วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
14 พฤษภาคม 2564 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของจังหวัดพัทลุงยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวัน โดยล่าสุดวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดว่า จากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการรายใหม่ จำนวน 196 ราย พบว่ามีผู้ติดเชื้อ จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย อ.เมืองพัทลุง 1 ราย อ.ป่าพะยอม 3 ราย และ อ.ปากพะยูน 2 ราย ทำให้ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นี้ จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยสะสมของเชื้อโตวิด-19 รวมทั้งสิ้น 377 ราย เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเป็นหญิงอายุ 24 ปี ชาว อ.ควนขนุน และชายอายุ 93 ปี ชาวอำเภอป่าบอน
มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้เสียชีวิตอีก 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 3 โดยเป็นผู้ป่วยเป็นชาย อายุ 64 ปี เป็นความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง ภูมิลำเนาเป็นชาว ต.ลำปำ อ เมืองพัทลุง มารักษาที่รพ พัทลุงด้วยภาวะ ไข้สูง ไอ เหนื่อยหอบ ผลเอกซเรย์ปอด มีภาวะปอดอักเสบร่วมกับ การติดเชื้อโควิด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ทางคณะแพทย์ พยาบาล ของ รพ.พัทลุงได้ให้การรักษาตามแผนการรักษา ได้ยาต้านไวรัส Favipiravia ครบตามเวลา10 วัน อาการดีขึ้น ไข้ลดลง แต่เนื่องจากสภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ต้องช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจชนิด hi flow สลับกับการให้ออกซิเจนทางหน้ากาก มาตลอด ไม่สามารถถอดออกซิเจนได้ ซึ่งตลอดเวลาที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลพัทลุงนั้น ทางโรงพยาบาลได้ผลเอกซเรย์ปอดครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และอาการดูดีขึ้น ก่อนเสียชีวิตผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยรุนแรง มีการตรวจคลื่นหัวใจ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำในปอด ซึ่งสัมพันธ์กับการติดเชื้อโควิด -19 ชนิดมีอาการรุนแรงและหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในเวลาต่อมา ทาง แพทย์ และทีมปั้มหัวใจขึ้นมาได้ในตอนแรกพร้อมประสานวางแผนทำ CT scan ดูหลอดเลือดในปอดและประสานส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา .เพื่อรักษาภาวะนี้ แต่ผู้ป่วย มีภาวะหัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง ทีมแพทย์ พยาบาล ได้ช่วยกันฟื้นคืนชีพอีกรอบแต่ไม่สำเร็จผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด
สำหรับบรรยากาศภายในวัดคลองขุด ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำพิธีฌาปนกิจศพ เป็นไปอย่างโศกเศร้าและเงียบเหงา มีบรรดาญาติๆเข้าร่วมประมาณ 30 คน มีการสวดพระอภิธรรมก่อนนำศพขึ้นสู่เมรุ ภายในวัดไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาล ไม่มี อสม. ไม่มีการวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้เข้าร่วมงาน มีเพียงขวดเจลล้างมือเพียง 1 ขวด ที่ทางวัดวางไว้บนเก้าอี้เพื่อล้างทำความสะอาดมือเท่านั้น
พระอธิการจรัญ ชาตาสโภ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเขาชัยสน เจ้าอาวาสวัดคลองขุดฉุนจัด กล่าวถึงการบริการของทางหน่วยงานของรัฐที่มีต่อศพที่เสียชีวิตจากติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ว่าจากประชุมร่วมกับคณะสงฆ์และหน่วยงานของรัฐ มติในที่ประชุมทางรัฐต้องรับผิดชอบกับศพผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทุกประการ แต่เมื่อมาเจอเหตุด้วยตัวเองจึงทราบว่ามันไม่เป็นไปตามมติในที่ประชุม
ทางญาติต้องเสียค่าหีบศพรวมค่าขนส่ง 16,000 บาท ซึ่งทางโรงพยาบาลจัดหารถกระบะบรรทุกศพให้ แต่ทางญาติต้องหาผู้ขับขี่เอง จึงทำให้การเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลล่าช้า ทั้งๆที่เสียชีวิตตั้งเวลา 13.40น. แต่ได้เคลื่อนศพออกได้ประมาณ 20.30 น.ส่วนผู้ที่จัดการพิธีเผาได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุงเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ทางผู้ว่าฯพูดให้ตัวเองดูดี พูดให้จังหวัดดูดี แต่สุดท้ายมักจะอ้างว่า “ยังไม่ได้รับรายงาน”
ทางด้านพระครูอุดมสุวรรณสถิต เจ้าคณะอำเภอเขาชัยสนกล่าวถึงมติในที่ประชุมว่าในส่วนทางคะสงฆ์ได้จัดตั้งศูนย์สาธารณภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโรคโควิด 19 โดยมีเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงเป็นประธาน นอกจากนั้นก็มีรองประธาน เลขานุการ และคณะกรรมการครบถ้วน โดยที่ประชุมมีมติให้ทางวัดหนึ่งวัดใดที่มีศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้ทางวัดนั้นๆเป็นเจ้าภาพในการเผาศพ หากทางวัดไม่มีเงินก็ให้จัดหาเงินสำรองไปก่อน จากนั้นให้รายงานถึงพระสังฆราช แต่งานนี้ทางเจ้าภาพมีความพร้อมจึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่จากมติในที่ประชุมบอกว่าภายในพิธีนั้นที่สำคัญจะต้องมีทางจังหวัด อำเภอ ธารณสุขหรือ อสม.เข้ามาดูแลฉีดพ่นยา วัดอุณหภูมิ แต่ในวันนี้ไม่มี แต่ก็ไม่ได้คาดโทษอะไรกับทางราชการ แต่ขอให้ศพนี้เป็นศพตัวอย่าง ขอฝากไว้ด้วยหากมีงานศพต่อไปขอให้ทางหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการตามมติในที่ประชุมด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี