533.jpg
นอภ.สังขละบุรีนำทีมบุกตรวจโกดังซุกหน้ากากอนามัยหวั่นนำส่งออกนอกประเทศ

นอภ.สังขละบุรีนำทีมบุกตรวจโกดังซุกหน้ากากอนามัยหวั่นนำส่งออกนอกประเทศ

วันจันทร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.37 น.

นายอำเภอสังขละบุรี พร้อมทหาร ฉก.ลาดหญ้าฯ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตรวจสอบโกดังซุกหน้ากากอนามัย หลังพบมีการขนเข้าพื้นที่ หวั่นนำส่งออกนอกประเทศ เหตุเป็นสินค้าควบคุมฯ กระทรวงพาณิชย์

เช้าวันที่ 19 ก.ค.64 ที่ผ่านมา นายปกรณ์ กรรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี พ.อ.ยุทธนา มีเจริญ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.ท.อำนวย ศรีสงคราม รอง.ผกก.สส.สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ ตม.สังขละบุรี และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสังขละบุรี นำกำลังเข้าตรวจโกดังเก็บสินค้าจำนวน 7 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณซอยพาณิชย์ 7 และ 8 ซอยเกษตร 8 และ 9 รวมทั้งภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากมีผู้แจ้งเบาะแสผ่านเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมบริเวณหมวดการทางสังขละบุรี หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี ว่าโกดังดังกล่าวมีการกักตุนและลักลอบส่งออกสินค้าประเภทหนากากอนามัย รวมทั้งถังออกซิเจน


โดยที่ผ่านมานายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงนามในประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อที่ 3248/2564 ลงวันที่ 8 ก.ค.64 เรื่องปิดอำเภอสังขละบุรี และระงับการใช้ช่องทางสำหรับการนำเข้า-ส่งออกขนส่งสินค้า และสินค้าผ่านแดนทุกประเภท ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนเพื่อการท่องเที่ยว ) ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นการชั่วคราว

จากคำสั่งดังกล่าวอำเภอสังขละบุรีและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จึงได้ตั้งจุดตรวจสอบสินค้า ที่บริเวณที่ทำการหมวดการทางสังขละบุรี โดยมีปลัดอำเภอสังขละบุรี เป็นผู้รับรองความถูกต้อง จึงจะมีการอนุญาตให้นำรถยนต์ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี มาขนถ่ายสินค้าเข้าไปในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีได้ 

ทั้งนี้ ในห้วงระยะเวลานับแต่มีการประกาศปิดอำเภอจนถึงวันที่ 18 ก.ค.64 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า มีบริษัทเอกชน ที่อยู่พื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู จำนวน 7 ราย ดำเนินการขออนุญาตนำสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัย จำนวน 5,500 ลัง และมีเอกชนอีก 1 ใน 7 ราย ขออนุญาตนำออกซิเจน จำนวน 50 ถังไปจัดเก็บในโกดัง  ซึ่งหน้ากากอนามัย เป็นสินค้าควบคุมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ประกอบกับประกาศคำสั่งและข้อมูลที่ได้รับ คณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบหน้ากากอนามัยเหลือรวมกัน จำนวน เพียง 491 ลัง หรือประมาณ 24,550 ชิ้น ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่แจ้งไว้  โดยผู้ประกอบการได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้จำหน่ายให้ลูกค้าไปแล้ว ภายหลังจากได้รับการชี้แจง นายปกรณ์ กรรณวัลลี จึงได้สั่งการให้ผู้ประกอบการทั้ง 7 ราย ทำหนังสือชี้แจงถึงจำนวนหน้ากากอนามัยทั้งหมดที่อ้างว่าจำหน่ายไปให้ลูกค้า พร้อมแนบบัญชีและรายชื่อลูกค้าที่ซื้อไปให้ครบถ้วน เพื่อรายงานให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ทราบต่อไป

นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยภายหลังว่า เนื่องจากมีการขนส่งสินค้าประเภทหน้ากาดอนามัยและถังออกซิเจนเข้ามาในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีเป็นจำนวนมาก ทุกหน่วยงานจึงร่วมกันเข้ามาตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร กี่ตรวจสอบก็เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีการใช้และจำหน่ายภายในประเทศ แต่บางรายอาจจะเข้าข่ายการกักตุนซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งเตือนไปแล้ว เพราะมันจะไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์

ประกอบกับช่วงนี้อำเภอสังขละบุรี ได้ประกาศล็อกดาวน์ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากและในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านก็พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน เราจึงเกรงว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดขามไปมาระหว่างประเทศได้ แต่ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการลักลอบนำสินค้าประเภทหน้ากากอามัยส่งออกนอกประเทศแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท ตนได้สั่งกำชับไปยังหน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ร่วมกันตรวจสอบตามช่องทางเข้าออกต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่ สำหรับผู้ประกอบการที่นำสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและถังออกซิเจนเข้ามา ตนได้ให้ชี้แจงรายละเอียดของสินค้าทุกราย เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมสินค้าและบริการ และประกาศของกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่ 2 พ.ศ.2514

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top