‘สช.’ หนุนเยาวชนเพิ่มทักษะการออมเงินกับ ‘กอช.’  ให้รู้จักบริหารจัดการ วางแผนใช้จ่าย และมีวินัยการเงิน

‘สช.’ หนุนเยาวชนเพิ่มทักษะการออมเงินกับ ‘กอช.’ ให้รู้จักบริหารจัดการ วางแผนใช้จ่าย และมีวินัยการเงิน

วันอังคาร ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

กระทรวงศึกษาธิการ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมการออม ระหว่าง กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในกลุ่มนักเรียน สังกัด สช. ให้มีเงินออมกับ กอช. ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ โดย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานและมอบนโยบาย นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วยบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากสถานศึกษาเอกชน ที่เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภายใต้สังกัด สช. รับมอบนโยบายเพื่อดำเนินการส่งเสริมการออมเพื่ออนาคต ในสถานศึกษา ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference)

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ความร่วมมือกันระหว่าง กอช. กับ สช. ก็เพื่อให้นักเรียนในสังกัด ได้รู้จักบริหารจัดการด้านการเงินของตนเอง รู้จักการวางแผนการใช้จ่าย และการฝึกวินัยทางการเงิน และรับสิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิก กอช. ดั่งคำพังเพยที่ว่า “มีสลึง พึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์” ซึ่งสอนให้คนไทยรู้จักการออมและการบริหารจัดการด้านการเงินของตนเองให้เพียงพอ และพอเพียงในการใช้จ่าย ดังนั้น การส่งเสริมการออมในโรงเรียนเอกชน จึงเป็นทั้งการให้การศึกษา การปฏิบัติจริงในการออม ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนจนถึงวัยเริ่มต้นชีวิตการทำงาน และเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงการสะสมเงินเพียงอย่างเดียว ครูสามารถเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียน สอนและชวนให้นักเรียนปฏิบัติด้วยการเรียนรู้และศึกษาการจัดการเงินเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ และฝากให้สถานศึกษาในสังกัด สช. ทุกแห่ง ช่วยกันผลักดัน ส่งเสริมการปลูกฝังวินัยด้านการออม และวางแผนทางการเงินตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งข้อดีของการออมกับ กอช. นั้น เมื่อออมเงินรัฐบาลก็จะสมทบเงินเพิ่มให้ เงินสะสมและเงินสมทบ รวมทั้งดอกผลที่เกิดขึ้น เพิ่มความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”


ด้าน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า ความร่วมมือในวันนี้ ได้ส่งเสริมการออมในโรงเรียนเอกชน จำนวน 840 แห่ง ซึ่งจะร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายนี้ในระดับสถานศึกษา และมีการติดตามประเมินผลการส่งเสริมการออมในโรงเรียนเอกชนต่อไป ซึ่งการส่งเสริมการออม เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่ สช. ได้ดำเนินการสนับสนุนให้กิจกรรมการออมเงิน เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนในสังกัด สช. ที่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก กอช. ให้สมัครเป็นสมาชิก เพื่อเป็นการจัดการออมของตนในอนาคต โดยมีรัฐบาลค้ำประกัน และให้เงินสมทบในการออม ผู้ที่เป็นสมาชิกกับ กอช. จนอายุครบ 60 ปี ก็จะมีบำนาญใช้ตลอดชีวิต

“การออมจึงไม่ใช่เพียงการสะสมเงิน หรือการมีสวัสดิการเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการให้การศึกษา หรือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียนจะต้องสอนให้นักเรียน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้รู้จักบริหารจัดการด้านการเงินของตนเอง รู้จักการวางแผนการใช้จ่าย และการฝึกวินัยทางการเงิน ซึ่งไม่เพียงแต่นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในระบบเท่านั้น นักเรียนในโรงเรียนนอกระบบก็ควรจะต้องสอน สอดแทรกความรู้แง่คิดมุมมองในเรื่องนี้ให้กับผู้เรียนของโรงเรียนเอกชนด้วย ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาจึงควรจะตระหนักในการส่งเสริมการออม และการให้การศึกษาเรื่องการวางแผนจัดการด้านการเงินให้กับผู้เรียนด้วย”

ขณะที่ น.ส.จารุลักษณ์ กล่าวว่า กองทุนการออมแห่งชาติหรือ กอช. เป็นกองทุนบำนาญพื้นฐานภาคประชาชน ในการดูแลแรงงานนอกระบบให้มีบำนาญ โดยเริ่มเป็นสมาชิกได้ ตั้งแต่วัยเรียนอายุ 15 ปี จนเริ่มเข้าสู่วัยทำงานถึงอายุ 60 ปีเพื่อเตรียมความพร้อมทางการเงินในอนาคต การวางแผนทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่เยาวชนควรได้รับความรู้เป็นพื้นฐานของการบริหารเงินให้รู้จักใช้เงินอย่างรู้คุณค่าสอดคล้องกับ
หนึ่งในวิชาเรียนการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการบริหารเงินต่อยอดเงินออมให้งอกเงย มีมากออมมาก มีน้อยออมน้อย โดยการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี ได้เงินสมทบเพิ่มตามช่วงอายุของสมาชิก เช่น อายุ 15-30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมสะสมสูงสุด 600 บาทต่อปี อายุ >30-50 ปี รัฐสมทบให้80% ของเงินออมสะสมสูงสุด 960 บาทต่อปี อายุ >50- 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออมสะสมสูงสุด 1,200 บาทต่อปี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top