วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ผศ.ดร.ต่อภัสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการประกาศเกียรติคุณจาก Secretary of State, U.S. State Department สหรัฐอเมริกาให้ได้รับรางวัล International Anticorrup tion Champion Award 2021 เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลปีนี้ ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัล 12 คนจากทั่วโลก โดย ผศ.ดร.ต่อภัสร์ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลในฐานะนักวิชาการจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผศ.ดร.ต่อภัสร์ เผยความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า ดีใจที่งานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันที่ตัวเองและใครอีกหลายคนในประเทศไทยที่มีบทบาทในเรื่องนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งจะมีส่วนช่วยป้องกันและลดปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยได้
สำหรับ แรงบันดาลใจสู่การเป็นนักต่อต้านคอร์รัปชัน ความสนใจในการศึกษาวิจัยเรื่องคอร์รัปชันของ ผศ.ดร.ต่อภัสร์ เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯชั้นปีที่ 4 ซึ่งทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชัน จากนั้นก็ได้ทำวิจัยเรื่องนี้เรื่อยมา โดยผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของอาจารย์ที่ University of Cambridge เป็นการศึกษาวิจัยเรื่องกระบวนการการต่อต้านคอร์รัปชันในวงการก่อสร้างไทย
.jpg)
ผศ.ดร.ต่อภัสร์กล่าวว่า ทั่วโลกมีคนที่ทำงานต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจังจำนวนมาก ประเทศไทยมีองค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชน 30- 40 หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล ตัวเองเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในเครือข่ายที่ต่อต้านคอร์รัปชันในประเทศไทยเท่านั้น ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคณาจารย์หลายท่านบุกเบิกการศึกษาวิจัยเรื่องคอร์รัปชัน เช่น ศ.กิตติคุณ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ รศ.นพนันท์ วรรณเทพสกุล ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ฯลฯ ผศ.ดร.ต่อภัสร์ได้สานต่องานวิจัยเรื่องคอร์รัปชันจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีผลงานทั้งในเชิงวิชาการและการทดลองทำจริง รวมทั้งอยู่เบื้องหลังการทำงาน และให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ส่งผลให้เครือข่ายการทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและเครื่องมือต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับหลักการทำงานของนักวิชาการไทยผู้ได้รางวัลต่อต้านคอร์รัปชันระดับนานาชาติ ผศ.ดร.ต่อภัสร์กล่าวว่าตนเองยึดหลักความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม “คน” เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน เครื่องมือและนโยบายเดียวที่เป็นการทำงานแบบ Top-Down ทำให้การแก้ไขคอร์รัปชันยากมาก การทำงานต้านคอร์รัปชันไม่สามารถทำให้สำเร็จด้วย คนคนเดียวได้แต่ต้องร่วมมือกันทำงานทั้งระบบ
.jpg)
ผศ.ดร.ต่อภัสร์เปิดเผยต่อว่า ปัจจุบันภาคประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันมากขึ้นจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คนไทย 98% เห็นว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ที่น่ากังวลคือคนที่มีส่วนร่วมในการต้านโกงยังไม่สูงเท่าที่ควร ดังนั้น จึงต้องสร้างเครื่องมือเพื่อติดอาวุธให้ประชาชนให้ต่อสู้กับคอร์รัปชัน การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมีความสำคัญมาก ซึ่งจะต้องอาศัยองค์ความรู้ในการเข้าใจบริบทของสังคม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมีบทบาทในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ผ่านมามีโครงการวิจัยเรื่องการตลาดต้านโกง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก
ในปัจจุบัน ผศ.ดร.ต่อภัสร์ได้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยคอร์รัปชัน “Siam Lab” ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยร่วมมือกับนักวิจัยในสาขาวิชาต่างๆ เช่น นักภาษาศาสตร์ นักการตลาดนักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “Hand Social Enterprise” ซึ่งมีความคล่องตัวในการทำงานวิจัยกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ทำให้การคอร์รัปชันในประเทศไทยลดลงและดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันดีขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี