วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ฝากขัง 6 ผู้ต้องหากลุ่มวีโว่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นอั้งยี่-ซ่องโจร จากม็อบ 7 สิงหา ยึดของกลางเพียบ
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องฝากขังผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ นายโสภา ศิริ อายุ 44 ปี , นายจิรพงศ์ ชโลธรพิเศษ อายุ 23 ปี , นายทนง ชำนาญจันทร์ อายุ 19 ปี , นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 22 ปี , น.ส.ภัชราภรณ์ กองค้า อายุ 22 ปี , น.ส.กัลยกร จันทร์โม้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 - 6 ซึ่งเป็นกลุ่มวีโว่ #ม็อบ 7 สิงหา ฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 9 - 20 ส.ค.เนื่องจากยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 6 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน
โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าวของตำรวจสันติบาลว่าจะมีกลุ่มราษฎร 63 ชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมชื่อ #ม็อบ 7 สิงหา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดอำนาจสถาบันเบื้องสูง , ปลดแอกประชาธิปไตยขับไล่ทหารออกจากเมือง , ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐและสวัสดิการถ้วนหน้า โดยนัดรวมตัวกันวันที่ 7 ส.ค.เวลา 13.00 น.โดยมีจุดตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อยื่นหนังสือต่อสำนักพระราชวัง ขอวัคซีนให้ประชาชน
ต่อมาได้ข้อมูลการสืบสวนว่าจะมีกลุ่มคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มวีโว่ (WEVO) ซึ่งมี นายปิยะรัตน์ จงเทพ หรือโตโต้ เป็นหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าว มีพฤติการณ์ชุมนุมมั่วสุมกันโดยปกปิดวิธีการดำเนินการเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือมีการซ่องสุม ฝึกกำลังพลและแฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม และใช้โอกาสทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างสถานการณ์โดยใช้อาวุธจำพวกหนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน สิ่งของสกปรกเช่นน้ำปลาร้า และวัตถุอื่น ซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธได้มาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัย อีกครั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังมีการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจและสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง และวางแผนกำหนดแนวปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดตัดลวดเป็นด่านหน้าเข้ารื้อสิ่งกีดขวาง และชุดดึงดันเข้าปฏิบัติการเปิดทางให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่มีการใช้อาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่ประกอบด้วยหนังสติ๊กแบบเลเซอร์โดยใช้หัวน็อต ลูกแก้ว เป็นอาวุธ มีการสร้างสถานการณ์โดยใช้พลุตะไล (ทำจากท่อพีวีซี) ระเบิดปิงปอง รวมถึงอาวุธปืน และมีการใช้รถยนต์ตู้ที่ใช้ขนอุปกรณ์การป้องกันตัวและอุปกรณ์การตอบโต้เจ้าหน้าที่ เช่น ระเบิดควันพุ เสื้อเกราะอ่อน ไปยังจุดชุมนุม ส่วนเรื่องการแต่งกายไม่ต้องติดสัญลักษณ์ WEVO โดยจะมีสัญลักษณ์พิเศษแจกที่หน้างาน รองเท้าผ้าใบ , อุปกรณ์เซฟตี้ , ถุงมือหนังพร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด (หน้ากากกันแก๊ส , วิทยุ , ไฟฉาย , เสื้อเวสบรรจุแผ่นเกราะ)
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 7 ส.ค.ชุดจับกุมได้พบ รถตู้สีขาวต้องสงสัย ทะเบียน บฉ 2068 สมุทรสาคร จึงเข้าไปตรวจสอบและพบว่านายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ของกลุ่ม wivo ติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นและพบของกลาง 11 รายการ บริเวณท้ายรถตู้ คือ เข็มขัดสนาม , ปลอกแขนเกาะแบบผ้า , กระเป๋าเป้สีดำ , หนังสติ๊ก 1 อัน , หัวน็อตตัวเมียจำนวน 11 ตัว , ลูกแก้ , ลูกดิน , พลุควันสีแบบดึงสลักจำนวน 5 อัน , วิทยุสื่อสารสองเครื่อง , กระบองเหล็กยืดหดได้ (ดิ้ว)
ต่อมามี นายจิรพงษ์ ผู้และนายทนง ผู้ต้องหาที่ 2 - 3 เดินมาแสดงตัวกับตำรวจว่าเป็นบุคคลในกลุ่ม wivo โดยทั้ง 2 คน ได้พกวิทยุสื่อสารด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า วิช ทะเบียน ชผ 3408 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียง และพบ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ และพบนายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 นั่งอยู่เบาะด้านข้าง มี น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น และพบของกลางอีก 5 รายการ ประกอบด้วย หน้ากากป้องกันแก๊ส , เข็มขัดสนาม , วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณเบาะหลัง จากนั้นจึงได้ทำการจับกุม และยึดของกลางดำเนินคดี
โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ดังนี้
นายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร , มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตและพกพาอาวุธ (กระบองเหล็กยืดหดได้) ไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก , 371 , พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 , 23
นายจิรพงศ์ นายทนง ผู้ต้องหาที่ 2 - 3 และ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก
นายณัฐพงษ์ และ น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 4 - 5 ผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร , มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก , 210 วรรคแรก , พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 , 23
เหตุเกิดที่ลานจอดรถของวัดมหรรณพารามวรวิหาร ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธโดยตลอด
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี