546.jpg
ตม.รวบหนุ่มแสบตุ๋นเจ้าของโรงแรมดัง หลอกช่วยขายกิจการ สูญเงิน 33 ล้าน

ตม.รวบหนุ่มแสบตุ๋นเจ้าของโรงแรมดัง หลอกช่วยขายกิจการ สูญเงิน 33 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.16 น.

ผบช.สตม.นำแถลงรวบหนุ่มแสบตุ๋นเจ้าของโรงแรมดัง หลอกช่วยขายกิจการ เซ่นพิษโควิด-19 สูญเงินกว่า 33 ล้านบาท แฉปลอมเสียง อ้างเป็นนายหน้าทุนสิงคโปร์ รู้จักคนระดับบิ๊ก

30 กันยายน 2564 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. , พ.ต.อ.ชาติชาย ตันติวุฒิวร ผกก.1 บก.สส.สตม. , พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายธีรเสฏฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”


สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ได้ประกาศขายกิจการโรงแรม 3 แห่ง เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนด้านการเงินอย่างหนักในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อมาได้มีนายหน้าติดต่อสอบถามเรื่องการซื้อขายกิจการโรงแรมกับผู้เสียหายและแนะนำให้รู้จักกับบุคคลใช้ชื่อ “ไบรอั้น” ทราบชื่อภายหลัง คือ นายธีรเสฏฐ์ โดยนายไบรอั้นอ้างว่าเป็นเลขาของนายทุนจากประเทศสิงคโปร์ สนใจจะซื้อกิจการโรงแรม 3 แห่ง ซึ่งผู้เสียหายได้พูดคุยกับนายไบรอั้นเรื่อยมาจนมีความสนิทสนมเชื่อใจ

ต่อมา นายธีรเสฏฐ์ หรือไบรอั้น ได้ปลอมเป็นนายทุนชาวสิงคโปร์ ใช้ชื่อ MR.JANG (นายจาง) โทรศัพท์ติดต่อขอซื้อกิจการโรงแรมจากผู้เสียหายทั้งสิ้นกว่า 4,300 ล้านบาท แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดการทำสัญญาซื้อขายนายธีรเสฏฐ์ฯ แจ้งว่าเงินสดจำนวนกว่า 6,000 ล้านบาท ที่จะนำเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ติดปัญหาเรื่องภาษีอยู่ที่กรมสรรพากรทำให้ยังไม่สามารถนำเงินออกมาได้ โดยมีการแอบอ้างว่าเพื่อให้ธุรกิจการซื้อขายกิจการโรงแรมเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว จะต้องมีการจ่ายเงินค่าดำเนินการให้กับบุคคลระดับสูงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายราย และพูดจาหว่านล้อมผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีของนายธีรเสฏฐ์ เพื่อจะได้นำเงินไปมอบให้ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้นำทั้งเงินสดไปให้ด้วยตนเองและโอนเงินเข้าบัญชีของนายธีรเสฏฐ์ฯ เรื่อยมา ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2563 ถึง กันยายน 2564 รวม 276 ครั้ง มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 32,810,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เสียหายพยายามถามถึงนายทุนชาวสิงคโปร์และบุคคลที่นายธีรเสฏฐ์ กล่าวอ้างว่าจะพาไปพบนั้น กลับถูกนายธีรเสฏฐ์บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสงสัยเนื่องจากได้โอนเงินให้นายธีรเสฏฐ์ ไปจำนวนหลายล้านบาท แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการซื้อขายกิจการโรงแรมแต่อย่างใด จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ให้ช่วยสืบสวนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่                   

ชุดสืบสวน สตม. จึงได้ร่วมกันพิสูจน์ทราบจนพบว่า MR.JANG , ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และบุคคลระดับสูง และนายธีรเสฏฐ์หรือไบรอั้น คือ บุคคลคนเดียวกัน ซึ่งจะติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์และมีการปลอมเสียงเป็นบุคคลต่างๆ จากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายติดต่อกับบุคคลที่นายธีรเสฏฐ์กล่าวอ้างก็พบว่าผู้เปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์คือนายธีรเสฏฐ์ เช่นกัน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกให้โอนเงิน และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน

ชุดสืบสวน สตม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมอบให้ สน.ปทุมวัน ดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธีรเสฏฐ์ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” ตามหมายจับศาลอาญา กรุงเทพใต้

นายธีรเสฏฐ์ รับว่าตนเป็นผู้หลอกลวงนายหน้าให้ไปติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อประสานงานซื้อขายกิจการโรงแรม และแนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับตน อีกทั้งตนคือผู้ปลอมเสียงเป็นบุคคลระดับสูงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เอง รวมถึงนายทุนชาวสิงคโปร์ (MR.JANG) มีการนำรูปภาพบุคคลที่กล่าวอ้างมาจากใน Internet ส่งให้ผู้เสียหายดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีตัวตนและสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้จริง จากการตรวจค้นสัมภาระของนายธีรเสฏฐ์ ซึ่งน่าเชื่อว่าได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหายและใช้กระทำความผิด พบเงินสด จำนวน 184,000 บาท , โทรศัพท์มือถือ , สมุดบัญชีธนาคาร , บัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ รวมจำนวน 23 รายการ ซึ่งชุดจับกุม สตม. ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม./โฆษก สตม. , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1/รองโฆษก สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนการขนแรงงานต่างด้าวเข้ ออกพื้นที่จังหวัดที่มีคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค  โควิด-19 และรวมถึงการที่คนต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ทั้งนี้ สตม. ขอเรียนว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top