546.jpg
ชงต่อ‘คนละครึ่ง’เฟส4  คลังเตรียมจัดของขวัญปีใหม่  พร้อมฟื้น‘ช้อปดีมีคืน’

ชงต่อ‘คนละครึ่ง’เฟส4 คลังเตรียมจัดของขวัญปีใหม่ พร้อมฟื้น‘ช้อปดีมีคืน’

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชงต่อ‘คนละครึ่ง’เฟส4

คลังเตรียมจัดของขวัญปีใหม่

พร้อมฟื้น‘ช้อปดีมีคืน’

เตรียมเสนอครม.21ธ.ค.

หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

จับจ่ายในปท.ต่อเนื่อง

รมว.คลัง เตรียมเสนอ ของขวัญปีใหม่ เข้า ครม. 21 ธันวาคมนี้ ลุ้น ฟื้น “ช้อปดีมีคืน” พร้อมขยายต่อโครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 4 กระตุ้นใช้จ่ายในประเทศต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาของขวัญปีใหม่ ให้กับประชาชน โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ


คณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 ธ.ค.นี้โดยมาตรการหลัก จะช่วยเรื่องการบริโภคไม่ให้สะดุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ ซึ่งจะเน้นการลดหย่อนภาษี หลายๆ เรื่อง โดยจะนำมาดำเนินการแทนโครงการ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ซึ่งยอมรับว่ายังไม่ได้รับความนิยมมากนัก

“ของขวัญปีใหม่เราจะช่วยการใช้จ่ายหลายโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มมีกำลังซื้อ ที่อยากออกมาจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ไม่ค่อยได้รับความนิยม ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะชื่อมาตรการอะไรแต่จะเป็นการลดหย่อนภาษี ส่วนโครงการ ‘คนละครึ่ง’เฟส 4นั้น จะดูอัตราการใช้จ่ายของประชาชนว่าปรับดีขึ้นมากน้อยอย่างไร ขณะนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง” รมว.คลังระบุ

นายอาคมยังกล่าวอีกว่า ส่วนการแพร่ระบาดโควิดของสายพันธุ์โอมิครอน รัฐบาลยังคงเข้มงวดในมาตรการสาธารณะสุข เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดซึ่งเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำให้กิจกรรมในช่วงปลายปีสะดุด อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังต้องติดตามความรุนแรงของเชื้อไวรัสตัวนี้อย่างใกล้ชิด

พร้อมยืนยันว่าในต้นปี 2565 จะมีการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่แน่นอน ซึ่งเป็นการทบทวนผู้ได้รับสิทธิ และเพื่อเป็นการดูแลประชาชนระดับฐานราก รวมทั้งจะมีความชัดเจนในยโบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในต้นปี 2565 ด้วย

นอกจากนี้ นายอาคม ยังได้กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจในปี2565ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 4% และในปี 66 จะมีแรงขับเคลื่อนจากภาคท่องเที่ยวเข้ามาเสริม จะทำให้มีแรงฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ซึ่งวิกฤตโควิดครั้งนี้ ถือว่าเศรษฐกิจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานอย่างน้อย 3ปีนับต้องแต่เกิดวิฤต เนื่องจากเป็นวิกฤตที่สร้างผลกระทบกับประชาชนฐานราก สังคมส่วนรวม ภาคธุรกิจซึ่งต่างจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในปี 2552 ที่ใช้เวลาเพียง 2 ปี ในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายอาคม กล่าวด้วยว่าโดยเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัว ผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ 1. การส่งออก ที่มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง 2. เม็ดเงินจากภาครัฐที่จะเข้าสู่ระบบ 1ล้านล้านบาท มาจากเม็ดเงินจากงบประมาณลงทุนของภาครัฐ 6 แสนล้านบาท งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 3 แสนล้านบาท และอีก 1 แสนล้านบาท จะมาจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเพิ่มเติม ขณะนี้เหลืออยู่ 2แสนล้านบาท 3.การลงทุนภาคเอกชน โดยปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ภาคเอกชนมีการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้สูงสุด เป็นอันดับ 1ในอาเซียน และ 4. การบริโภค โดนรัฐจะเข้าไปสร้างความมั่นใจเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้จ่าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top