สั่งปิดแคมป์คนงาน1เดือน
ไม่ล็อกดาวน์
คุมเข้มเดินทางข้ามจังหวัด
กทม.-ปริมณฑล-4จว.ใต้
ตั้งด่านตรวจคัดกรองโควิด
จำกัดพื้นที่กิจกรรมเสี่ยง
ไทยติดเชื้อพุ่ง3,644ตาย44
นายกฯตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วันแรก ปลาบปลื้มน้ำพระทัย สมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ พระราชทานวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 ล้านโดส ฉีดปชช.ยันเร่งหาวัคซีนเพิ่ม สั่งเพิ่มเตียงด่วนให้ได้ร้อยเตียง รับผู้ป่วยหนัก กทม.จี้ก.แรงงานจัดการต่างด้าวหนีเข้าเมือง ยัน 1 กรกฎาคมเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เรียกถกด่วนศปก.ศบค.-ที่ปรึกษาสาธารณสุข ศูนย์โควิด-19 ผลสรุปคือ ไม่ล็อกดาวน์แต่ให้ปิดจุดเสี่ยง พื้นที่ระบาดหนัก ปิดแคมป์คนงานโรงงานทั้งใน
กทม.-ปริมณฑล รวมถึง 4 จว.ภาคใต้ 1 เดือน ขอความร่วมมือไม่เคลื่อนย้าย “อนุทิน”ปัดเตียงไม่เต็ม เตรียมเพิ่มเตียงรพ.บุษราคัมเป็น 5 พันเตียง กระจายผู้ป่วยไปรักษารพ.พื้นที่ใกล้กทม. ไทยติดพุ่ง 3,644 ราย ตาย44 คน ต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองยังสูง กำชับก.แรงงานเพิ่มมาตรการเข้ม
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่บริษัท บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเปิดให้บริการฉีดวัคซีนพระราชทานในศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และชุมชนโดยรอบเป็นวันแรกจำนวน 6,400 ราย เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 64 พรรษา 4 กรกฎาคม 2564

เดินหน้าเปิดปท.-สั่งเพิ่ม100เตียงรับผู้ป่วย
ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกฯเดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรที่ที่ปฎิบัติงาน มีประชาชนสอบถามนายกฯถึงการเปิดประเทศ 120 วัน นายกฯชี้แจงว่า การเปิดประเทศก็เดินหน้าไป จะเริ่มเดือนกรกฎาคม ถ้าปิดหมดแล้วจะทำอย่างไร ส่วนการฉีดวัคซีนก็เดินหน้าไป เรื่องการเพิ่มเตียง ตนอยากให้เพิ่มสัก 100 เตียง แต่ปัญหาคือ เมื่อมีเตียงแล้วหมอพร้อมหรือไม่ ต้องมากระจายหมอกันอีก เตรียมหมอให้พอ ประเทศไทยเราต้องช่วยกัน ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานความปลอดภัย ใครป่วยใครเจ็บรัฐบาลรับผิดชอบหมด
ห่วงล็อคดาวน์ศก.แย่คนทำกินลำบาก
นายกฯยังกล่าวกับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆว่า ขอให้ช่วยสร้างประวัติศาสตร์ และทุกจังหวัดต้องได้รับวัคซีนมากน้อยก็ตามสถานการณ์ เชื่อว่าเดี๋ยวเราจะควบคุมได้ หลายคนเสนอให้ปิดให้ล็อคดาวจะเอาหรือไม่ วันนี้มีหลายคลัสเตอร์ทำอย่างไรจะให้ปลอดภัย เราต้องควบคุมให้ได้ การปิดประเทศเศรษฐกิจก็จะแย่ คนทำมาหากินก็ลำบาก พร้อมกันนี้ ต้องขอบคุณบุคลากรทุกคน ขอให้ระวังตัวให้มากที่สุด
รัฐบาลฉีด 50 กว่าล้านคนไม่ง่าย ตนพยายามเจรจาหาวัคซีนเพิ่ม ถ้ามาเยอะๆฉีดวัคซีนไม่ทันกันก็น่าดู แต่ขอให้เชื่อมั่น วันนี้เราต้องเอาชนะให้ได้
นายกฯลั่นสู้อยู่แล้ว-รง.ปิดไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินตรวจเยี่ยมมีประชาชนตะโกนให้กำลังใจว่า นายกฯสู้ๆ ซึ่งนายกฯกล่าวตอบว่า สู้อยู่แล้ว วันนี้การส่งออกของประเทศเราเพิ่มขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงโควิด แสดงว่าเราบริหารงานได้ดีอยู่ จะมารังเกียจรังงอนใครไม่ได้ ทุกคนเป็นคนไทย โรงงานวันนี้เราก็ปิดไม่ได้
นายกฯปลาบปลื้มวัคซีนพระราชทาน
นายกฯให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้มาฉีดวัคซีนว่า วันนี้น่ายินดีเรื่องวัคซีนซิโนฟาร์มเปิดศูนย์เริ่มฉีดวัคซีน ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีพระราชทาน ซึ่งวันนี้มีที่เดียวคือสถาบันจุฬาภรณ์ ขณะนี้มีแค่นี้เท่านั้น แต่ถ้าวันหน้ามีอีกตนก็ยินดี แต่ต้องผ่านหลักเกณฑ์กติกาให้ได้ สำหรับวันนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานเข้ามาเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา วันที่ 4 กรกฎาคม จึงต้องร่วมกันถวายพระพรพระองค์ท่าน วันนี้ได้รับวัคซีนมา 1 ล้านโดสเป็นไปตามที่พระองค์รับสั่งไว้ มาตรฐานให้หน่วยงานละ 6,400 โดส ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งได้ตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างต้องตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งต้องใช้เวลา กระทรวงสาธารณสุขเร่งให้ไวขึ้น แต่ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วฉีดได้เลย ต้องตรวจสอบคุณภาพก่อน
สั่งเพิ่มเตียง-ห้องดันลบ-จนท.รับป่วยโคมา
นายกฯกล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายวันนี้เน้นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย ผู้อาศัยในชุมชนพื้นที่เสี่ยง ผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์ วันนี้เรามีจุดฉีดวัคซีนพันกว่าจุดแล้ว กระจายทุกจังหวัด ฉะนั้นไม่ว่าจะช่องทางใด ประชาชนทุกจังหวัดจะได้ฉีด และจัดหาวัคซีนเป็นไปตามแผน ตนพยายามเจรจาเพิ่มเติมอีก แต่พูดมากไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องวัคซีนโลก ทุกคนก็ต้องการ บริษัทก็ไม่อยากให้ใครพูดทั้งสิ้น
สำหรับการระบาดที่มียอดสูงขึ้นทุกวัน หลายคนมีข้อเสนอแนะมากมาย ตนต้องหารือกับกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค.ก่อน ส่วนเรื่องเตียงผู้ป่วยสีแดง ตนสั่งให้หาเพิ่ม คุยกับกทม.และรัฐมนตรีสาธารณสุขแล้ว อันดับแรกคือ ต้องหาสถานที่ให้ได้ หาห้องความดันลบที่ใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยหนักหรือผู้ป่วยสีแดงให้ได้ หาเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอ เพราะวันนี้ทุกคนเต็มที่แล้ว ที่มีอยู่ปัจจุบันทั้งฉีดและคัดกรอง ตรวจรับและรักษา คิดว่าขั้นตอนน่าจะเรียบร้อยภายในไม่กี่วันนี้ ตนสั่งนโยบายไปว่าต้องหาเตียงเพิ่มให้ได้ 100 เตียงให้เร็วที่สุด วางระบบเหมือนโรงพยาบาลบุษราคัม มีหมอเฉพาะทางดูแล
กำชับก.แรงงานกวาดล้างแรงงานผิดกม.
นายกฯกล่าวด้วยว่า วันนี้เราแก้ด้วยวิธี พบระบาดตรงไหนก็ปิดตรงนั้น สำคัญต้องร่วมมือ ปิดก็คือปิด ต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ไปที่อื่น และรักษาให้ได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่อยากให้ร่วมมือกับตน ถ้าเล็ดลอดกันไปก็มากันอีก จะปิดตรงไหนก็รั่วหมด จะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด ไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เพราะรู้ว่าคนของเรามีรายได้น้อยจำนวนมาก หาเช้ากินค่ำ เราต้องเร่งดำเนินการเรื่องวัคซีนให้เร็วที่สุด สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่เข้ามา ในเรื่องแรงงานต่างด้าวได้กวดขันทุกช่องทางเรื่องลักลอบ เพิ่มจุดตรวจ 400-600 จุดแล้ว แต่จะวางตลอดแนวไม่ได้ เพราะระยะทาง 2,500 กม. แต่มีคนพยายามลักลอบเข้ามา ตนกำชับกระทรวงแรงงานดูเรื่องแรงงาน ไปตรวจโรงงานที่มีแรงงานผิดกฎหมาย ต้องมีความผิด ใครที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษ
ยัน1กค.เปิดงานภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์
นายกฯกล่าวด้วยว่า เรื่องสำคัญที่รัฐบาล ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข ยึดหลักแก้ปัญหาคือ การติดเชื้อการระบาดตรวจสอบคัดกรองเชิงรุก ปิดกั้นพื้นที่แพร่ระบาด ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน การจัดหาวัคซีนมาฉีดได้มากและเร็วที่สุด พร้อมจัดหาเพิ่มเติม ให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปให้ได้ แม้จะมีโควิดเวลานี้ แต่ก็ยังมีหลายประเทศอยากมาเยือนเมืองไทย เราต้องมีมาตรการรัดกุม เช่น ที่ภูเก็ต ตนจะไปเปิดงานวันที่ 1 กรกฎาคม ต้องทำทั้งสองอย่าง ไม่ใช่หยุดทั้งหมด นั่นคือ เป้าหมายที่เราต้องการ ส่วนนี้ก็แก้ปัญหาแล้วเดินหน้าไป ถ้าทำได้ก็ทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องหยุดแค่นั้น ถ้าทำได้เราก็ใช้แนวคิดเเซนด์บ็อกซ์ ไปในส่วนอื่นได้ เพราะการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศถึง 40% วันนี้เป็นศูนย์ไม่มีรายได้ รายได้การจัดเก็บภาษีก็ลดลงเราไปรีดกับใครไม่ได้ เราจึงต้องเร่งเปิด หลายประเทศเขาบอกว่าไม่กังวลประเทศไทย แม้สถิติเราจะตกใจแต่เขาไม่ตกใจ เขามากกว่าเราเยอะ แต่เราก็ต้องทำให้เขาปลอดภัยกลับไป ประมาทไม่ได้เราต้องดูแล
ขอบคุณหมอห่วง-ย้ำรบ.แก้โควิดคู่ฟื้นศก.
นายกฯยังชี้แจงถึงการเปิดประเทศที่พูดกันมาหลายวันว่า ต้องขอบคุณแพทย์ที่ห่วงใย แต่ขอฟังทางนี้ ทั้งศบค.และสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง เขามีข้อมูลหากสงสัยขอให้ถามกันมา ถ้าจะไปพูดกันไปกันมาก็จะไปคนละทางสองทาง ตนคิดว่าเราไม่อยากเดินหน้าไปสู่ความวุ่นวายที่จะทำให้เกิดความสับสนอดอยากปากแห้งของคนไทย สิ่งที่รัฐบาลต้องทำไปพร้อมให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่นายกฯจะทำตรงนี้แล้วไม่สนใจเรื่องสุขภาพใช่ที่ไหน เราก็ทำอย่างนี้มาเรื่อยๆอยู่แล้ว
“วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ สถาบันทุกพระองค์ ทรงทำตรงนี้กันอยู่ วันนี้เน้นผู้ที่ด้อยโอกาสผู้พิการหรือกลุ่มเปราะบางเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะฉีดให้อีก ทุกสถานที่ฉีดมีทุกที่ สำคัญที่สุดผู้ลงทะเบียนหมอพร้อมต้องได้ฉีด เราต้องเคลียร์ตรงนี้ให้ได้ก่อน วันนี้แอปพลิเคชันมาจากหลายที่ขอให้เสนอเข้ามาก่อน ยังไม่ต้องนัด ถ้านัดก่อนวัคซีนมาจะมีปัญหา”นายกฯกล่าว
ปัดตอบล็อคดาวน์-ห่วงเจ็บแล้วไม่จบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เอาชัดๆเลยว่ายังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์กทม.ใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า กำลังพิจารณาอยู่ยังไม่ยืนยันว่าจะทำหรือไม่ ต้องฟังข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและคณะแพทย์ถึงเหตุผลและความจำเป็นและจะนำไปพิจารณาในที่ประชุม ศบค.รวมถึงต้องไปถามประชาชนด้วยว่าจะทำอย่างไรเขาจะทำอย่างไรอาจต้องปิดเขาจะเดือดร้อนอย่างไร เพราะเดี๋ยวรัฐบาลต้องหาเงินไปดูแลอีก
ถามย้ำว่า หลายคนเสนอให้เจ็บแล้วจบ นายกฯย้อนถามว่า “แล้วแน่ใจไหมว่า ปิดแล้วจบ รับรองให้ผมได้ไหม ถ้านักข่าวบอกให้ปิด แล้วไม่จบทำยังไง ตอบคำถามผมด้วย ถ้าเจ็บแล้วจบก็ควรทำ แต่ถ้าเจ็บแล้วไม่จบจะทำอย่างไร ต้องทำให้ดีที่สุด ผมไม่โทษใครทุกคนต้องมีจิตสำนึก ระวังและอย่าไปเสี่ยงกัน”
กม.มีอยู่แต่คนไม่กลัวกม.คือใคร
ถามต่อว่า ถ้าไม่ล็อคดาวน์ 7วัน จะใช้กฎหมายแรงขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า กฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคนที่เคารพกฎหมาย เมื่อวานก็ยังเดินเกะกะอยู่ ไม่เห็นหรือ กลัวกฎหมายไหม ข้อสำคัญคือ กฎหมายบังคับคนทุกคน ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรฝืนกฎหมาย ต้องถามเขาว่ากลัวกฎหมายหรือไม่ เพราะคนที่กลัวกฎหมายคือพวกเรา ตนก็กลัว แล้วคนที่ไม่กลัวกฎหมายคือใคร แล้วสร้างประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติบ้างไหม อย่าเอาเรื่องนี้มาถามตนอีก
ไทยติดเชื้อเพิ่ม3,644คน-หนีเข้าเมืองอื้อ
ด้านพญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ประจำวันว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,644 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,451 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,803 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 648 ราย มาจากเรือนจำ 162 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 31 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ 30 ราย มาจากมาเลเซีย 1 ราย เมียนมา 1 ราย และกัมพูชา 28 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 236,291 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 1,751 ราย หายป่วยสะสม 193,106 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,366 ราย
ตายเพิ่ม44ราย-ฉีดวัคซีนแล้ว8.6ล้านโดส
ส่วนผู้ป่วยอาการหนักมี 1,603 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 460 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 44 ราย เป็นชาย 26 หญิง 18 ราย อยู่ใน กทม. 20 ราย สมุทรปราการ 12 ราย ยะลา สระบุรี จังหวัดละ 2 ราย กาญจนบุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ปัตตานี นครสวรรค์ ชลบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,819 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนวันที่ 24 มิถุนายนฉีดไป 257,103 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-24 มิถุนายนมี 8,657,423 โดส
ขยายเตียงกทม.ครึ่งพันรับคนป่วย
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเป็นห่วงเรื่องเตียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่ต้องเพิ่มศักยภาพขยายเตียง เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดงได้ มีแผนขยายศักยภาพโรงพยาบาลและเตียงผู้ป่วย โดยโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนสีเหลืองจะเพิ่ม 70 เตียง สีแดงเพิ่ม 16 เตียง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สีเหลืองเพิ่ม 100 เตียง สีแดงเพิ่ม 40 เตียง โรงพยาบาลธนบุรี (มณฑลทหารบกที่ 11) สีเหลืองเพิ่ม 200 เตียง สีแดงเพิ่ม 55 เตียง คาดว่าใน 1 สัปดาห์จะปรับพื้นที่และระดมบุคลากรเข้าบริการได้
แฉกทม.ซีลแคมป์ไม่อยู่มีแอบย้ายแรงงาน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังหารือเรื่องแคมป์คนงาน โรงงาน ตลาด ชุมชนในกทม.ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากพบคลัสเตอร์ที่ระบาดมากกว่า 28 วัน 25 แห่ง คลัสเตอร์ที่ระบาด 14-27 วัน 13 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ใน 6 เขต ทั้งนี้ การที่กทม.ไม่สามารถจบคลัสเตอร์ได้ภายใน 28 วันหลังบับเบิ้ลแอนด์ซีลบางจุดแล้วต่างจากกรณีจ.สมุทรสาครที่ยุติได้ภายใน 28 วัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องความร่วมมือ ที่ยังมีการเล็ดรอดจากแคมป์คนงานไปในตลาด ชุมชน หรือพอปิดแคมป์หนึ่งก็เคลื่อนย้ายไปอีกแคมป์หนึ่ง
ศบค.ถกเครียดห่วงล็อคดาวน์ไม่ตอบโจทย์
กรณีมีข้อเสนอเรื่องการปิดล็อกดาวน์ที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วงการระบาดที่อาจขยายวงกว้าง และทำให้ระบบเตียงหรือบุคลากรสาธารณสุขที่ตอนนี้ทำงานหนักอาจรองรับไม่ไหวนั้น พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุมหารือกว้างขวาง ย้ำว่าต้องรับฟังทุกฝ่าย เรื่องเตียงก็เป็นห่วงและพยายามขยายศักยภาพ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเร็วที่สุด ในที่ประชุม ศบค.เสนอทางเลือกหลากหลาย โดยกรมควบคุมโรคเสนอลักษณะล็อกเป็นจุด มีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ ปิดพื้นที่เสี่ยงสูง บุคคลกลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานต่างด้าว ปิดในกิจกรรมกิจการเสี่ยง มากกว่าปิดทั้งหมดทั้งกรุงเทพมหานคร หรือทั้งจังหวัด ซึ่งในต่างจังหวัดจะเห็นภาพชัด เช่น ปิดตำบลที่เสี่ยง ตลาดที่เสี่ยง แคมป์คนงาน ต่างด้าวที่เดินทางข้ามพื้นที่ก็ล็อกเฉพาะส่วนนั้น เพราะเป็นห่วงว่า การล็อคอาจไม่ได้แก้ปัญหา แต่อาจกลายเป็นจุดชนวนปัญหามากขึ้น
ขอย้ำว่าที่ประชุมหารือทุกแง่มุม จากภาพตัวอย่างทำให้เห็นว่าการปิดอาจไม่ใช่การตอบโจทย์ทั้งหมด ต้องหารือให้รอบด้าน
“บิ๊กตู่”ถกด่วนแพทย์-ศปก.ศบค.
ต่อมาเวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือ ศปก.ศบค. และ ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ศูนย์โควิด-19 ที่มีนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน และคณะ เข้าหารือการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด - 19 และเรื่องวัคซีนที่การระบาดเริ่มตึงเครียด บุคลากรการแพทย์ต้องรับมือสถานการณ์โควิดอย่างหนัก อีกทั้ง มีปัญหาเตียง ห้องICU ที่ไม่เพียงพอรับผู้ติดเชื้อโควิดระดับสีเหลืองและสีแดงแล้ว ทำให้อาจารย์แพทย์หลายคนเสนอให้ศบค.พิจารณาการล็อกดาวน์กรุงเทพฯ ไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ลดการแพร่กระจายเชื้อโควิดไปพื้นที่อื่น
ปิดแคมป์กทม.-ปริมณฑล/4จว.ใต้1เดือน
กระทั่งเวลา 17.00 น. นายกฯแถลงผลหารือว่า ที่ประชุมฯมีมติไม่ล็อกดาวน์กทม.และปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ รวมทั้ง 4 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา โดยให้ปิดแคมป์แรงงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน นอกจากนี้ ได้กำหนดมาตรการขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนย้าย เดินทางไปมาระหว่างพื้นที่ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน และหลังจากนี้ จะมีมาตรการควบคุมการระบาดออกมามากขึ้น เช่น ตั้งด่านตรวจโควิด และมาตรการ บับเบิ้ล แอนด์ซีล ควบคุมการเดินทางของประชาชนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามข้อกำหนดตามมาตรา 9 เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยวันนี้จะเข้มงวดและกิจการใดที่เสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคจะมีมาตรการเฉพาะชั่วคราวออกมา เราจะใช้คำว่า ดูแลกิจการ พื้นที่ เป็นพิเศษ การห้ามคนทั้งหมดคงยาก การเคลื่อนย้ายไปจากพื้นที่แพร่ระบาด และการเดินทางข้ามจังหวัด
ศบค.ใช้มทบ.11รับผู้ป่วยสีแดงร้อยเตียง
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.)ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยว่า ศปก.ศบค.ประสานทุกแห่ง ทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลและสธ.เพิ่มขีดความสามารถเรื่องเตียงให้มากขึ้น วันนี้คืบหน้ามากเพราะมีเอกชนเข้ามาช่วย และกรณีที่มีผู้ป่วยรอเตียงอยู่ที่บ้านจำนวนมาก พยายามเร่งแก้ไขเต็มขีดความสามารถ เบื้องต้นจะใช้มณฑลทหารบกที่ 11 แจ้งวัฒนะ ที่รพ.เอกชนเสนอมารับผู้ป่วยสีแดง ที่อาการหนักประมาณ 50 เตียง และสีเหลือง 50 เตียง คาดว่าภายใน 7 วัน จะปฎิบัติการได้พอจะคลี่คลายสถานการณ์ได้ โดย 1-2 วันนี้ รพ.สนามพลังแผ่นดินของรพ.มงกุฏวัฒนะจะอาสารับผู้ป่วยไว้ส่วนหนึ่ง และประสานส่วนอื่นโดยคณะที่ปรึกษาที่มีนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร กำลังหารือเพิ่มในจุดอื่นด้วย โดยต้องขอบุคลากรการแพทย์จากต่างจังหวัดเข้ามาช่วยด้วย
ปัดแนวคิดร่นเวลารักษาแก้เตียงไม่พอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงข้อเสนอของแพทย์ให้ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ และห่วงการเปิดประเทศว่า ทุกอย่างต้องประเมินก่อน สธ.จะให้ข้อมูลอัพเดท ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยบวก ข้อดีข้อเสีย แล้วนำไปพิจารณาในศบค.ชุดใหญ่ ยืนยันภายในเดือนนี้จะฉีดวัคซีนครบ 10 ล้านโดส และมีวัคซีนทยอยเข้ามาและกระจายวัคซีนไปยังประชาชน รวมถึงวันที่ 1 กรกฎาคมจะเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เกาะสมุย เกาะพะงัน และทยอยเปิดไปทีละจังหวัด เราต้องตั้งเป้าแบบนี้ไปก่อน
นายอนุทินยังปฎิเสธไม่มีแนวคิดที่กรมการแพทย์เสนอให้ร่นระยะเวลารักษาตัวของผู้ป่วยโควิด ในโรงพยาบาลหลังจำนวนเตียงผู้ป่วยไม่พอ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม สธ.บริหารจัดการในระบบใหญ่ ไม่ได้ดูพื้นที่กรุงเทพฯอย่างเดียว ใช้การบริหารแบบระบบเขตสุขภาพ การช่วยเหลือกันในพื้นที่ปริมณฑล ซึ่งถ้ามองสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ตอนนี้ถือว่าเตียงแน่น แต่ถ้ามองมิติทั้งหมดยังระบายผู้ป่วยไปพื้นที่อื่นได้ และมีผู้ป่วยที่รักษาหายทุกวัน อย่างผู้ป่วยสีเหลืองอาจขอเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลที่อยู่รอบกรุงเทพฯ หรือ ปริมณฑล และทุกวันมีผู้ป่วยที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาล แต่ยอมรับเจ้าหน้าที่แพย์ พยาบาล ทำงานหนักมาก แต่ทุกคนไม่ย่อท้อ ต้องขอประชาชนช่วยระวังตนเอง
ยันเตียงไม่เต็ม-เพิ่มรพ.บุษราคัม5พันเตียง
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีสั่งหาเตียงเพิ่มอีก 100 เตียงนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เตียงหาได้อยู่แล้ว อย่าง รพ.สนามบุษราคัม ยังเพิ่มเตียงได้เป็น 5,000 เตียง ซึ่งติดต่อไปยังผู้บริหารเมืองทองธานี ขอขยายสัญญาที่จะหมดเดือนสิงหาคมออกไปอีกระยะ ปัจจุบันโรงพยาบาลบุษราคัมมีเตียงอยู่ 2,000 เตียง ขยายเตียงเพิ่มได้เป็น 5,000 เตียง ยังมีเตียงกระดาษที่บริจาคอีก 3,000 เตียง ดังนั้น เรื่องเตียงไม่ใช่ปัญหาดำเนินการได้ภายใน 5 วัน อีกทั้ง สธ.ยังหาสถานที่เพิ่มอย่าง รพ.ราชวิถี 2 รพ.ธัญญารักษ์ รพ.บางขุนเทียน รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่เขตบางนา บางบ่อ บางพลี พร้อมเมื่อไหร่เพิ่มได้ทันที ขออย่าตีตนไปก่อนไข้ เพราะยังมีผู้ป่วยอาการดีขึ้นเพิ่มทุกวัน การไปเสนอข่าวว่า เตียงเต็มไปทั้งหมด ไม่ใช่
กทม.เพิ่มไอซียู40เตียงเริ่มรับผู้ป่วย1กค.
ขณะที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร ก่อนแถลงผลหารือว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งป้องกันควบคุมสถานการณ์ระบาด กรุงเทพมหานครจะเพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรง (สีแดง) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (SCG) โดยใช้นวัตกรรม Modular ICU ปรับเพิ่มห้อง ICU ห้องความดันลบ จะใช้พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา เบื้องต้นปรับเพิ่มห้องความดันลบ 4 อาคาร รองรับผู้ป่วยได้ 40 เตียง ตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายใน 5 สัปดาห์ คาดว่าวันที่ 10 กรกฎาคม จะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยเข้ารักษา 10 เตียง จากนั้นจะเปิดรับผู้ป่วยเพิ่มสัปดาห์ละ 10 เตียงต่อเนื่องจนครบ 40 เตียง ทั้งนี้ กทม.ขอบคุณ SCG ที่ร่วมบริจาคห้องความดันลบ 10 เตียงจากใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดที่อาการรุนแรงระดับสีแดง
ขยายเตียงรับสีแดง-เหลืองได้อีก596เตียง
“กทม.ขยายศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัดรองรับผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดง โดยจะปรับพื้นที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียนรับผู้ป่วยสีเหลืองอีก 70 เตียง รวมของเดิม 70 เตียง รวมทั้งหมด 140 เตียง และผู้ป่วยสีแดง 16 เตียง สำหรับโรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ 1 เขตทวีวัฒนา จากเดิมรับผู้ป่วยสีเขียว จะปรับพื้นที่รับผู้ป่วยสีเหลืองเพิ่ม 100 เตียง และได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลธนบุรี สนับสนุนเตียงผู้ป่วยสีเหลือง 250 เตียง และผู้ป่วยสีแดง 50 เตียง รวมแล้วกทม. จะขยายศักยภาพรองรับผู้ป่วยโควิดสีเหลืองและสีแดงเพิ่มได้อีก 596 เตียง และจะเร่งตั้ง Hospitel เพิ่มเติมรองรับผู้ป่วยโควิดสีเขียว ให้ได้มากที่สุด”ผู้ว่าฯกทม.ระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี