6 มิถุนายน 2564 จากกรณีคดี น.ส.วันดี ชำนาญพงศ์ อายุ 52 ปี สาวใหญ่ชาว อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เป็นเมียช่างก่อสร้างวัย 69 ปี คนหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าศาลา นอนคว่ำหน้าตายพองอืดปริศนาอยู่ในคูน้ำข้างท่อระบายน้ำ ริมถนนทางเข้าหาดทรายแก้ว หมู่ 2 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเที่ยง 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา
จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของตำรวจ สภ.ท่าศาลา และแพทย์เวรโรงพยาบาลท่าศาลา ระบุว่าสภาพศพพองอืดมาแล้ว 2 – 3 วัน ลิ้นจุกปาก แต่ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดอย่างปริศนา ก่อนนำศพ น.ส.วันดี ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อให้แพทย์นิติเวชทำการผ่าศพหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้งนั้น ซึ่งแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ระบุศพหลังผ่าชันสูตรว่าไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ท่ามกลางความกังขาของญาติและตำรวจว่า ไปนอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุได้อย่างไร
ล่าสุดช่วงสายวานนี้ ( 5 มิ.ย.64) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อนุมัติออกหมายจับที่ 170/2564 ลงวันที่ 5 มิ.ย.64 จับคนร้ายในคดีนี้คือนายวิเชียร หรือ บังเชียร ชัยเภท อายุ 54 ปี อาชีพขับรถสองแถวสายนครฯ - ท่าศาลา ซึ่งมีบ้านเช่าอยู่ติดกันบ้านเช่าผู้ตาย บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอท่าศาลา ซึ่งทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา นำกำลังพร้อมหมายจับเข้าจับกุมนายวิเชียร ได้ที่บ้านเช่า และค้นบ้านเจอหลักฐานสำคัญเป็นสร้อยข้อมือ และสร้อยคอทองคำหนักรวม 4 บาท และเงินสดอีก 1 หมื่นบาท ที่ได้จากการนำแหวนทองคำหนัก 2 สลึง ของผู้ตายโดยนายวิเชียร ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อหาว่า แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนฝ่ายหญิงช็อคตาย ก่อนนำศพทิ้งในที่เกิดเหตุแล้วปลดทองรูปพรรณหนัก 5 บาท เก็บไว้ที่บ้านเช่า จนถูกตำรวจจับ

ล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย.64 ) เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ จำปาทอง รอง ผกก.สอบสวน,พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ สุพรรณพงศ์ รอง ผกก.(สส.) และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา ได้คุมตัวนายวิเชียร ผู้ต้องหา จากห้องขัง สภ.ท่าศาลา เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดเกิดเหตุจุดแรก ณ บ้านเช่าของ น.ส.วันดี ผู้ตายและบ้านเช่าของนายวิเชียร ผู้ต้องหา ที่อยู่ติดกันบริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอท่าศาลา โดยนายวิเชียร รับสารภาพว่า ตนแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายที่มีบ้านเช่าติดกันมานานแล้ว ทั้งๆที่มีครอบครัวแล้วทั้งสองฝ่าย
ก่อนคุมตัวนายวิเชียรฯ ผู้ต้องหา ไปทำแผนชี้จุดที่เกิดเหตุในห้องเช่าของ น.ส.วันดี จน น.ส.วันดี ช็อคตาย และทำแผนจุดที่นายวิเชียรหามศพ น.ส.วันดี ขึ้นใส่ท้ายกระโปรงรถเก๋งนำศพไปทิ้ง ณ จุดที่เกิดเหตุบริเวณคูน้ำริมถนนในหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่าขึ้น ท่ามกลางญาติๆ และชาวบ้านจำนวนมากมุงดูการทำแผนด้วยความสนใจ ตำรวจต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่างจุดทำแผนเพื่อป้องกันการถูกประชาทัณฑ์ โดยใช้เวลาทำแผนทั้ง 2 จุดประมาณ 1 ชม. ก่อนนำตัวผู้ต้องหากลับมายัง สภ.ท่าศาลา เพื่อเตรียมฝากขังในวันพรุ่งนี้ ( 7มิ.ย.) ต่อไป

นายวิเชียร ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนแอบเข้าทางหลังบ้านเช่าเข้าในห้องของ น.ส.วันดี หวังพลอดรักกัน แต่ไม่ทันได้ทำอะไรกัน น.ส.วันดี เกิดอาการซ็อคตายเสียก่อน ตนตกใจทำอะไรไม่ถูกกลัวถูกเมียของตนและสามีของผู้ตายจับได้ จึงวางแผนนำศพ น.ส.วันดี ขึ้นท้ายกระโปรงรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน ขก-1072 สุราษฎร์ธานี แล้วพาศพโยนทิ้งในคูน้ำริมถนนในหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่าขึ้น ก่อนปลดสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น , สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 1 เส้น และแหวนทองคำหนัก 2 สลึง 1 วง จากตัวผู้ตาย กลับมากบดานเงียบที่ห้องเช่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และนำแหวนทองคำหนัก 2 สลึง ไปขายได้เงินมา 1.3 หมื่นบาท ใช้จ่ายไปแล้ว 3,000 บาท เหลือ 1 หมื่นบาท จึงนำเงินที่เหลือพร้อมทองรูปพรรณที่เหลืออีก 4 บาท ใส่ถุงซ่อนไว้ในห้องเช่า และกำลังเตรียมวางแผนจะหลบหนี แต่ถูกตำรวจบุกจับกุมได้เสียก่อนดังกล่าว
สำหรับประวัตินายวิเชียร ผู้ต้องหารายนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.58 ที่ผ่านมา เคยก่อคดีฆ่าชิงทรัพย์ทองรูปพรรณหนัก 3 บาท แม่บ้านร้านอาหารหมูกระทะพื้นที่อ.ท่าศาลา และนำศพไปโยนทิ้งริมถนนสายสนามบิน - อู่ตะเภา เขต อ.เมืองนครศรีธรรมราช และถูกตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมเมื่อ 12 มี.ค.58 แต่ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดีจนหลุดแล้วยึดอาชีพขับรถสองแถวสายนครฯ - ท่าศาลา เหมือนเดิม โดยเช่าบ้านกับภรรยาคนหนึ่งติดกับบ้านเช่าของผู้ตาย จนเกิดเหตุดังกล่าว และถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว นอกจากนี้สอบสวนปากคำญาติ และผลตรวจของแพทย์นิติเวช ระบุว่า น.ส.วันดี ผู้ตายป่วยโรคหัวใจโต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี