ชงคลายล็อกเพิ่ม
จว.แดงเข้มป่วยต่ำกว่าร้อยคน
ไทยติดรายใหม่9,866/ดับ102
ศธ.ชี้พ่อแม่สมัครใจร้อยละ80
ไฟเขียวนักเรียนฉีดไฟเซอร์
ฉีดนร.2วันไม่มีผลข้างเคียง
ยอดติดเชื้อโควิดไทยยังต้องเฝ้าระวัง พบรายใหม่ 9,866 ราย ตาย 102 ศพ ฉีดวัคซีนเพิ่มวันเดียวได้อีก 7.3 แสนโดส สะสมกว่า 56 ล้านโดส ส่วนนักเรียนอายุ12 ปี ขึ้นไป เข้ารับไฟเซอร์แล้วกว่า 43 หมื่นคน ปชช.รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 30% ของประชากร ด้าน“อนุทิน–ตรีนุช”นำคณะตรวจเยี่ยมฉีดไฟเวอร์ให้นักเรียนที่ ระบุ2วันยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ขีดเส้น1เดือนฉีดให้ครบ 5 ล้านคนเพื่อเปิดเรียนได้ตามปกติ ด้านรมว.ศธ.เผยพ่อแม่ยอมให้นร.ฉีดไฟเซอร์เพิ่มอีกกว่าแสนคน รวม 80% แล้ว สปสช.เดินหน้าแจกชุด ATK 2.5 แสนชุด ให้ 4 กิจการเกี่ยวกับร้านอาหารใช้ตรวจหาเชื้อทุก 7 วัน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยยอดติดเชื้อและเสียชีวิตยังไม่คงที่
ไทยติดเชื้อรายใหม่9,866ตาย102
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,866 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,805 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,797 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,008 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 45 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,667,097 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 10,115 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม ตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,541,770 ราย อยู่ระหว่างรักษา 108,022 ราย อาการหนัก 3,017 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 720 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 102 ราย เป็นชาย 51 ราย หญิง 51 ราย เป็นผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป 73 ราย มีโรคเรื้อรัง 22 ราย จังหวัดที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม ตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 17,305 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 236,593,653 ราย เสียชีวิตสะสม 4,831,604 ราย
ฉีดวัคซีนเพิ่ม7.3แสนโดสสะสม56ล.โดส
ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ยังสรุปความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยว่า การรายงานข้อมูลฉีดวัคซีนภาพรวมประจำวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 18.00 น. เพิ่มขึ้น 734,804 โดส ผู้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 262,362 ราย ผู้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 433,665 ราย ผู้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 38,777 ราย จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-5 ตุลาคมเป็นเวลา 220 วัน 56,656,247 โดส ใน 77 จังหวัด ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 33,505,887 ราย (คิดเป็น 46.5% ของประชากร) ซิโนแวค 16,903,130 ราย แอสตราเซเนกา 10,423,072 ราย ซิโนฟาร์ม 5,681,187 ราย ไฟเซอร์ 498,4498 ราย
ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 21,595,916 ราย (คิดเป็น 30% ของประชากร) ซิโนแวค 3,511,666 ราย แอสตราเซเนกา 14,096,703 ราย ซิโนฟาร์ม 3,461,449 ราย ไฟเซอร์ 526,098 ราย ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน1,554,444ราย(คิดเป็ 2.2 %ของประชากร) แอสตราเซเนกา 1,067,436 รายไฟเซอร์ 487,008 ราย
พญ.อภิสมัยยังแถลงถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ขอเน้นย้ำผู้ปกครองและเด็กที่ฉีดวัคซีนให้สังเกตตัวเองภายใน 1 สัปดาห์ เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้มีรายงานกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หากมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอก หน้ามืดเป็นลม หอบเหนื่อยง่าย ใจสั่น ให้รีบไปโรงพยาบาลและแจ้งวันที่ได้รับวัคซีน สำหรับตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมจนถึงวันนี้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนแล้วทั่วประเทศเกือบ 30,000 ราย พบว่าผู้ปกครองให้ความยินยอมประมาณ 3.5 ล้าน เหลืออีกเกือบ 1 ล้านคน ยังไม่ได้ลงทะเบียน หากพร้อมเมื่อไรติดต่อขอรับวัคซีนให้บุตรหลานได้ ซึ่งอัตราเสี่ยงที่จะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการฉีดวัคซีนพบได้น้อย เพื่อจะเป็นภูมิคุ้มกันนำไปสู่การเปิดภาคเรียนได้ช่วงพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม นับถอยหลังเหลือเวลาอีก 87 วัน จะถึงสิ้นปี 2564
อีก15วันชงมาตรการผ่อนคลายเพิ่ม
พญ.อภิสมัยกล่าวว่าที่ประชุม ศปก.ศบค.เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณามาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมอีก2สัปดาห์ข้างหน้า หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด(สีแดงเข้ม)ตัวเลขเริ่มลดลงต่ำกว่า100ราย เช่นอ่างทอง สิงห์บุรีขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวถือว่าระบบสาธารณสุขยังรับไหว
“อนุทิน”เยี่ยมฉีดไฟเซอร์นร.วันที่3
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ รมช ศธ. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. และคณะผู้บริหาร ศธ.และสธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี ที่ ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพฯ มีนักเรียน 2,929 คน แจ้งความประสงค์ฉีด 2,505 คน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย
นายอนุทินกล่าวระหว่างเปิดงานว่า เราต้องการให้ลูกหลานรับวัคซีนเพื่อความปลอดภัย ได้เรียนหนังสือและใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน เพราะต้องมีเพื่อนฝูง มีสังคม เพื่อสั่งสมประสบการณ์วัยเรียน และได้รับการเอาใจใส่จากครูในห้อง สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่ที่นำมาฉีดให้นักเรียนได้ศึกษาวิจัยแล้วว่าฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ แต่ขออย่างเดียวหลังรับวัคซีนแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคเช่นเคย อย่าพูดคุยหัวเราะกันโดยที่ไม่ใส่หน้ากาก สำหรับวันนี้มีหน่วยบริการจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) มาฉีดวัคซีนให้นักเรียน ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี ประมาณ 2,500 คน ส่วนครูรับไปวัคซีนไปแล้ว
นายกฯห่วงเร่งซื้อไฟเซอร์ฉีดนร.4ล.คน
“อยากบอกว่า นายกฯห่วงใย เร่งให้รัฐบาลจัดซื้อไฟเซอร์มาฉีดให้ลูกหลานให้เร็วที่สุด ซึ่งมีกว่า 4 ล้านคน และจะเร่งฉีดวัคซีนให้นักเรียนเสร็จก่อนเปิดเทอม จะได้เปิดเรียนและใช้ชีวิตปกติให้มากที่สุด ก็ขอฝากครูอาจารย์ให้ช่วยดูแลนักเรียน รักษาระยะห่าง ใช้ชีวิตวิถีใหม่( new narmol) ปรับตัวตามสถานการณ์ทุกอย่างก็น่าจะกลับสู่ภาวะปกติ คิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยราบรื่นก่อนเปิดเรียน” นายอนุทินกล่าว และย้ำว่าวัคซีนปลอดภัย แต่ขอว่าหลังฉีดวัคซีนแล้ว 2-3 วัน อย่าเพิ่งออกกำลังกาย ให้ดูอาการข้างเคียงว่ามีหรือไม่ บางคนอาจมีไข้ก็เป็นเรื่องปกติ รับประทานยาแก้ไข้ ดื่มน้ำให้มาก แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติ
ขีดเส้น1เดือนเร่งฉีดนร.ให้ครบ5ล.คน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สธ.และศธ.ร่วมกันจัดวัคซีนมาฉีดให้นักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป เร่งระดมฉีดทั่วประเทศให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีเวลา 1 เดือนที่ต้องเร่งฉีดโดยเด็กอายุ 12-18 ปี รับวัคซีนได้ 5 ล้านคน ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์แล้วประมาณ 3.8 ล้านคน อีกกว่า 1 ล้านคนก็ต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ ผ่านทางการแพทย์ อาจารย์ใหญ่ของ ร.ร.ให้มั่นใจ เพื่อให้ผู้ปกครองอนุญาตให้บุตรหลานมาฉีด การรับวัคซีนถ้วนหน้าจะป้องกันการติดและแพร่เชื้อใน ร.ร.
นายอนุทินกล่าวอีกว่า วันนี้มีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส ตามกำหนดในสัญญา สัปดาห์หน้าจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส ซึ่งเดือนตุลาคม วัคซีนจะเข้ามาทั้งหมด 8 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอกับการฉีดให้นักเรียน ส่วนที่เหลือจะฉีดในคนทั่วไปจะเป็นเข็มแรกหรือบูสเตอร์ก็อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์
ยันวัคซีนตามเป้าพอบูสเตอร์ปี65
“สำหรับการบูสเตอร์ในเด็ก ถ้ามีข้อมูลว่าควรรับเข็มสามเมื่อไร จะจัดให้สธ.ก็ไม่รอช้า ซึ่งการจัดหาจัดซื้อวัคซีนปีนี้เราทำได้ครบถ้วน และจัดนำมาเป็นบูสเตอร์เพียงพอสำหรับปี 2565 สัปดาห์ที่แล้วลงนามจัดซื้อแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส และอยู่ในการเจรจาอีกหลายราย ซึ่งไม่วุ่นวายเหมือนปีนี้ เพราะจะมีวัคซีนในตลาดอีกมามายหลายเทคโนโลยี วัคซีนของไทยเองจะพัฒนา ซึ่งทุกสถาบันวิจัยให้กำหนดการมาว่าในปี 2565 จะเห็นวัคซีนไทยเอามาใช้ได้ เพราะการทดลองเป็นไปตามคาดหมาย” นายอนุทินกล่าว
ฉีด นร.2วันยังไม่มีผลข้างเคียง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับผลฉีดวัคซีนของนักเรียน 2 วันที่ผ่านมา ยังไม่มีอะไรน่าวิตกกังวลเรื่องผลข้างเคียง ผลข้างเคียงมีได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย บางคนมีไข้ เพลีย ก็แนะนำ ช่วงฉีดวัคซีน วันนั้นก็ให้พยายามพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการขึ้นทะเบียนฉีดอายุ 3 ขวบขึ้นไปของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม นายอนุทินกล่าวว่า เราได้ขอให้ส่งเอกสารการวิจัยเข้ามามากที่สุด ซึ่งผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้ขอ อย.ในจีน มีแต่ไปทดลองในประเทศที่จำเป็นมาก ๆ ซึ่งการขึ้นทะเบียนต้องพิจารณาตามมาตรฐาน ดูรายงานผลการศึกษาต่าง ๆ ความปลอดภัย จะใช้ความรู้สึกมาพิจารณาการตัดสินใจสุขภาพ ความปลอดภัย การรับยาวัคซีนไม่ได้ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด
พ่อแม่ยอมให้ลูกฉีดวัคซีนเพิ่มอีกแสน
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการฉีดไฟเซอร์นักเรียน ร.ร.สุรศักดิ์มนตรีว่า การฉีดวัคซีนช่วยลดเสี่ยงรับเชื้อ แต่สิ่งสำคัญคือ มาตรการป้องกันตัว ส่วนการเปิดเรียน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. จะประเมินมาตรการของ ร.ร.ว่าอยู่ในมาตรฐานเปิดเรียนได้หรือไม่ ซึ่งการเปิดเรียนต้องอยู่ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่( new narmol) ดูตามบริบทพื้นที่ อย่าง ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี มีนักเรียนมากกว่า 2 พันคน อาจจะสลับกันมาเรียน ตรงนี้ก็ให้พื้นที่พิจารณาร่วมกัน ส่วนเด็กประถมที่ยังไม้ได้ฉีดวัคซีน ก็ใช้มาตรการสาธารณสุขป้องกันโรค ส่วนผู้ปกครองประสงค์ให้บุตรหลานฉีดวัคซีนมีเพิ่มขึ้นกว่าแสนราย จากที่แจ้งความประสงค์ไว้ 71% เพิ่มมาเป็น 80% ทั่วประเทศ จาก 5 ล้านคน สำหรับการฉีดก็ให้ฉีดที่โรงเรียนเพื่อลดการเดินทาง
นร.รับวัคซีนแล้วกว่า4หมื่นคน
ถามถึงจำนวนการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียนหลังคิกออฟ 2 วันคือ วันที่ 4-5 ตุลาคม ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดำเนินการฉีดไปแล้วประมาณ 4 หมื่นคน
ขณะที่ นางอาลัย พรหมชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นมีนักเรียนประสงค์ฉีดวัคซีน จำนวน 2,505 คน จากนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน คิดเป็นร้อยละ 85.52 สาเหตุที่มีนักเรียนไม่ประสงค์ฉีดกว่า 400 คน เนื่องจากนักเรียนบางคนฉีดไปแล้ว และมีนักเรียนบางส่วนได้รับวัคซีนไฟเซอร์จากโรงพยาบาลเอกชนไปก่อนแล้ว ทั้งนี้ ยังพบว่ามีนักเรียนประมาณ 500 คน ที่ขณะนี้อาศับอยู่ต่างจังหวัด ทางโรงเรียนจะช่วยประสานนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อให้นักเรียนไปรับวัคซีนตามภูมิลำเนาของตน โดยไม่ต้องเดินทางกลับมาฉีดที่โรงเรียน
แจกATK2.5 แสนชุด ให้4 กิจการอาหาร
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมฯสนับสนุนชุดตรวจ ATK 250,000 ชุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ผู้ประกอบกิจการร้านอาหารทั่วประเทศผ่านศูนย์อนามัย ได้แก่ ตลาด 157,452 ชุด, ร้านอาหาร 68,596 ชุด, แผงลอย 18,876 ชุด และเดลิเวอรี 5,076 ชุด รวมทั้งหมด 2.5 แสนชุด สำหรับหลักเกณฑ์ตรวจ ATK แต่ละสถานประกอบการ ขอให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ ดังนี้ 1. ตลาด ต้องเป็นตลาดค้าส่งและตลาดขนาดใหญ่ ให้สุ่มตรวจผู้เสี่ยงสูง 10% ผู้มีประวัติพบผู้ติดเชื้อ ผู้ใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย และผู้มีลักษณะการพักอาศัยที่มีจำนวนคนมาก พักรวมกัน หรือมีความเสี่ยง 2. ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดที่มีประวัติพบผู้ติดเชื้อ ร้านที่พบผู้ติดเชื้อ หรือร้านที่พนักงานยังไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 3. แผงลอย เน้นที่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดที่มีประวัติพบผู้ติดเชื้อหรือสุ่มตรวจ ATK จำหน่ายอาหารในบริเวณเขตพื้นที่ได้รับอนุญาตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือมีปัจจัยเสี่ยงบุคคลในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเป็นโควิด หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด 4. เดลิเวอรี่ ต้องเป็นพนักงานที่ปฏิบัติงานในเขตกทม. ปริมณฑล ที่ยังไม่ได้รฉีดวัคซีน มีปัจจัยเสี่ยงบุคคลในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเป็นโควิด และอยู่ในพื้นที่ระบาด
สปสช. แจงหลักเกณฑ์เยียวยานร.
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวชี้แจงถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป เป้าหมาย 5,048,000 รายทั่วประเทศนั้น เพื่อเฝ้าระวังและไม่ประมาท ที่ผ่านมาคณะทำงานจัดทำแนวทำงานวินิจฉัยรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังการได้รับวัคซีน mRNA จัดทำคำแนะนำ “การวินิจฉัยและรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่เกิดหลังรับวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ระบุถึงอาการภาวะไม่พึงประสงค์ที่สังเกตได้ ซึ่งหน่วยบริการทั่วประเทศที่ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มนักเรียน สามารถใช้แนวทางนี้ในการสังเกตอาการเด็กนักเรียนหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วได้
จ่ายเยียวยาสูงสุดไม่เกิน4แสนบ.
“ผลข้างเคียงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนตามแผนงานโครงการที่รัฐจัดให้ฟรี สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกับ สปสช.ได้ที่โรงพยาบาลที่ฉีด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือที่สำนักงาน สปสช.สาขาเขตพื้นที่ทั้ง 13 เขต โดยมีระยะเวลายื่นคำร้องได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบความเสียหาย เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว กรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย หลักเกณฑ์พิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1 ป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท ระดับ 2 เสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท และระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท”เลขาฯสปสช.ระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี