วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
องค์การยูนิเซฟและกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ออกแนวทางการดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือมีความเสี่ยงสูงในประเทศไทย เพื่อป้องกันการถูกแยกจากครอบครัว โดยเน้นย้ำว่าการแยกผู้ติดเชื้อหรือกักตัวผู้ใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง ควรลดการแยกเด็กจากครอบครัวและส่งเสริมให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันมากที่สุด
นางคิม คยองซัน ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ยูนิเซฟยินดีที่กรมกิจการเด็กและเยาวชนและกรมอนามัยเป็นผู้นำในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันมากที่สุด โดยได้ยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลักตามที่ระบุไว้ในแนวทางปฏิบัติของยูนิเซฟ มาตรการใดๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากการติดเชื้อควบคู่ไปกับผลกระทบด้านอื่นๆ เช่น สุขภาพจิตของเด็กด้วย การที่เด็กต้องอยู่ลำพังโดยไม่มีผู้ดูแลที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเกิดจากการที่เด็กติดเชื้อ หรือพ่อแม่ผู้ดูแลติดเชื้อ จะส่งผลให้เด็กต้องถูกพรากจากสิ่งแวดล้อมที่คุ้นชิน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อจิตใจ และเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะถูกละเลยทอดทิ้งหรือเผชิญความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วยดังนั้น ไม่ควรมีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ตามลำพัง เราควรดำเนินการเพื่อให้เด็กได้อยู่กับครอบครัวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
แนวปฏิบัติของยูนิเซฟ แนะนำว่า ในกรณีที่เด็กติดเชื้อเมื่อเด็กต้องถูกแยกตัวหรือกักตัวหรือรับการรักษาในโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนาม ควรอนุญาต ให้ผู้ดูแลหรือสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่คนอื่นในครอบครัวที่เด็กคุ้นเคยไปอยู่กับเด็กด้วย ในกรณีที่จำเป็นต้องแยกเด็กจากครอบครัว ควรเลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านเด็กมากที่สุด และต้องมีการจัดทำข้อมูลรายบุคคลของเด็ก ตลอดจนจัดให้มีการสื่อสารระหว่างเด็กและผู้ปกครองเป็นประจำทุกวัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กก่อนแยกเด็กจากครอบครัว เพื่อให้การดูแลเด็กเป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองเด็ก อีกทั้งควรมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลหรืออาสาสมัครอื่นๆ เพื่อสามารถดูแลให้เด็กปลอดภัย ได้รับการคุ้มครอง และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนาม
ส่วนในกรณีที่พ่อแม่หรือผู้ดูแลหลักติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนาม ควรจัดให้เด็กได้อยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัวขยายหรือคนรู้จักของครอบครัวที่เชื่อถือได้ ซึ่งระบุตัวโดยผู้ดูแลหลักของเด็ก ทั้งนี้ก่อนแยกเด็กจากครอบครัว ต้องมีการจัดทำเอกสารรายละเอียดทั้งหมดของตัวเด็กและครอบครัว และจัดให้มีการติดต่อระหว่างกันเป็นประจำ ในกรณีเด็กถูกทิ้งไว้ลำพัง ผู้พบเห็นต้องแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 เพื่อให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กเข้ามาประเมินความปลอดภัยด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็ก รวมทั้งเตรียมจัดการดูแลที่จำเป็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี