วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย ณนัท ปรีสงค์ ทนายความ เป็นตัวแทนครูในสังกัดเมืองพัทยา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ เมืองพัทยา ว่าได้ถูก น.ส.สุวรรณา สงวนนามสกุล ได้ชักชวนร่วมลงทุนธุรกิจสูญเงินรวมในกลุ่มครูที่ได้รับมอบหมายจำนวนเงินเกือบ 40 ล้านบาท และคาดว่าจะมีเงินรวมผู้เสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท
น.ส.ทิพย์ นามสมมุติ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพัทยา ผู้เสียหายซึ่งร่วมลงทุนสูญเงินไปเกือบ 7 ล้านบาท โดยเล่าให้ฟังว่า ตนมีอาชีพครูสอนหนังสือ และ ในช่วงว่สงนั้นจะเป็นแม่ค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้า ซึ่งในปี 61 ได้มีการตั้งกลุ่มแชร์ขอครูที่เล่นไว้เพื่อเป็นเงินเก็บกันเอง ภายหลัง เริ่มมีกลุ่มแชร์เพิ่มขึ้นถึง 60 มือ และ น.ส.สุวรรณา ได้เริ่มมีการเปิดบริษัทขึ้นมา โดยมีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ร่วมลงทุน ปล่อยกู้ให้กับเพื่อนอาจารย์ คนในเมืองพัทยา และกลุ่มที่เล่นแชร์ โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์ขึ้น
ซึ่งในช่วงปีแรกตนก็ไม่ได้ร่วมลงทุนแต่ก็เฝ้าสังเกตการปล่อยเงินนานกว่า 1 ปี ภายหลังได้มีการชักชวนตนมาร่วมลงทุนและถือหุ้น จากที่ตนเฝ้าดูมาพบว่ามีการให้กู้และมีตัวตนคนกู้คนปล่อย โดยทาง น.ส.สุวรรณา จะมีการนำเงินปล่อย โดยจะแบ่งยอดคนละครึ่งกับผู้ลงทุน ซึ่งจะมีการคืนเงินตามที่กำหนดตลอด แต่มาวันที่ 29 พฤษภาคม 64 เริ่มไม่มีการคืนเงิน เริ่มมีปัญหา เบื้องต้นเริ่มรวมตัวผู้เสียหายซึ่งเป็นครูรวม 21 คน ได้มาแจ้งความที่ สภ เมืองพัทยา โดยมียอดเงินรวมเกือบ 40 ล้านบาทที่ร่วมลงทุน
ภายหลังรับแจ้งเมื่อทาง น.ส.สุวรรณา ได้ให้ทนายไล่ติดต่อโดยยอมทำหนังสือเงินกู้ใหม่โดยตรงกับผู้กู้ ซึ่งจะไม่เหมือนกันทุกราย แต่ก็ยังมีผู้เสียหายที่เป็นครูก็ยังแจ้งความกับทางตำรวจซึ่งยังพบว่า น.ส.สุวรรณา ยังมีการชักชวนให้คนมาร่วมลงทุนอยู่ และได้ติดต่อมาทางตนให้รอเพราะตอนนี้จะลงทุนเปิดพนันออนไลน์ รวมถึงตกแต่งบัญชีในการกู้เงินธนาคารเพื่อจะนำมาคืนซึ่งตนในฐานะครูคนหนึ่งก็เห็นว่าไม่ถูกต้องจึงปฏิเสธที่จะร่วมลงทุน และให้ทนายเข้าแจ้งความคดีตามกฎหมาย
นาย ณนัท ปรีสงค์ ทนายความ กล่าวว่า ได้รับมอบหมาย ครูเมืองพัทยา ซึ่งเป็นผู้เสียหายให้เป็นตัวแทนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยได้เข้าร้องทุกข์ที่ สภ เมืองพัทยา ซึ่งได้ทำการออกหมายเรียก น.ส.สุวรรณา มาสอบสวน พร้อมทั้งดำเนินการอายัดบัญชีจำนวน 9 บัญชี ของ น.ส.สุวรรณา ทั้งหมด แต่กลับพบว่า น.ส.สุวรรณา ยังดำเนินการชักชวนร่วมลงทุนอีก โดยไปชักชวนตามจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัด ขอนแก่น จัดหวัด มหาสารคาม และจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งคาดว่าจะมีเงินที่ร่วมลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท
นาย ณนัท ปรีสงค์ ทนายความ กล่าวอีกว่า จากที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ทาง พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกแล้ว และมีการอายัดบัญชี แต่กลับมาการชักชวนคนมาร่วมลงทุนอีก ซึ่งตนมองว่าจะเป็นการหลอกลวงคนอื่นมาร่วมลงทุนอีก จึงอาจทำให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น และจะทำให้อีกหลายๆคนเดือดร้อนจึงได้เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนดังกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี