546.jpg
‘สมุทรสงคราม’ เปิด รพ.สนามแห่งที่ 4 พร้อมรับผู้ป่วยโควิด

‘สมุทรสงคราม’ เปิด รพ.สนามแห่งที่ 4 พร้อมรับผู้ป่วยโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.33 น.

'สมุทรสงคราม' เปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 พร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ถึง 250 เตียง  ในขณะที่ มีผู้ติดเชื้อเกือบ 4 พันราย  ส่วนใหญ่ เป็นแรงงานต่างด้าว

12 ส.ค.64 ที่วัดบางคณฑีนอก ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที  จ.สมุทรสงคราม   พระปลัดบุญเยี่ยม รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคณฑีนอก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  นายชรัส  บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกัน เปิดโรงพยาบาลสนาม ณ วัด บางคณฑีนอก พร้อมด้วยนายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที นายแพทย์เดชา มีสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนภาลัย นายสุพรรณ ลิ้มสัจจาพาณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลกระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม


 

 

สำหรับโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสและคณะกรรมการ วัด บางคณฑี ให้ใช้สถานที่ศาลาการเปรียญ 2 ศาลา จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 250 เตียง มีการแบ่งโซนผู้ป่วยชาย/หญิง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม ได้รับความสะดวกสบายตามสมควร โดยได้รับการสนับสนุนงบ ประมาณในการปรับปรับปรุงจากเทศบาลตำบล กระดังงา อุปกรณ์ต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

ในส่วนของการบริหารจัดการ ด้านบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาล สนาม เป็นบุคลากรจากโรงพยาบาลนภาลัย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางคนที ผลัดเปลี่ยนเวรปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดี  สำหรับอำเภอบางคนที ในขณะนี้ ใช้วัดเปิดเป็นโรงพยาบาลสนาม  สำหรับผู้ป่วยด้วยโรค เชื้อไวรัส โควิค  19 ทั้งนี้ 2 วัดด้วยกัน  คือ วัดเกตการาม  ที่เป็นสายธรรมยุตินิกาย และเป็นวัดของเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุติ และวัดบางคณฑีนอก สายธรรมยุติ เช่นเดียวกัน  โดยทางวัดทั้ง 2 แห่ง ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากอนุญาต ให้ใช้สถานที่แล้ว  ยังนำอาหาร และน้ำดื่ม มาให้ผู้ป่วยอีกด้วย

 

 

นายชรัส บุญณสะ  ผู้ว่าราชการสมุทรสงคราม กล่าวว่า ในขณะนี้ จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ป่วยจาก เชื้อไวรัส โควิค-19 รวม 3,478 ราย พบเพิ่มเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 196 ราย กำลังรักษา 1,954 รักษาหายแล้ว 1,487  เสียชีวิต 37 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่  เป็นแรงงานภาคประมง ทะเล โรงงานอาหารทะเลแปรรูป ลูกจ้างในร้านอาหาร กรรมกรก่อสร้าง  มีเด็กนักเรียน ยังไม่ถึง 100 ราย ที่น่าวิตกคือประเภทติดเชื้อแล้ว ไม่แจ้งให้ทางสาธารณสุขทราบพอไปรับตัวมารักษา  อาการก็หนักแล้ว บางรายอยู่ได้ 1 วันก็เสียชีวิต  คนใกล้ชิดคนไข้  ต้องแจ้งให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ  หากล่าช้า  นอกจากตัวเองเสียชีวิตแล้ว  ยังส่งผลให้ คนใกล้เคียงติดเชื้อด้วย  

 

 

นอกจากนี้ทางจังหวัดสมุทรสงคราม ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน  ประชาชน พระภิกษุ สามเณร   ตลอดจน หมอพื้นบ้าน  ปราชญ์ท้องถิ่น  บริจาค  ตัวยา ฟ้าทลายโจร  ทั้งเป็นต้นเป็นๆ เป็นเม็ดยาแล้ว เป็นยาน้ำ  ที่ มีฟ้าทลายโจร มีสัดส่วนค่อนข้างมากในตัวยา บริจาคให้ทุกคนที่ ต้องสงสัยในตนเองและคนในครอบครัว  ที่ยังไม่แสดงอาการเด่นชัด  นำไปทาน หากได้ผล  ก็กักตัวเอง อยู่ในบ้านพักที่เป็นส่วนตัว  เวลานอน และทานอาหารไม่ร่วมทำกิจกรรม  ร่วมกัน  เกิน ๑๔ วันไปแล้ว ก็จะมั่นใจได้ว่า ไม่ติดเชื้อโควิค ๑๙ และปลอดภัยในชีวิตค่อนข้าง แน่นอน   ใครอยากได้ยาฟ้าทลายโจร  ติดต่อที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน  โรงพยาบาลในตำบลที่เรียกกันว่า รพ.สต. หรือติดต่อผ่านไปทาง อสม. ในหมู่บ้านของท่านก็ได้  เพราะทางจังหวัดได้ มอบหน้าที่ให้ทุกหน่วยงานไปแล้ว   เพื่อแบ่งงานกันไปปฏิบัติร่วมกัน

 

 

แต่เท่าที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ประชาชน  จิตอาสาและอสม. และผู้นำทางศาสนา  ทั้ง 3 ศาสนา ตลอดจนชาวบ้าน ให้ความร่วมมือดีมาก เปิดโรงพยาบาลสนามที่ไหน  บ้านใกล้เรือนเคียง นำอาหารและน้ำดื่มมาให้ผู้ป่วยไม่รังเกียจ บางคนมาด้วยตนเองไม่ได้ ก็ฝากคนใกล้ชิดนำมา ให้  ดังนิยาม ว่า คนไทยไม่ทิ้งกันและคนแม่กลองก็ไม่ทิ้งกัน เช่นกัน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top