"บิ๊กป้อม"สั่งเร่งร่วมกันหยุดต้นทางน้ำเสียลงคลองแสนแสบ หลังพบคุณภาพน้ำโดยรวมเสื่อมโทรมมาก พร้อมให้พัฒนาฟื้นฟูไปพร้อมกัน
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษส์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ ครั้งที่ 1/65 ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อเร่งขับเคลื่อนระบบขนส่งทางน้ำและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานครฯ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยที่ประชุมรับทราบ ผลความก้าวหน้าการดำเนินร่วมกันของ 8 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานครฯ องค์การจัดการน้ำเสีย กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และ จว.ฉะเชิงเทรา โดยมีงานที่สำคัญตามแผนหลัก 5 เป้าประสงค์ คือ การแก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรน้ำ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำของประชาชน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 11 ปี (64 - 67) รวม 84 โครงการ
ทั้งนี้ ภาพรวมคลองแสนแสบ ยาวรวม 72 กม.เชื่อมโยงลุ่มน้ำเจ้าพระยาและบางปะกงในพื้นที่ กทม.และ ฉะเชิงเทรา ปัญหาคุณภาพน้ำโดยรวม พบอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมมาก ปริมาณน้ำเสียที่ระบายลงคลอง 807,672 ลบ.ม./วัน โดยมีน้ำเสียที่ไม่มีการจัดการกว่าร้อยละ 50 และมีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ฉะเชิงเทรา 9 แห่ง อยู่ในข่ายเฝ้าระวังและตรวจสอบกำกับดูแล มีแผนงานโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ที่เตรียมการก่อสร้างรองรับใน 5 พื้นที่ สำหรับการเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ ช่วงวัดศรีบุญเรือง - สำนักงานเขตมีนบุรี ส่วนต่อขยาย ระยะทาง 10.5 กม.คาดว่าจะเปิดให้บริการประชาชน ใน พ.ค.65
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 ( กทม.) ที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 42,000 ลบ.ม./วัน โดยขอให้นำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาก่อน และให้วางแผนการก่อสร้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ เพื่อมิให้กระทบต่อการก่อสร้างและการระบายน้ำ
"พล.อ.ประวิตร สั่งการ ขอให้ มท.และ กทม.รวมทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ เร่งสำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ริมคลองให้แล้วเสร็จภายใน ก.พ.65 และบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง จริงจังควบคู่กันเป็นการเร่งด่วน เพื่อหยุดต้นทางน้ำเสียที่ไหลลงคลองให้ได้ โดยเฉพาะหลายชุมชน ที่ยังไม่มีการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งต้องทำความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วมไปพร้อมๆ กัน โดยขอให้ดึงเยาวชนในสถานศึกษานำร่อง 8 แห่ง เข้าร่วมกิจกรรม สร้างจิตสำนึกและการตระหนักรู้ไปพร้อมๆ กัน
พร้อมทั้งขอให้ กทม.เร่งจัดหาเรือขุดตะกอน เพื่อจัดการกับตะกอนท้องคลอง และพิจารณาซ่อมสะพานข้ามคลองที่ชำรุดทรุดโทรม ให้ประชาชนสัญจรอย่างสะดวกและปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน และกำชับให้กรมเจ้าท่า เร่งปรับปรุงท่าเรือต้นแบบ ขยายผลไปยังท่าเรืออื่นๆ โดยคำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัย พร้อมทั้งให้เร่งนำเรือไฟฟ้ามาใช้แทนเรือเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นปัญหามลภาวะ"
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำ การดำเนินโครงการฯ ในภาพรวม มีความต่อเนื่องถึง 11 ปี และใช้งบประมาณจำนวนมาก ต้องบูรณาการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า มีความสมดุลและยั่งยืน สอดคล้องวิถีชีวิต สภาพแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยต้องให้ชุมชนหรือประชาชนในแต่ละพื้นที่ มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนใน กทม.ให้ครอบคลุมในทุกมิติร่วมกัน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี