533.jpg
ผู้ว่าฯโคราช-เรือนจำวางแผนมาตรการสกัดโควิด19 ย้ำจนท.เข้มคัดกรองผู้ต้องขัง

ผู้ว่าฯโคราช-เรือนจำวางแผนมาตรการสกัดโควิด19 ย้ำจนท.เข้มคัดกรองผู้ต้องขัง

วันอังคาร ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 09.20 น.

ผู้ว่าโคราชประชุมออนไลน์ 6 ผบ.เรือนจำ วางมาตรการสกัดโควิด-19 ยันเรือนจำโคราชร่วม 2 หมื่นคนเข้มข้นล้อมรั้วไม่ให้มีผู้ติดเชื้อ มีนักรบเสื้อกาวน์เต็มชุดป้องกันเต็มที่

8 มิถุนายน 2564 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 เรือนจำกลางนครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายแพทย์สมภพ สังคุตแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา  และผู้บัญชาการเรือนจำ อีก 5 แห่ง ของจังหวัด ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว ผู้อำนวยการฑัณทสถานหญิงนครราชสีมา ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอสีคิ้ว ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอบัวใหญ่ และ ผู้อำนวยการฑัณทสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก อ.สีคิ้ว ร่วมประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้น เพื่อรายงานมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ภายในเรือนจำ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดประจำจังหวัดได้รับทราบหลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหารือการวางมาตรการสกัดเชื้อโควิด-19 สู่ผู้ต้องขัง 


ภายหลังจากการประชุม นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าไปตรวจสอบถึงมาตรการการคัดกรองในส่วนของเจ้าหน้าที่เรือนจำก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งจุดคัดกรองผู้ต้องขังใหม่ในแดนแรกรับภายในเรือนจำกลางนครราชสีมาด้วย โดยบุคลากรทางการแพทย์สวมชุดเสื้อกาวน์ป้องกันเมที่รวมทั้งการฉีกพ่นทำความสะอาดเช็คด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในการเข้าตรวจคัดกรองผู้ต้องขังทุกรายทุกเรือนจำของ จ.นครราชสีมา  

นายกอบชัย บุญอรณะ ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีเรือนจำตั้งในพื้นที่จำนวน6แห่ง ได้แก่เรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สิ้คิ้ว มีผู้ต้องขัง 4,871 คน ฑัณสถานหญิงนครราชสีมา  มีผู้ต้องขัง 2,373  คน เรือนจำอำเภอสีคิ้ว มีผู้ต้องขัง 1,416  คน เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ มีผู้ต้องขัง 1,233  คน ฑัณทสถานเกษตรอุตสาหกรรทเขาพริก อ.สีคิ้ว มีผู้ต้องขัง 5,427  คน และเรือนจำกลางนครรสชสีมา มีผู้ต้องขัง 2,853 คน ยืนยันว่าขณะนี้ภายในเรือนจำทั้ง6แห่งยังไม่พบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใดซึ่งได้เน้นย้ำให้ทุกเรือนจำควบคุม กำกับดูแล คัดกรองผู้ต้องขังทั้งผู้ต้องขังใหม่และเก่าอย่างเข้มงวด ทุกเรือนจำ ด้วยการตรวจหาเชื้อเชิงรุกผู้ต้องขังทุกคนตามมาตรการที่วางไว้ ซึ่งการติดเชื้อจากผู้ต้องขังไปสู่ผู้ต้องขังในเรือนจำนั้นไม่ค่อยจะน่าเป็นห่วง เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการงดเยี่ยมสำหรับผู้ต้องขังแล้ว แต่ที่เป็นกังวลคือการติดเชื้อจากภายนอกเข้าสู่ภายใน 

โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่เรือนจำสู่ผู้ต้องขัง ถึงแม้จะมีการสั่งห้าม จนท.ออกนอกพื้นที่เขตจังหวัดแล้วก็ตาม แต่เรือนจำแต่ละแห่ง ก็ได้มีการตรวจตรวจหาเชื้อจาก จนท. ทุก 14 วัน เพื่อความมั่นใจ พร้อมทั้งเฝ้าระวังไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงครอบครัวด้วย การคุมเข้มจากการติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ผู้ต้องขังไปโรงพยาบาล และผู้ต้องขังออกศาล ได้เพิ่มระยะเวลาในการกักตัวจากเดิม 14 วัน เป็น 21 วัน โดยต้องตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ก่อนเข้าห้องแยกกักโรค และก่อนครบระยะกักตัว  นอกจากนี้ ยังได้หาแนวทางต่างๆ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตลอดจนเน้นการไต่สวนผ่านระบบ คอนเฟอร์เร้นเพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผู้ต้องขังไปศาล รวมทั้งเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อโควิดให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง โดยขณะนี้เริ่มฉีดวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในเรือนจำส่วนใหญ่แล้ว สำหรับผู้ต้องขังจะเริ่มในกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวจนครอบคลุมผู้ต้องขังทุกราย  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top