546.jpg
รัฐเผยมิ.ย.‘แอสตราฯ’มาอีก 6 ล้านโดส ย้ำห้าม‘รพ.เอกชน’เก็บค่ารักษาเด็ดขาด

รัฐเผยมิ.ย.‘แอสตราฯ’มาอีก 6 ล้านโดส ย้ำห้าม‘รพ.เอกชน’เก็บค่ารักษาเด็ดขาด

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.31 น.

“โฆษกรัฐบาล” ย้ำประชาชนได้รับผลข้างเคียงจากฉีดวัคซีน ยื่นขอรับเงินชดเชยจาก สปสช.ได้ ย้ำ “รพ.เอกชน” ห้ามเก็บเงินจากผู้ป่วย ฝ่าฝืนถูกดำเนินคดีแน่ เผยไทม์ไลน์วัคซีน มิ.ย. “แอสตราฯ” เข้ามาอีก 6 ล้านโดส จากนั้นแต่ละเดือนได้รับเพิ่มอย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดสต่อเนื่อง

12 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้(11 พฤษภาคม 2564) ได้พูดถึงการฉีดวัคซีนว่าจะมีการฉีดให้กับกลุ่มอื่นๆเพิ่มเติม โดยได้ประสานกับภาคเอกชนทั้งหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมไทย และสมาคมองค์กรอื่นๆเพื่อเตรียมให้คนที่ทำงานที่มีความเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางบ่อย หรือกลุ่มคนทำงานผู้ที่ต้องพบปะผู้คนมากๆ เช่น พนักงานส่งของ พนักงานขับรถสาธารณะ พนักงานร้านสะดวกซื้อ ผู้ให้บริการในร้านอาหารพนักงานในภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม เป็นต้น 


นายอนุชา กล่าวว่า ในเดือนมิถุนายน จะปูพรมระดมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้มาก ซึ่งจะเปิดให้องค์กรต่างๆจัดสรรพนักงานที่มีความเสี่ยงทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีน ในส่วนของกรุงเทพฯจะมีการจัดตั้ง 14 ศูนย์พร้อมที่จะให้บริการในเดือนมิถุนายน ให้กับคนไทยที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ศูนย์ในเร็วๆนี้ สิ่งสำคัญคือจะมีการเร่งฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มคนทำงานที่มีความเสี่ยงนอกเหนือจากผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง เพื่อลดการแพร่ระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดหาวัคซีนจะมีเข้ามาอีกในเดือนพฤษภาคม ของบริษัท ซิโนแวค จำนวน 3.5 ล้านโดส โดยในวันที่ 6 พฤษภาคม 1 ล้านโดส วันที่ 14 พฤษภาคม 5 แสนโดส และสิ้นเดือนพฤษภาคม อีก 2 ล้านโดส ส่วนในเดือนมิถุนายน อีก 6 ล้านโดส ของบริษัท แอสตราเซเนกา จากนั้นในแต่ละเดือนจะได้รับเพิ่มเติมอย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดสอย่างต่อเนื่องและยังมีการเจรจากับผู้ผลิตรายอื่นไม่ว่าจะเป็นของไฟเซอร์ สปุตนิกวี หรือจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โดยรัฐบาลตั้งเป้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากเดิมตั้งเป้าไว้ให้ได้ 100 โดส ตอนนี้มีความตั้งใจจะจัดหามาให้ครบ 150 โดส ภายในปี2564 ขณะที่การรักษาประชาชนผู้ที่ติดเชื้อ โควิด-19 รัฐบาลให้ความมั่นใจว่าจะดูแลทุกท่านโดยในเรื่องค่าใช้จ่ายจะไม่ให้โรงพยาบาลเรียกเก็บกับผู้ติดเชื้อ 

นายอนุชา กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลค่ารักษาพยาบาลออกค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนทุกคนตั้งแต่การตรวจคัดกรอง กลุ่มเสี่ยง การรับวัคซีน การชดเชยกรณีได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนและการรักษาพยาบาล ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนด้วย หรืออุดหนุนค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเอกชนดำเนินการอยู่ โดยเพิ่มให้อีกร้อยละ 25 เปอร์เซ็นต์ ในทุกรายการที่สามารถเบิกจ่ายได้และหากมีประกันส่วนบุคคลโรงพยาบาลจะเรียกเก็บกับส่วนของบุคคลก่อน แต่ที่เหลือจะให้เรียกเก็บกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

“ขอย้ำว่าห้ามโรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนเป็นอันขาด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ส่วนหากฉีดวัคซีนแล้วได้รับผลกระทบเสียหายบาดเจ็บ มีผลข้างเคียงต่างๆหรือเสียชีวิต สามารถยื่นขอรับเงินได้จาก สปสช.ด้วย” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา ระบุว่า ส่วนความคืบหน้าโรงพยาบาลบุษราคัม เมืองทองธานีนั้น มีจำนวนเตียง 1,092 เตียง และสามารถขยายในเฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 ได้อีก 1,000 กว่าเตียง แต่หากมีความจำเป็นสามารถขยายเตียงได้มากอีกถึง 5,000 เตียง เพื่อช่วยลดปริมาณผู้ป่วยติดเชื้อที่อยู่ในกลุ่มสีเขียวในกรุงเทพฯและปริมณฑล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top