วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
HAC.ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ก้าวออกจากรั้วการศึกษาสู่การใช้งานจริง  เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้และเทคโนโลยี

HAC.ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ก้าวออกจากรั้วการศึกษาสู่การใช้งานจริง เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้และเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag : ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี HAC.
  •  

เป็นที่ยอมรับกันว่าเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญและสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้แก้โจทย์ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการและยังคงมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์

Hospital Automation Research Center หรือ HAC เป็นศูนย์ที่มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ที่นำไปใช้ในโรงพยาบาล จัดตั้งขึ้นภายใต้สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2563 วัตถุประสงค์เพื่อต้องการขับเคลื่อนองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในห้องแล็บจากรั้วมหาวิทยาลัยออกไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ โดยการผูก partner ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐและโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 70 แห่ง มีเป้าหมายหลักคือไปสู่การผลักดันเทคโนโลยีให้เข้าสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ ปัจจุบัน HAC ถือเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาชั้นนำด้านนวัตกรรมระบบอัตโนมัติของโรงพยาบาล แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้ก่อตั้งศูนย์ กล่าวถึงที่มาของศูนย์ Hospital Automation Research Center ว่า HAC เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มอาจารย์ในฟีโบ้ที่ทำ Robot Automation หรือ AI งานที่เกี่ยวกับการแพทย์ สุขภาพ และ Healthcare และมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศกว่า 30 แห่งมีผลงานสะสมมาไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอาจารย์ที่มีแนวคิดคล้ายกันในการที่จะผลักดันองค์ความรู้และ Technology จากมหาวิทยาลัยออกไปขยายผลต่อสู่การใช้จริงในเชิงพาณิชย์รวมถึงการผลักดันให้เกิด Start-ups ให้มากขึ้น

“ฟีโบ้ นอกจากหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว ยังมีงานวิจัยเรื่องหุ่นยนต์ทุกแขนง ซึ่งในขณะนี้อาจมองได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มบริการภาคอุตสาหกรรม กลุ่มการศึกษา และกลุ่มทางการแพทย์ ซึ่งมีผลงานอยู่มากมาย ทางกลุ่มอาจารย์ที่ทำ Robot Automation หรือ AI ที่เกี่ยวกับ Medical และ Healthcare เองจึงได้ทดลองมารวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นศูนย์ HAC ขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์ต้นแบบ และต้องการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของเราให้ไปสู่การใช้งานจริง โดยการผูกพันธมิตรกับทุกภาคส่วนทั้งระดับสากลและระดับประเทศเข้าด้วยกัน” ผศ.ดร.สุภชัย กล่าว

ปัจจุบัน HAC มีเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐภาคเอกชน และโรงพยาบาล รวมกันกว่า 70 แห่ง โดยมีภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเป็นพันธมิตรในด้านการทำตลาด การลงทุนและสนับสนุนด้านการผลิต ส่วนหน่วยงานภาครัฐ ให้การสนับสนุนเรื่องของแหล่งทุนและเรื่องของมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศร่วมเป็นพันธมิตรทั้งจากเยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และภาคที่สำคัญคือ โรงพยาบาลในฐานะผู้ใช้และส่วนของการขยายผล โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็น eco system แบบครบวงจร โดยมี HAC เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนระบบดังกล่าวให้เกิดขึ้น

ด้านผลงานศูนย์ HAC-FIBO แม้จะเพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ แต่มีผลงานวิจัยอยู่มากมาย มีทั้งสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรมากกว่า 30 ฉบับ มีผลงานทางด้านวิชาการมากกว่า 60 ผลงาน มีผลงานที่ได้รับรางวัลระดับชาติและนานาชาติอีกกว่า 10 รางวัล ที่สำคัญ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและถูกนำมาใช้จริงแล้วอีกหลายผลงาน ได้แก่ CARVER หุ่นยนต์ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ สำหรับผู้ป่วยในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล พร้อมฟอกอากาศและฆ่าเชื้อไวรัส และ CARVER-Mini หุ่นยนต์ขนอาหารและยา สำหรับโรงพยาบาลสนาม เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ช่วยอำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19, Sensible Series หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้กลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติมากขึ้น เช่น การเดิน การเคลื่อนไหวแขน, NEF ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวบนเตียง ช่วยบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วยที่ต้องพักฟื้นอยู่บนเตียง ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ป่วย ประเมินความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เช่น พลัดตกเตียง รวมทั้งการเกิดแผลกดทับ โดยการแจ้งเตือน, ระบบจัดการและลำเลียงยาอัตโนมัติในโรงพยาบาล เพิ่มความแม่นยำด้านเภสัชกรรมและความรวดเร็วในการบริการ, และ การใช้ AI วินิจฉัยโรคจากฟิล์ม X-ray ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้ได้เข้าไปใช้จริงในโรงพยาบาลแล้วทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก ได้แก่ ระบบ AI คัดกรองผู้ป่วยที่มีภาวะตาเหลือง ซึ่งเป็นอาการที่แสดงออกถึงความผิดปกติของตับ โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว เป็นผลงานที่ร่วมกันพัฒนาขึ้นกับภาคเอกชน FREAK Lab มจธ. และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หุ่นยนต์ถือกล้องในการผ่าตัดกระดูกที่กำลังพัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ และระบบหุ่นยนต์ช่วยในการจัดการและทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัด เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานของแพทย์และพยาบาล ระบบ PharmaHome, ระบบจ่ายยาส่วนบุคคลที่จะช่วยในการติดตามการกินยาของผู้ป่วยที่บ้านเพื่อลดความผิดพลาดในการรับประทานยาและทำให้การรักษามีประสิทธิผลสูงสุด เป็นต้น

ผศ.ดร.สุภชัย กล่าวเสริมว่า กรณีโรคตาเหลือง หรือโรคที่เกี่ยวกับตับนั้นในต่างประเทศยังไม่มีการวิจัยเกี่ยวกับการนำระบบ AI มาใช้ เนื่องจากโรคตาเหลืองถือเป็นโรคประจำถิ่นในแถบภูมิภาคเอเชีย คนไทยหรือคนเอเชียจึงมักจะมีปัญหาเรื่องตับกันเยอะมาก ขณะที่พบน้อยมากในประเทศตะวันตก จึงไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งปกติการวินิจฉัยโรคนี้จะต้องเจาะเลือดไปตรวจในห้องแล็บ และการติดตามผลค่อนข้างยาก แต่ตอนนี้เรามีการพัฒนา AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ โดยร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน FREAK Lab มจธ. และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจะมีประโยชน์มากเพราะจะทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคสะดวกรวดเร็วขึ้นและง่ายต่อการติดตามผล

รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ FIBO กล่าวยอมรับว่า “การรวมกลุ่มหุ่นยนต์ทางการแพทย์เอาไว้ในศูนย์ HAC@FIBO จะช่วยให้คนภายนอกได้เห็นว่าเรามีผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปธรรมและศักยภาพอย่างไรบ้าง ซึ่งก็จะทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น และการรวมผลงานเฉพาะกลุ่มยังช่วยเรื่องของการหาแหล่งทุน และมี impact มากขึ้น เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่เคยมีการจัดตั้งศูนย์ลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นงานวิจัย แต่ HAC เน้นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์นำไปใช้ในโรงพยาบาลเป็นหลัก โดยเน้นการร่วมพัฒนากับโรงพยาบาลและพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานจริง ซึ่งแม้แต่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือในเอเชียก็ยังไม่มีที่ไหนทำเหมือนเรา”

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ใครทำก็ซวย? อนุทิน ลั่นไม่ใช่ ภูมิใจไทย หลังถูกถามปมกระแสซื้อเสียง กทม. สูงลิ่ว 7,000 บาท

สุริยะใส ปูด เฉินจือ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ จ่อแฉบิ๊กการเมืองไทย เป็นหุ้นส่วนใหญ่

อิหร่าน ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตชั่วคราว หลังถูกตัดขาดนานกว่า 10 วัน

เกม พงศ์พล ขี่ซาเล้งบุกวัดสร้อยทอง-ชุมชนสีน้ำเงิน ฟังเสียงสะท้อนเน็ตช้า-ยาเสพติด

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved