546.jpg
พนักงานไอเฟคยื่นหนังสือร้อง ‘รมว.แรงงาน’ เร่งคืนสิทธิประกันตนจี้เชือดนายจ้างแจ้งเท็จ

พนักงานไอเฟคยื่นหนังสือร้อง ‘รมว.แรงงาน’ เร่งคืนสิทธิประกันตนจี้เชือดนายจ้างแจ้งเท็จ

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.30 น.

10 ส.ค.2564 ตัวแทนกลุ่มพนักงานบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ได้เดินทางมายังกระทรวงแรงงานเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผ่านนายกฤตพัฒน์ ครุฑกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจและประเมินผล กระทรวงแรงงาน กรณีพนักงานไอเฟค ได้รับความเสียหายจากกรณีการถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายของกรรมการบริษัทไอเฟค โดยเจตนาเพื่อไม่จ่ายค่าจ้างให้พนักงานของบริษัทไอเฟค และบริษัทย่อย นับตั้งแต่เดือน ส.ค.62ทั้งยังได้ละเมิดสัญญาจ้างโดยการยกเลิกสวัสดิการประกันชีวิต ประกันสุขภาพของพนักงาน เจตนาไม่นำส่งเงินทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และยังได้จดแจ้งข้อมูลอันมิชอบต่อสำนักงานประกันสังคม ให้พนักงานของบริษัทฯ ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน ทั้ง ๆ ที่พนักงานทุกคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัทอยู่ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพนักงาน เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ฝ่าฝืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษคดีแรงงาน ที่มีคำพิพากษาให้นายจ้าง ซึ่งหมายถึงไอเฟค จ่ายเงินตามคำสั่งเจ้าพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 พร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี ให้แก่ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับแต่ได้ทราบคำสั่ง(เมื่อวันที่ 9 มี.ค.64)

 

ต่อมา นายจ้างได้เป็นโจทย์ฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ต่อศาลแรงงานกลาง ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้อง และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ให้คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุด การที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 70 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 124 วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ การยื่นหนังสือของตัวแทนพนักงานไอเฟคต่อ รมว.แรงงาน ในครั้งนี้ เพื่อขอความเป็นธรรม และเร่งรัดคืนสิทธิการเป็นผู้ประกันตนให้แก่พนักงานของบริษัทฯ เนื่องจากคดีได้ถึงที่สุดแล้ว และขอให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้จดแจ้งเท็จต่อสำนักงานประกันสังคม เพื่อขจัดภัยสังคมในครั้งนี้


เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ (10 ส.ค.) อีกด้านหนึ่งตัวแทนพนักงานไอเฟค ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี ขอให้กวดขันเจ้าหน้าที่ และเร่งเยียวยาพนักงานไอเฟค ที่ถูกริดลอนสิทธิโดยนายจ้าง  ทั้งนี้ หลังจากศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษคดีแรงงาน มีคำพิพากษาให้นายจ้างจ่ายเงินตามคำสั่งเจ้าพนักงานตรวจแรงงานแล้วนั้น ปรากฎว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แทนที่จะรีบปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กลับให้คำตอบกับพนักงานในทำนองที่อาจจะไปขยายฎีกาคัดค้านคำสั่งทางปกครองเสียเอง และไม่สนใจพนักงานที่ถูกรังแก ซึ่ง เป็นเรื่องแปลก เพราะคำสั่งอุทธรณ์ที่ออกมานั้น ศาลสั่งชัดแจ้งแล้วว่าไม่รับอุทธรณ์ เพราะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง โดยคดีนี้นายจ้างกล่าวหาว่าไม่ใช่ลูกจ้างจึงไม่จ่ายเงิน ทั้งๆ ที่พนักงานทุกคนทำงานมาก่อนกรรมการชุดดังกล่าวจะเข้ามาบริหารเสียอีก ประกอบกับล่าสุด คำสั่งเจ้าพนักงานตรวจแรงงานที่ให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนของเดือนธันวาคม 2563 ศาลไม่รับฟ้อง คดีเป็นที่สุด

 

นิติกรชำนาญการสำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แล้ว เพื่อให้นายจ้างดำเนินการจ่ายเงินและค่าปรับ จึงเป็นการยืนยันสิทธิของพนักงานอีกทอดหนึ่ง ในวันนี้ตัวแทนพนักงานฯ จึงได้ขอให้อธิบดีกรมบังคับคดี เร่งรัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง และคำสั่งศาลโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งยังไม่ได้รับการเยียวยาในช่วงโรคโควิด-19ระบาดนี้ ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ นอกจากทำให้เกิดความเสียหายและละเมิดสิทธิพนักงานแล้ว ยังสร้างภาระความเสียหายให้กับเจ้าหนี้ด้วย เนื่องจากบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ (ไอเฟค) ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เข้าสู่กระบวนฟ้องลเมละลาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top