วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
มจ.เฉลิมศึก เสด็จเปิดโครงการแข่งขันตอบปัญหาประวัติศาสตร์-การเรียนรู้มหาธีรราชปรัชญาผ่านการผลิตหนังสั้น ชิงถ้วยพระราชทาน
4 กุมภาพันธ์ 2565 พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ เสด็จเป็นประธานพิธีเปิดโครงการแข่งขันตอบปัญหาประวัติศาสตร์ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการเรียนรู้มหาธีรราชปรัชญา ผ่านกระบวนการผลิตภาพยนตร์สั้น ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ห้องศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานร่วมพิธีเปิดโครงการฯ และมี ผศ.ระวี จูฑศฤงค์ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิบีเจซี บิ๊กซี นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าร่วมในพิธี
การนี้ พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ทรงกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ สำหรับทั้งสองโครงการในครั้งนี้ คือ โครงการแข่งขันตอบปัญหาประวัติศาสตร์ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการเรียนรู้มหาธีรราชปรัชญา ผ่านกระบวนการผลิตภาพยนตร์สั้น ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ ที่ร่วมรับเป็นที่ปรึกษาโครงการ และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิฯ และขอขอบคุณมูลนิธิบีเจซี บิ๊กซี ที่สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการทั้งสองโครงการนี้ เพื่อให้การสืบสาน รักษา ต่อยอดและร่วมสนองพระราชดำริทางการศึกษาและสร้างคุณลักษณะนักเรียน นักศึกษา เพื่อเป็นพลเมืองอันพึงประสงค์มีจิตสำนึกพิทักษ์รักษาเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งปลูกฝังให้ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีจิตอาสา มีคุณธรรมจริยธรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมตามพระบรมราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี และเป็นการให้โอกาส การเรียนรู้อันก่อเกิดประโยชน์ต่อเยาวชน ในฐานะทรัพยากรบุคคล ที่จะก้าวไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบไป
“การตอบปัญหาประวัติศาสตร์นั้นก่อให้เกิดขบวนการเรียนรู้ ค้นคว้าสิ่งที่ยังอาจจรู้ไม่ลึกซึ้ง เป็นการทดสอบความจำที่ได้เรียนรู้มาแล้วได้นำมาใช้เป็นประโยชน์ ซึ่งก็เป็นพื้นฐานของการเรียนการศึกษาที่จะก้าวต่อไปในระดับที่สูงสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอนาคต ส่วนการผลิตภาพยนต์สั้นนั้น จริงๆแล้วอาจจะคิดว่าเป็นการนำสื่อสมัยใหม่มาใช้ในยุคคนี้ แต่แท้ที่จริงการภาพยนต์ของไทยนั้นได้รุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้ว เพียงแต่ปัจจุบันเทคนิคได้เปลี่ยนไป เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตก็เปลี่ยนไปอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น ผลิตเทคนิคได้ดียิ่งขึ้น คณะนักเรียนของโรงเรียนใด หรือสถานศึกษาใดก็ตามที่ได้เข้าร่วมผลิตภาพยนต์สั้นเพื่อแข่งขัน ก็จะเกิดการเรียนรู้เป็นหมู่คณะ เพราะการผลิตภาพยนต์สั้นหรือยาวนั้นไม่สามารถจะจัดทำได้ด้วยคนคนเดียว จึงเป็นอีกขบวนการหนึ่งที่จะเรียนรู้ในทางศิลปศาสตร์ ทางเทคนิคสำหรับผู้ที่รักงานทางด้านนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักเรียน นักศึกษาทุกคน ที่ได้ร่วมโครงการนี้จะได้รับประโยชน์ ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่สามารถชิงถ้วยพระราชทานได้ จะมีเพียงคนเดียวหรือคณะเดียวที่จะได้รับ แต่คนที่มาเข้าร่วมก็จะได้รับประโยชน์ถ้วนหน้ากัน จึงขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในครั้งนี้”
ด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ในนามของ ศธ. ขอชื่นชมมูลนิธิสถาบันการศึกษาฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกิจกรรมทั้ง 2 โครงการฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้ด้านผลิตภาพยนต์สั้นเพื่อเสริมสร้างเยาวชนของชาติให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองดีของสังคม ประวัติศาสตร์ นับเป็นวิชาสำคัญ เป็นศาสตร์ซึ่งมีวิธีวิทยา ยังให้สามารถวิเคราะห์วิจารณ์เหตุการณ์ในอดีต โดยใช้วิจารณฐาณ ก่อให้เกิดความเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ผ่านบริบททางสังคมที่ผันแปรไปตามยุคสมัยอยู่เสมอ ส่วนนิเทศศาสตร์ และบรรดาศิลปวิทยาเป็นศาสตร์ที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจผู้คนให้เป็นไปในทางทีดีงาม
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมแข่งขัน และประกวดโดยอาศัยศาสตร์และศิลป์ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระดำริของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวิดี กับทั้งสนองพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โดยตรง
"การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถือเป็นนโยบายหลัก ศธ. เพราะ ศธ.ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และศธ.พร้อมที่จะสนับสนุน ซึ่งในโครงการแรกของมูลนิธิสถาบันการศึกษาฯ มีสถานศึกษาเครือข่าย 21 แห่ง ทั้งนี้ ศธ.จะนำมาขยายผลให้โรงเรียนอีก 200 กว่าแห่ง เพื่อขยายผลการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้เด็กได้เข้าถึงประวัติศาสตร์ด้วยความสนุก เกิดการคิดวิเคราะ รู้ที่มา รู้ตัวตน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ" น.ส.ตรีนุช กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี