปต์จะเริ่มผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของซิโนแวคจากจีน ภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยที่กรุงไคโร วัคซีนรวม 2 ล้านโดส จะเริ่มผลิตที่โรงงานของบริษัท ผลิตภัณฑ์ชีวภาพและวัคซีนแห่งอียิปต์ ด้วยวัตถุดิบที่ได้รับในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ โดยจะมีการผลิตวัคซีนได้ 40 ล้านโดสในปีแรก

ทั้งนี้ ซิโนแวคและบริษัทฯ ได้ลงนามข้อตกลง 2 ฉบับเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยข้อตกลงฉบับแรกช่วยให้อียิปต์ได้รับทักษะความรู้และความช่วยเหลือทางเทคนิคในการผลิตวัคซีน ส่วนข้อตกลงฉบับที่ 2 ช่วยให้บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตผลิตและบรรจุวัคซีนในโรงงานของตนซึ่งวัคซีนของซิโนแวคที่ผลิตในอียิปต์จะมีชื่อว่า ‘ซิโนแวค-แวคเซรา’

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top