546.jpg
จับขบวนการขนแรงงานเถื่อน 154 เครือข่าย ต่าง​ด้าวหนีเข้าเมือง 40,000 กว่าคน

จับขบวนการขนแรงงานเถื่อน 154 เครือข่าย ต่าง​ด้าวหนีเข้าเมือง 40,000 กว่าคน

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.53 น.

แถลงยอดจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 40,000 กว่าคน และจับกุมเครือข่ายขบวนการขนแรงงานเถื่อนแล้วอีก 154 เครือข่าย พร้อมสั่งทุกหน่วยคุมเข้มมาตรการคุมโควิดช่วงปีใหม่

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 13.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวงทรง ผู้ช่วยผบ.ตร. , พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลการปราบปรามคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในรอบ 1 ปี เผยจับกุมแรงงานหลบหนีเข้าเมืองได้กว่า 4 หมื่นราย ทลายเครือข่าย/ขบวนลักลอบขนแรงงานหลบหนีเข้าเมืองอีกกว่า 154 เครือข่าย และประชุมสั่งการหน่วยงานในสังกัดคุมเข้มมาตรการโควิดช่วงเทศกาลปีใหม่


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า คณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายโดยได้ดำเนินการปราบปราม และจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยผิดกฎหมายและนายจ้าง รวมถึงร่วมกับหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในการออกตรวจ สถานประกอบการ โรงงาน ที่พักคนงาน และพื้นที่สุมเสี่ยง อย่างต่อเนื่องและจริงจังโดยมีผลการปฏิบัติให้ห้วง 1 ปี (29 ธ.ค. 63 - 15 ธ.ค. 64) สามารถจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 42,443 ราย ผู้นำ พาฯ 293 ราย ผู้ช่วยเหลือฯ 841 ราย รวมผลการดำเนินจับกุมทั้งสิ้น 43,577 ราย และทลายเครือข่าย/ขบวนการ 221 เครือข่าย จับกุมไปแล้ว 154 เครือข่าย แบ่งเป็น ตัวการ 402 ราย คนต่างด้าว 1,769 ราย ออกหมายจับ 82 หมายจับ กำลังสืบสวนและติดตาม 67 เครือข่าย ตรวจยึดทรัพย์สิน 312 ราย (พาหนะ 182 คัน บัญชีธนาคารกว่า 20 ธนาคารและอื่นๆ ) ในส่วนของการกระทำความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวนั้น ในกรณีนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกและห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวทำงาน 3 ปี ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และถูกผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักร และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและสถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงานให้นำแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมายประเทศไทย เพื่อให้ได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงมี โดยให้กระทรวงแรงงานตรวจสอบห้วง วันที่ 1-30 พ.ย.64 และให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายใน 7 วัน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนแล้ว 279,902 ราย ดังนั้นคนต่างด้าวรายใดที่ไม่ได้ดำเนินการในกำหนดจะถือว่าเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและหากนายจ้างรับเข้าทำงานจะถือว่ามีความผิดฐานรับบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานด้วย

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิด ตลอดจนขยายผลไปยังเครือข่าย ผู้ร่วมกระทำความผิดทุกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่องอีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการป้องกันโรค นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยสนับสนุนคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันโรคสำหรับการจัดงานช่วงเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่ต่างๆ และประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ เช่น สถานีปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคจังหวัดอย่างเคร่งครัด และจัดชุดสายตรวจร่วม ออกตรวจสอบการบริโภคสุราและดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top