นายอำเภอสังขละบุรี พร้อมทหาร ฉก.ลาดหญ้าฯ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตรวจสอบโกดังซุกหน้ากากอนามัย หลังพบมีการขนเข้าพื้นที่ หวั่นนำส่งออกนอกประเทศ เหตุเป็นสินค้าควบคุมฯ กระทรวงพาณิชย์
เช้าวันที่ 19 ก.ค.64 ที่ผ่านมา นายปกรณ์ กรรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี พ.อ.ยุทธนา มีเจริญ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.ท.อำนวย ศรีสงคราม รอง.ผกก.สส.สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ ตม.สังขละบุรี และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสังขละบุรี นำกำลังเข้าตรวจโกดังเก็บสินค้าจำนวน 7 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณซอยพาณิชย์ 7 และ 8 ซอยเกษตร 8 และ 9 รวมทั้งภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากมีผู้แจ้งเบาะแสผ่านเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมบริเวณหมวดการทางสังขละบุรี หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี ว่าโกดังดังกล่าวมีการกักตุนและลักลอบส่งออกสินค้าประเภทหนากากอนามัย รวมทั้งถังออกซิเจน
โดยที่ผ่านมานายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงนามในประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อที่ 3248/2564 ลงวันที่ 8 ก.ค.64 เรื่องปิดอำเภอสังขละบุรี และระงับการใช้ช่องทางสำหรับการนำเข้า-ส่งออกขนส่งสินค้า และสินค้าผ่านแดนทุกประเภท ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนเพื่อการท่องเที่ยว ) ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นการชั่วคราว
.jpg)
จากคำสั่งดังกล่าวอำเภอสังขละบุรีและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จึงได้ตั้งจุดตรวจสอบสินค้า ที่บริเวณที่ทำการหมวดการทางสังขละบุรี โดยมีปลัดอำเภอสังขละบุรี เป็นผู้รับรองความถูกต้อง จึงจะมีการอนุญาตให้นำรถยนต์ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี มาขนถ่ายสินค้าเข้าไปในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีได้
ทั้งนี้ ในห้วงระยะเวลานับแต่มีการประกาศปิดอำเภอจนถึงวันที่ 18 ก.ค.64 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า มีบริษัทเอกชน ที่อยู่พื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู จำนวน 7 ราย ดำเนินการขออนุญาตนำสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัย จำนวน 5,500 ลัง และมีเอกชนอีก 1 ใน 7 ราย ขออนุญาตนำออกซิเจน จำนวน 50 ถังไปจัดเก็บในโกดัง ซึ่งหน้ากากอนามัย เป็นสินค้าควบคุมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ประกอบกับประกาศคำสั่งและข้อมูลที่ได้รับ คณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบหน้ากากอนามัยเหลือรวมกัน จำนวน เพียง 491 ลัง หรือประมาณ 24,550 ชิ้น ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่แจ้งไว้ โดยผู้ประกอบการได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้จำหน่ายให้ลูกค้าไปแล้ว ภายหลังจากได้รับการชี้แจง นายปกรณ์ กรรณวัลลี จึงได้สั่งการให้ผู้ประกอบการทั้ง 7 ราย ทำหนังสือชี้แจงถึงจำนวนหน้ากากอนามัยทั้งหมดที่อ้างว่าจำหน่ายไปให้ลูกค้า พร้อมแนบบัญชีและรายชื่อลูกค้าที่ซื้อไปให้ครบถ้วน เพื่อรายงานให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ทราบต่อไป
.jpg)
นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยภายหลังว่า เนื่องจากมีการขนส่งสินค้าประเภทหน้ากาดอนามัยและถังออกซิเจนเข้ามาในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีเป็นจำนวนมาก ทุกหน่วยงานจึงร่วมกันเข้ามาตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร กี่ตรวจสอบก็เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีการใช้และจำหน่ายภายในประเทศ แต่บางรายอาจจะเข้าข่ายการกักตุนซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งเตือนไปแล้ว เพราะมันจะไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์
ประกอบกับช่วงนี้อำเภอสังขละบุรี ได้ประกาศล็อกดาวน์ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากและในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านก็พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน เราจึงเกรงว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดขามไปมาระหว่างประเทศได้ แต่ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการลักลอบนำสินค้าประเภทหน้ากากอามัยส่งออกนอกประเทศแต่อย่างใด
แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท ตนได้สั่งกำชับไปยังหน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ร่วมกันตรวจสอบตามช่องทางเข้าออกต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่ สำหรับผู้ประกอบการที่นำสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและถังออกซิเจนเข้ามา ตนได้ให้ชี้แจงรายละเอียดของสินค้าทุกราย เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมสินค้าและบริการ และประกาศของกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่ 2 พ.ศ.2514
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี