กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) หนุน โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข หลังร่วมเป็นอนุกรรมการขับเคลื่อน ดันแนวทางคืนความสวยให้วัดปลอดขยะ และจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเผยว่าวัด คือศูนย์กลางของชุมชน นับเป็นเสาหลักในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ นับเป็นสถานที่สำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทย แต่ขณะเดียวกันพบว่า จากที่ผู้คนในทุกระดับมาวัดเป็นจำนวนมาก ได้ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องของความสะอาดความไม่เรียบร้อย ขาดการวางระบบการจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับวัด
รวมทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะภายในวัดยังไม่เป็นระบบ ดังนั้น มหาเถรสมาคม จึงได้ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมอนามัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยจัดทำ “โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขึ้น
“โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบและนำแนวคิดของ 5 ส ซึ่งประกอบไปด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย ลงสู่บริบทของวัดและชุมชน และเพื่อส่งเสริมให้วัดเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ พื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่ทางจิตใจและปัญญา โดยการบูรณาการแนวคิด 5 ส หลักสัปปายะ 7 และหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ประชาชนโดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งเพื่อพัฒนาและจัดระบบฐานข้อมูล องค์ความรู้ในการพัฒนาวัดและชุมชน รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ของวัดให้เป็นสัปปายะสถานและการพัฒนาสู่วิถีแห่งอารยสถาปัตย์ และรวมถึงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในสังคมไทย รวมถึงกลุ่มวิชาชีพ ตื่นตัวเรื่องการช่วยเหลือสังคม การมีจิตอาสา ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อทำให้เกิดสังคมสุขภาวะและความยั่งยืน ภายใต้พันธกิจต่าง ๆที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายสำคัญ “วัดสวยด้วยความสุข” และ “การสร้างวัดในใจคน”โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา มีวัดเข้าร่วมโครงการถึง 1,500 วัด ”

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการ ในวันนี้ ( 30 ส.ค. 64)คณะอนุกรรมการโครงการ วัด ประชารัฐ สร้างสุข ได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการ วัด ประชารัฐ สร้างสุข หนกลาง ประจำปี 2564 ขึ้น ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธาน พร้อมมอบโล่รางวัลวัดต้นแบบ ปี 2563 หนกลางแก่ 4 วัดที่มีผลงานดีเด่น จำนวน 4 วัด ประกอบด้วย วัดชมภูเวก อ.เมือง นนทบุรี ระดับดีเยี่ยม, วัดตะโก อ.พาชี อยุธยา ระดับดีเยี่ยม, วัดป่าประดู่ อ.เมือง ระยอง ระดับดีเด่น และวัดโพธิแจ้ อ.เมือง สมุทรสาคร ระดับดีซึ่งการมอบโล่รางวัลวัดต้นแบบที่เหลือของหนเหนือ หนใต้ และหนตะวันออก มีกำหนดที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ ยังได้มีการมอบตราตั้งอนุกรรมการ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ให้กับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามมติของมหาเถรสมาคมอีกด้วย
“นอกจากร่วมเป็นอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังมีหน้าที่รับผิดชอบด้านสนับสนุนความรู้ และแนะนำทางด้านวิชาการ การจัดการสิ่งแวดล้อมในวัด เช่น การจัดการขยะ การจัดการสภาพแวดล้อมให้เป็นเป็นระเบียบและปลอดภัย พร้อมร่วมตรวจเยี่ยมและตรวจประเมินวัดที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ตามแนวปฏิบัติที่กำหนดตามเป้าหมายของโครงการฯ ที่เรียกว่า 3-5-7-9 สู่ความยั่งยืนดังนั้น ถือว่าเป็นโครงการที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับพันธกิจของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านสร้างจิตสำนึก เพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถของประชาชนในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่นำมาซึ่งการร่วมกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป”นายสุรชัย กล่าวในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี