วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
อดีตทหารคลั่งบุกยิงพนง.เซเว่นฯกลางกรุงดับอนาถ ก่อนบึ่งรถไปกราดยิงที่โรงพยาบาลสนาม สถาบันธัญญารักษ์ จ.ปทุมธานี ผู้ป่วยโควิดดับอีกศพ หนีไปจนมุมที่ระนอง ตร.กล่อม 2 ชั่วโมง ยอมมอบตัวญาติเผยเคยรักษาอาการป่วยด้าน ทบ.เร่งสอบข้อเท็จจริงปมอ้างเคยถูกครูฝึกทำร้าย พ้นทหารไปแล้ว2ปี
เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายแต่งกายด้วยชุดลายพรางทหารก่อเหตุบุกใช้อาวุธปืนยิงใส่พนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นที่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม.จนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งภายหลังตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุ จึงเข้าตรวจสอบ โดยทราบว่าคนร้ายได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 3 ฒข 6233 หลบหนีไป หลังจากนั้นคนร้ายยังได้บุกเข้าไปก่อเหตุยิงผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนามสถาบันธัญญารักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยที่รักษาตัวโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียชีวิตอีก 1 ราย
ทั้งนี้ ภายหลังก่อเหตุถึง 2 เหตุอุกฉกรรจ์ดังกล่าวแล้ว คนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุทันทีต่อมา พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้ให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน โดย พล.ต.ท.อำพล เปิดเผยว่า คนร้ายก่อเหตุกราดยิงที่โรงพยาบาลสนามสถาบันธัญรักษ์ แล้วได้ขับรถกระบะมุ่งหน้าไปทางภาคใต้ ซึ่งได้รับทราบข้อมูลว่าเดินทางไปถึง จ.ชุมพร แล้ว ขอให้ผู้ที่พบเบาะแสช่วยแจ้งข้อมูลกับตำรวจ และเฝ้าระมัดระวังเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน พร้อมจะก่อเหตุรุนแรงได้ตลอดเวลา
ด้าน พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า หลังจากคนร้ายก่อเหตุบุกยิงที่โรงพยาบาลสนามสถาบันธัญรักษ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จนทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคนร้ายรายนี้คือนายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี เป็นอดีตทหารเกณฑ์ คาดว่าน่าจะมีอาการทางประสาท ขณะนี้ได้เร่งสืบสวนติดตามตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว
มีรายงานว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ตชด.ร่วมกับฝ่ายสืบสวนบช.น.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณการกำลังกันออกไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรายนี้ทันที เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชน โดยกำชับให้ใช้มาตรการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของสังคมก่อนที่ ผบ.ตร.จะควบคุมสั่งการคดีนี้ด้วยตนเอง
จากนั้นในช่วงสายวันเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่พบตัวคนร้ายรายนี้ในพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งทางตำรวจทางหลวง และทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รวมทั้งตำรวจภูธร จ.ระนอง ได้สืบสวนติดตามคนร้ายโดยมีการประสานญาติเพื่อให้ช่วยเจรจากับคนร้าย ต่อมานายกิตติ แสงนิลกุล อายุ 61ปี บิดาของนายกวิน ผู้ก่อเหตุ ได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าได้พูดคุยกับลูกชายมาตลอด คาดว่าลูกชายน่าจะเกิดความเครียดส่วนตัว ซึ่งลูกชายเคยเป็นทหารหน่วยรบพิเศษป่าหวาย จ.ลพบุรี เคยฝึกคอบบร้าโกลด์ เมื่อครั้งเป็นทหารเกณฑ์ จึงมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมบ้านพักของญาติคนร้าย ภายหลังคนร้ายรายนี้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ โดยอยู่ห่างจาก อ.กระบุรี ประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่ยังไม่บุกเข้าไปภายใน ยังคงรอให้คนร้ายอารมณ์สงบลง และยังมั่นใจว่าคนร้ายจะยอมมอบตัว นอกจากนี้มีรายงานว่าคนร้ายมีอาวุธปืน 2 กระบอก ขณะที่ พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชรผบช.ภ.8 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.ระนอง ได้เดินทางมายังบ้านดังกล่าว ก่อนจะเริ่มเจรจากับคนร้าย
ต่อมาเวลาประมาณ 12.18 น.นายกวิน คนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ ได้ยอมออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ หลังจากถูกปิดล้อมและมีการเจรจาเกลี้ยกล่อมเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมกับได้มอบอาวุธปืน 2 กระบอกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ได้บินด่วนมายังสภ.ปากน้ำ จ.ระนอง เพื่อสอบปากคำนายกวิน ด้วยตัวเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนซิกซาวเออร์ ตราโล่ และปืนลูกโม่ ของกลาง รวม 2 กระบอกพร้อมกระสุนปืน โดยมีการแจ้งข้อหาตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร อย่างไรก็ดี ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ในคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน จากนั้นจึงคุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ สน.พหลโยธิน และประสานตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มาอายัดตัวไปดำเนินคดี
อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.สั่งการให้ พล.ท.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สอบข้อเท็จจริงกรณีอดีตทหารรายนี้ผู้ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้ก่อเหตุได้อ้างว่ามีความเครียดหลังจากถูกกดดันจากอดีตผู้บังคับบัญชา ส่วนการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่าเคยเป็นพลอาสา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ปลดประจำการเดือนพฤศจิกายน 2562 มีบุคลิกลักษณะเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบอาวุธปืน และชอบดูภาพยนตร์สงคราม
ส่วน พ.ท.มงคล ปุริสา ผู้บังคับกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 รักษาพระองค์ ได้เรียก จ.ส.อ.ยงยุทธ สุขเกษม ครูฝึกของคนร้ายรายนี้มาสอบถามหลังจากมีข้อมูลว่าสาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่ถูกครูฝึกทำร้ายในช่วงที่อยู่ค่ายทหาร ซึ่ง จ.ส.อ.ยงยุทธ ยืนยันว่าไม่เคยทำร้ายร่างกายและปฏิบัติตามกรอบการฝึกทหาร 10 สัปดาห์ และผู้ก่อเหตุเป็นทหารที่มีผลการฝึกค่อนข้างดี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวดบรรจุกองร้อยที่ 2 แต่อยู่ไม่นานก็หมุนไปอยู่กองร้อย3และไม่พบประวัติป่วยทางจิตก่อนเข้ามาเป็นพลทหาร แต่มารดาผู้ก่อเหตุเคยให้ข้อมูลว่าช่วงที่เข้าประจำการเคยรักษาอาการป่วยและหายเป็นปกติแล้ว
แหล่งข่าวจากทบ.ระบุว่าหน่วยต้นสังกัดกำลังรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดจากการสอบครูฝึก เพื่อนและรุ่นพี่ โดยทางครูฝึกยืนยันว่าไม่เคยซ้อมหรือทำร้ายร่างกายผู้ก่อเหตุ แต่ต้องสอบข้อเท็จจริงอีกว่า ช่วงการฝึกปรับพื้นฐานกองพันจู่โจมที่ต้องฝึกหนัก ทดสอบความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะหากมีการกระทำเกินกว่าเหตุ แล้วสอบสวนพบความผิดจริง ก็จะต้องพิจารณาลงโทษ อีกทั้งนโยบายของกองทัพในปัจจุบันเคร่งครัดในเรื่องนี้ มีการกำชับไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับทหารใหม่ อย่างไรก็ดี กลับมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว2 ปีทำไมถึงถูกนำมาอ้างในการก่อเหตุในครั้งนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี